'ประเสริฐ' แจงเปิดอภิปรายหวังให้คำแนะนำรัฐบาลแก้ปัญหา ไม่ใช่หลอกด่า


24 ม.ค.2565 - นายประเสริฐ จันทรรวงทอง ส.ส.นครราชสีมา ในฐานะเลขาธิการพรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า การอภิปรายตามมาตรา 152 เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ ฝ่ายค้านเห็นว่าประเทศมีปัญหา ทุกฝ่ายจำเป็นต้องให้คำแนะนำเพื่อเป็นแนวทางให้รัฐบาลนำไปดำเนินการเพื่อประโยชน์ของประชาชน รัฐบาลอย่าออกอาการร้อนตัวตีตนไปก่อนไข้ อยากให้ฟังเสียก่อน การอภิปรายครั้งนี้ฝ่ายค้านจะชี้ให้เห็นถึงปัญหารวม ทั้งมองว่ารัฐบาลไปไม่ไหวแล้ว ต้องออกมาช่วยกัน แนะแนวทางในการแก้ไขสิ่งที่เกิดขึ้น

ฝ่ายราชการที่เตรียมข้อมูลให้รัฐบาล เป็นการเตรียมข้อมูลในระบบราชการ มาจากการประเมินว่าฝ่ายค้านจะถามเรื่องนั้นเรื่องนี้ แต่หากฝ่ายค้านถามเรื่องอื่น รัฐบาลคงเลือกที่จะไม่ตอบ หรือตอบไม่ตรงคำถามเพราะกลัวว่าหากตอบแล้วจะเข้าตัว เพราะไม่ได้รู้จริงถึงปัญหา

นายประเสริฐ กล่าวว่า อย่ามองว่าเป็นการหลอกด่ารัฐบาล แต่ฝ่ายค้านจะจี้ไปที่ปัญหาเศรษฐกิจ ปากท้องประชาชน เพราะประเทศเผชิญวิกฤตข้าวยากหมากแพงอย่างแท้จริง ทุกอย่างแพงหมด เหตุจากรัฐบาลไร้น้ำยาควบคุมราคาสินค้า อีกทั้งมาตรการที่รัฐบาลจัดขึ้นมา ไม่ช่วยประชาชน รัฐบาลต้องไปแก้ที่ต้นเหตุ อย่ามาแก้ที่ปลายเหตุ

นอกจากนี้จะอภิปรายถึงปัญหาทุจริตคอรัปชั่นที่พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ละเลยที่จะแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น แม้แต่สมาชิกวุฒิสภายังยอมรับว่าทุจริตสูงขึ้น พลเอกประยุทธ์ อ้างเสมอว่าเข้ามาปราบโกง แต่ผลออกมาคือล้มเหลว เพราะกรณีถุงมือยาง 2,000 ล้านบาทที่ฝ่ายค้านเคยอภิปราย รวมทั้งนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ยอมรับกลางสภาว่าไม่รู้จะตามเงินนี้อย่างไร พลเอกประยุทธ์กลับไม่สนใจที่จะตามเงินของประชาชน เพระเกรงจะกระทบกับเสถียรภาพของรัฐบาลหากดำเนินการเรื่องนี้ ชัดเจนว่าพลเอกประยุทธ์ห่วงอำนาจตัวเองมากกว่าปัญหาทุจริตที่เกิดขึ้น ดังนั้นการที่บอกไม่ยึดติดตำแหน่งนั้น เป็นการพูดให้ดูดีเท่านั้น แต่อยู่เพื่อต้องการอำนาจมากกว่า หากอยู่ในตำแหน่งแล้วประชาชนได้ประโยชน์ไม่มีใครว่า สามารถอยู่ไปเลยแต่อยู่แล้ว ประเทศชาติพัง ประชาชนลำบากก็ไม่ควรจะอยู่ในตำแหน่งแม้แต่นาทีเดียว

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

นายกฯ มอบ 'ภราดร' ประสานงานฝ่ายค้าน ยันรัฐบาลนี้ไม่หนีกระทู้สดแน่นอน

น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า นายกรัฐมนตรีได้มีข้อสั่งการในที่ประชุม ครม.ว่า สืบเนื่องจากนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการส่งเสริมให้ประชาชนเปลี่ยนผ่านจากการใช้พลังงานที่ต้องพึ่งพาจากการนำเข้ามาใช้พลังงานสะอาด เช่น โซลาร์รูฟท็อปมากขึ้น ได้มีประชาชนให้ความสนใจเรื่องการเปลี่ยนมาเป็นโซลาร์รูฟท็อปมากขึ้น ดังนั้น นายกฯ จึงได้สั่งการให้กระทรวงพลังงานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งจัดให้มีศูนย์ให้คำปรึกษาแบบเบ็ดเสร็จ

'กรวีร์' บอกฝ่ายค้านลดประเด็นการเมือง หลังจี้นายกฯตอบกระทู้ทุกสัปดาห์

นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานวิปรัฐบาล กล่าวถึงการยืนยันร่างกฎหมายของคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยเฉพาะพ.ร.บ.อากาศสะอาดว่า ทางวิปรัฐบาลได้ประสานกับทางครม.เรื่องของการยืนยันกฎหมาย เชื่อว่าครม.จะพิจารณาอย่างรอบด้าน และเสนอเข้ามาให้ทันภายในกำหนดระยะเวลาอยู่แล้ว แต่เชื่อว่าน่าจะเกิดขึ้นก่อนวันที่ 12 พ.ค.นี้ซึ่งเป็นเดดไลน์

เดินหน้าตามนโยบายนายกฯ ลุยปราบ 'นอมินี' โชว์ไตรมาสแรกกวาดล้างบริษัทกลุ่มเสี่ยงลดลง 60%

โฆษกรัฐบาล แจง รัฐลุยปราบ ‘นอมินี’ มุ่งสร้างธุรกิจโปร่งใส เป็นธรรม ตอกย้ำคำประกาศนายกฯ ‘ไม่มีเคลียร์ เด็ดขาดทุกคดี’ ชวนปชช.แจ้งเบาะแส 1570

รัฐบาลน้อมรับนิด้าโพล 'แลนด์บริดจ์' ต้องสื่อสารวงกว้าง

4 พ.ค. 2569 - นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงผลสำรวจนิด้าโพลในหัวข้อ “คนใต้ว่าไง โครงการแลนด์บริดจ์จะมาแล้ว” ที่พบว่า กลุ่มผู้ที่เคยรับรู้ข้อมูลโครงการ จำนวน 1,333 คน (เคยได้ยิน และเข้าใจดีมาก / เคยได้ยิน และพอจะเข้าใจบ้าง /เคยได้ยิน แต่เข้าใจเพียงเล็กน้อย) ส่วนใหญ่ร้อยละ 67.22 เห็นด้วยกับโครงการ โดยแบ่งเป็น เห็นด้วยมาก 34.21% และค่อนข้างเห็นด้วย 33.01% ขณะที่มีประมาณร้อยละ 32.78 ไม่เห็นด้วย สะท้อนทั้งโอกาสของโครงการ และบทบาทของภาครัฐในการสื่อสารข้อมูลอย่างต่อเนื่องและโปร่งใส ส่วนกรณีพบว่าเกินครึ่งหรือร้อยละ 54.53 เคยได้ยินแต่เข้าใจเพียงเล็กน้อยเกี่ยวกับโครงการแลนด์บริดจ์นั้น นางสาวรัชดา กล่าวว่า นี่คือโจทย์ที่รัฐบาลต้องเร่งสื่อสารสร้างการรับรู้ ทั้งกลุ่มประชาชนที่ยังไม่เคยได้ยินหรือไม่เข้าใจ ให้เข้าถึงความข้อมูลมากยิ่งขึ้น “นายกรัฐมนตรี ได้กำชับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งสร้างความเข้าใจต่อสาธารณชนเกี่ยวกับโครงการแลนด์บริดจ์ ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของประเทศ พร้อมเปิดรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การตัดสินใจและการขับเคลื่อนโครงการเป็นไปอย่างรอบด้าน และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศ” โฆษกประจำสำนักนายกฯ ระบุ สำหรับนักวิชาการและผู้สนใจหลายฝ่ายออกมาแสดงความคิดเห็นทั้งสนับสนุนและตั้งข้อสังเกตต่อโครงการอย่างต่อเนื่อง แต่ความเห็นที่สอดคล้องกัน คือ โครงการแลนด์บริดจ์เป็นยุทธศาสตร์สำคัญในการยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของไทย ทั้งด้านโลจิสติกส์ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การสร้างงาน และการดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ ซึ่งอาจเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญต่อเศรษฐกิจในระยะยาว อย่างไรก็ตาม ภาครัฐยังให้ความสำคัญกับข้อคำถามสำคัญ อาทิ มูลค่าการลงทุน ความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ รวมถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชนในพื้นที่ โดยทุกประเด็นต้องถูกศึกษาในรายละเอียด เพื่อกำหนดมาตรการรองรับอย่างเหมาะสม ให้โครงการสามารถดำเนินไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ โปร่งใส และตรวจสอบได้ “นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำให้ทุกประเด็นต้องอธิบายได้อย่างชัดเจน แม้ภาพรวมจะได้รับการสนับสนุน แต่ยังมีข้อกังวลจากประชาชน ภาครัฐจึงต้องเร่งสื่อสาร สร้างความเข้าใจ และเปิดรับฟังความคิดเห็นอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การขับเคลื่อนโครงการเป็นไปอย่างรอบคอบและได้รับการยอมรับ” นางสาวรัชดา กล่าว.

ราชกิจจาฯ ประกาศเลื่อน สส.บัญชีรายชื่อเพื่อไทย แทน 'สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ' ลาออก

เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศสภาผู้แทนราษฎร เรื่องให้ผู้มีชื่ออยู่ในลำดับถัดไปในบัญชีรายชื่อของพรรคการเมือง เลื่อนขึ้นมาเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแทนตำแหน่งที่ว่าง ของพรรคเพื่อไทย ลงวันที่ 1 พ.ค. 69