1 ก.พ.2565 - นายบรรยง พงษ์พานิช อดีตกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (คนร.) นักการเงิน ประธานกรรมการบริหาร กลุ่มธุรกิจการเงิน เกียรตินาคินภัทร (KKP) โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก Banyong Pongpanich ดังนี้
กล้าจริงไหมครับ?…..
เป็นครั้งแรกที่ได้เห็นพรรค”กล้า” แสดงความกล้าหาญ โดยการทุ่มเทอนาคตพรรคทั้งหมด ลงไปในการเลือกตั้งซ่อมเขตเดียวเบอร์เดียว
น่าเสียดายที่ความกล้าครั้งนี้ไม่สัมฤทธิ์ผลใดๆเลย หวังแบ่งคะแนนสลิ่มมา แต่ต่อให้คะแนนรวมกันสองพรรค ยังสู้ผู้ชนะไม่ได้เลย …อ่านอะไรพลาดไหมครับ
ประโยชน์เดียวที่ได้ คือได้ออกทีวีทุกช่อง แต่ไม่แน่ใจว่าเป็นpositive หรือ negative publicity นะครับ
ปล. ขอโทษนะครับ ถ้าผมเข้าใจอะไรผิด ผมอ่อนหัดทางการเมืองครับ
ขณะที่ นายกรณ์ จาติกวณิช หัวหน้าพรรคกล้า ได้เข้าไปแสดงความคิดเห็นในโฟสต์นี้ของนายบรรยง ว่าสวัสดีครับพี่เตา หากมองว่าต้องชนะเท่านั้นถึงจะได้ประโยชน์ ก็คงหมายความว่าพรรคอื่นๆทุกพรรคเว้นเพื่อไทยไม่ได้ประโยชน์อะไรเว้นได้ออกทีวีอย่างที่พี่ว่า
ในระดับหนึ่งมองอย่างนั้นก็ได้
แต่พรรคกล้าเราส่งคุณอรรถวิชช์ลงเพราะเรามองว่าคุณอรรถวิชช์จเเป็น สส. ที่ดีได้ให้กับคนกรุงเทพ โดยเฉพาะวันนี้วาระสภาเหลืออยู่นิดเดียว ไม่มีเวลามาเรียนรู้งาน
เราไม่ยึดติดมากมายกับสถานะหรือตำแหน่งเลขาธิการพรรค เพราะเราเป็นพรรคเริ่มใหม่ต้องกล้าเสี่ยง กล้าเสนอคนที่ดีที่สุดของเรา ไม่อย่างนั้นกล้าๆกลัวๆส่งคนที่ไม่ใช่ เพื่อเล่นเซฟผมว่าไม่ใช่แนวทางของเรา เราเล่นแบบพรรคใหญ่ไม่ได้ครับ
และพอเป็นคุณอรรถวิชช์เรามีโอกาสเสนอความคิดของพรรคได้มาก คนรู้จักพรรคมากขึ้น และเราชนะพรรครัฐบาลคือพลังประชารัฐอย่างถล่มทลาย แม้พรรคก้าวไกลที่มี สส อยู่แล้ว ฯลฯ ก็สูสีกับเรา
ในมุมของพรรค เราได้ประโยชน์พอสมควรครับ
ส่วนในมุมประชาชน หากเราไม่ลงเขาจะไม่มีตัวเลือกนอกจากเลือกฝ่ายค้านหรือเลือกพรรครัฐบาล การที่มีพรรคกล้า แสดงให้เห็นว่ามีประชาชนไม่น้อยที่ไม่ต้องการพรรครัฐบาล และก็ไม่สนับสนุนพรรคฝ่ายค้าน แต่ต้องการทางเลือกอื่นที่เขามองว่าดีกว่า สรุปคืออย่างน้อยเราเป็นตัวเลือกให้กับคนกลุ่มนี้ ถึงแม้ว่าจะไม่พอที่จะชนะก็ตาม
ในการเลือกตั้งครั้งนี้ เราถูกฝั่งขวาโจมตีตั้งแต่ระฆังยกแรก และก็ถูกฝั่งซ้ายแซะตลอดทาง แต่เราก็ยืนในจุดของเรา ยึดหลักปฏิบัตินิยม อะไรดีพร้อมสนับสนุน อะไรไม่ดีพร้อมต่อต้าน เสนอทางออกให้กับประเทศตามความคิดของเรา และเราก็ได้คะแนนมาจำนวนหนึ่ง (ชนะในจตุจักรด้วย แต่เสียดายคนออกมาใช้สิทธิน้อยกว่าหลักสี่เกือบครึ่ง)
ยาวไปหน่อยครับ แต่ผมรู้ว่าพี่เป็นคนพร้อมอ่าน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ครม. เห็นชอบร่าง พ.ร.ฎ.เลือกตั้งซ่อม สส.อุดรธานี เขต 3 หลัง 'หรั่ง ธุระพล' เสียชีวิต
นางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบร่างพระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี เขตเลือกตั้งที่ 3 แทนตำแหน่งที่ว่าง พ.ศ. .... ด้วยสมาชิกภาพสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี
ปชป. กังวลคำวินิจฉัยศาล รธน. จะสร้างบรรทัดฐานใหม่ รัฐบาลกู้เงินในภาวะปกติ
'ประชาธิปัตย์' น้อมรับคำวินิจฉัยศาล รธน. ชี้รัฐบาลออก พรก.กู้เงิน 4 แสนล้าน ไม่ขัดรัฐธรรมนูญ ยอมรับเป็นเรื่องยากจะตีความในเรื่องความมั่นคงทางเศรษฐกิจ ยังติดใจจะติดตามการใช้เงินส่วน ที่ 2 เหตุยังไม่มีรายละเอียดชัดในการทำงบ ปี 70
'กรณ์' ตั้งคำถาม 'ดีลแบบไหน' คุ้มค่ากับการลงทุน 'ดาต้าเซ็นเตอร์' ให้ผลประโยชน์ตกอยู่กับประชาชน
นายกรณ์ จาติกวณิช สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ภายหลังเมื่อวันที่ 8 ก.ค.ที่ผ่านมา ได้นำทีมพรรคประชาธิปัตย์ยื่นญัตติด่วน เสนอให้ตั้งกรรมาธิการวิสามัญศึกษาผลกระทบจากการลงทุน Data Center ขนาดใหญ่ เพื่อให้ประเทศไทยได้ประโยชน์สูงสุดจากการลงทุน พร้อมคุ้มครองทรัพยากรและผลประโยชน์ของประชาชนคนไทย มีเนื้อหาดังนี้
'รัชดา' สวน 'กรณ์' อย่าใช้อคติ-ให้ข้อมูลไม่ครบ ชี้ลดราคาน้ำมันครั้งใหญ่จากมาตรการรัฐบาล
โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีนายกรณ์ จาติกวณิช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ วิจารณ์ว่า รัฐบาลไม่มีนโยบายแก้ปัญหาราคาน้ำมันที่ชัดเจน และเกรงใจกลุ่มทุนมากกว่าความเดือดร้อนของประชาชนว่า หากคำวิจารณ์ดังกล่าวไม่ได้เกิดจากอคติ ก็สะท้อนว่ายังได้รับข้อมูลไม่ครบถ้วน เพราะข้อเท็จจริงคือรัฐบาลได้ใช้ทุกช่องทางและทุกเครื่องมือทางกฎหมายที่มีอยู่ เพื่อบรรเทาภาระค่าครองชีพของประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม
'กรณ์' ชี้มาตรการลดราคาน้ำมัน ยังเป็นการแก้หน้างาน มากกว่าการปฏิรูปที่ยั่งยืน
นายกรณ์ จาติกวณิช ส.ส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า ตอนเช้านายกฯ สั่งการ รัฐมนตรีพลังงานให้ลดราคาน้ำมัน ตกเย็นมีประกาศลดราคาน้ำมันพรุ่งนี้เช้าทันที
'อรรถวิชช์' ชี้พิรุธตรวจเหล็ก 'ซินเคอหยวน' จี้ ก.อุตฯสุ่มตรวจเตาหลอมโดยไม่ต้องแจ้งล่วงหน้า
นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สส. พรรครวมไทยสร้างชาติ กล่าวตั้งข้อสังเกตถึงความผิดปกติในการตรวจสอบมาตรฐานเหล็กของบริษัท ซิน เคอ หยวน ว่า หลังพบว่าเหล็กกว่า 40,000 เส้นถูกจำหน่ายออกจากโรงงานในช่วงรอยต่อการเปลี่ยนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม แม้คณะกรรมการสอบสวนจะกำหนดให้สุ่มตรวจทุกเตา แต่เมื่อมีการอนุญาตเปิดโรงงานกลับพบว่ามีการตรวจเพียงบางเตาเท่านั้น ซึ่งไม่เป็นไปตามแนวทางที่กำหนด

