'มาดาม' สั่ง! งดประชุมครม.ที่ทำเนียบฯ เก็บไว้สัญจรครั้งแรกเชียงใหม่-เชียงราย 29 พ.ย.

26 พ.ย.2567- นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เตรียมเดินทางลงพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่และเชียงราย เพื่อตรวจราชการ และเป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ ครั้งที่ 1/2567 ในระหว่างวันที่ 28 พฤศจิกายน – 1 ธันวาคม 2567 ทำให้ต้องเลื่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี จากวันอังคารที่ 26 พฤศจิกายน 2567 เป็นวันศุกร์ที่ 29 พฤศจิกายน 2567

นายจิรายุ กล่าวว่า ทั้งนี้ นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้อำนวยการ ศปช. ได้รายงานต่อนายกรัฐมนตรีว่าคณะทำงานได้ศึกษาวางแผนการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมและดินโคลนถล่มในพื้นที่ภาคเหนือเพื่อกำหนดแนวทางป้องกันปัญหาน้ำท่วมและดินโคลนถล่มในพื้นที่ไม่ให้เกิดเหตุซ้ำรอยเหมือนในปีที่ผ่านมาเสร็จแล้ว โดยในระยะเร่งด่วนซึ่งเร่งดำเนินการให้เสร็จทันก่อนฤดูฝนปีหน้า หรือแล้วเสร็จภายในเดือนพฤษภาคม 2568 โดยจะเร่งขุดลอกแหล่งน้ำ และกำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำ ซึ่งวันนี้ส่วนที่เกี่ยวข้องเสนอแผนเข้ามาได้เห็นชอบในหลักการและจะเสนอเข้าที่ประชุม ครม.สัญจรในสัปดาห์นี้เพื่อให้สามารถเริ่มดำเนินงานได้ตั้งแต่ 1 มกราคม 2568 เป็นต้นไป ส่วนแผนระยะกลาง ระยะยาว จะมีการขุดคลองผันน้ำ การสร้างแนวป้องกันตลิ่ง และการจัดทำแก้มลิงชั่วคราว ซึ่งจะช่วยแก้ปัญหาแม่น้ำปิง จ.เชียงใหม่ และแม่น้ำกก จ.เชียงรายได้

นายจิรายุ กล่าวต่อไปว่า สำหรับกำหนดการประชุมคณะรัฐมนตรีสัญจร มีดังนี้ วันพฤหัสบดีที่ 28 พฤศจิกายน 2567 เวลา 20.00 น. นายกรัฐมนตรีพร้อมด้วยคณะเดินทางจากท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 (บน.6) ดอนเมือง กรุงเทพฯ ไปยังท่าอากาศยานนานาชาติเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ วันศุกร์ที่ 29 พฤศจิกายน 2567 เวลาประมาณ 10.00 น. นายกรัฐมนตรีเป็นประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ ครั้งที่ 1/2567 ณ หอประชุมทีปังกรรัศมีโชติ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ ศูนย์แม่ริม อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ จากนั้น เวลาประมาณ 13.30 น. นายกรัฐมนตรีและคณะจะเดินทางต่อไปยังโรงพลศึกษา 1-2 (Indoor Stadium) สนามกีฬาสมโภชเชียงใหม่ 700 ปี อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อมอบนโยบายแนวทางการป้องกันและแก้ไขปัญหาหมอกควันไฟป่า และฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ในพื้นที่ภาคเหนือ

ต่อจากนั้นนายกรัฐมนตรีจะเดินทางไปร่วมงาน Northern Coffee Gathering 2024 ณ ศูนย์วัฒนธรรมเชียงใหม่ OLD Chiang Mai อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ ทั้งนี้ ช่วงเย็นนายกรัฐมนตรีจะเป็นประธานในพิธีเปิดงาน CHARMING Chiang Mai 2025 ณ สวนเฉลิมพระเกียรติ 82 พรรษา องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่

วันเสาร์ที่ 30 พฤศจิกายน 2567 เวลาประมาณ 09.45 น. นายกรัฐมนตรีจะเดินทางไปเยี่ยมชมศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ อำเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่ จากนั้น นายกรัฐมนตรีจะเป็นประธานพิธีเปิด “โครงการคนไทยห่างไกลโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง NCDs” ณ ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบพระชนมพรรษา อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ ทั้งนี้ ช่วงบ่ายนายกรัฐมนตรีจะติดตามปัญหายาเสพติด

วันอาทิตย์ที่ 1 ธันวาคม 2567 ที่จังหวัดเชียงราย นายกรัฐมนตรีจะร่วมประชุมคลังสัญจร ครั้งที่ 1/2567 เพื่อฟื้นฟูพื้นที่เศรษฐกิจ และส่งมอบมาตรการช่วยเหลือลดหย่อน ด้านภาษีต่าง ๆ ให้ประชาชน ณ ด่านศุลกากรแม่สาย อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย จากนั้นจะติดตามแผนการขุดลอกแม่น้ำเพื่อแก้ไขปัญหาอุทกภัย อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย เสร็จแล้วนายกรัฐมนตรีจะพบปะพี่น้องประชาชนในพื้นที่จังหวัดเชียงราย และมอบบัตรประจำตัวประชาชนแก่บุคคลที่มีปัญหาสถานะทางทะเบียน ณ ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติ GMS เชียงราย อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย เสร็จแล้วนายกรัฐมนตรี จะเดินทางกลับกรุงเทพมหานคร

“การเดินทางไปตรวจราชการ รวมถึงการประชุม ครม.สัญจร ครั้งแรกของนายกฯครั้งนี้ มีภารกิจหลายอย่าง ทั้งติดตามปัญหาหมอกควันไฟป่า และฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ในพื้นที่ภาคเหนือ รวมถึงปัญหายาเสพติดบริเวณชายแดน พร้อมกับส่งเสริมการท่องเที่ยวภายหลังสถานการณ์อุทกภัย เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนและนักท่องเที่ยว กระตุ้นเศรษฐกิจภายในพื้นที่ให้เกิดการกระจายรายได้สู่ประชาชน” นายจิรายุ กล่าว.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ครม.อนุมัติงบกลาง 558 ล้าน เยียวยาผู้ประสบภัยน้ำท่วม กำชับเร่งเบิกจ่ายให้ถึงมือประชาชนโดยเร็ว

น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล  นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย มีความห่วงใยพี่น้องประชาชนจากสถานการณ์อุทกภัยที่เกิดขึ้นตั้งแต่ช่วงต้นฤดูฝน มีประชาชนได้รับผลกระทบจากอุทกภัย

รัฐบาลยกระดับรับมืออุทกภัย–ภัยแล้ง ใช้ Risk Map ถึงหมู่บ้าน

นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลยกระดับการรับมืออุทกภัยและภัยแล้ง โดยเน้นการรู้ความเสี่ยงล่วงห

รัฐบาลตีปี๊บ 'ไทยช่วยไทยพลัส' เงินสะพัด 1 แสนล้าน กระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากต่อเนื่อง

นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า โครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส (60/40)” สร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจแล้วกว่า 1.06 แสนล้านบาท โดยข้อมูล ณ วันที่ 9 สิงหาคม 2569 เวลา 23.00 น. มียอดใช้จ่ายรวม 106,630.53 ล้านบาท จากผู้ได้รับสิทธิ 26,040,623 ราย และมีร้านค้าเข้าร่วมโครงการ 1,099,641 ร้านค้า สะท้อนการกระจายกำลังซื้อไปยังร้านค้า ผู้ประกอบการรายย่อย และเศรษฐกิจฐานรากในวงกว้าง