นักกฎหมายมหาชน ชี้มติแพทยสภาเป็นเพียงคำสั่งทางปกครองที่ยังไม่ถึงที่สุด รัฐมนตรีสาธารณสุขในฐานะ “สภานายกพิเศษ” ยังสามารถยับยั้งหรือเปลี่ยนแปลงได้ และยังไม่อาจใช้มติดังกล่าวเป็นพยานหลักฐานหรืออ้างอิงในทางกฎหมายได้ในเวลานี้
9 พฤษภาคม 2568 - สืบเนื่องจากแถลงข่าวของ ศ.เกียรติคุณ ดร.นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา อุปนายกแพทยสภา ที่ระบุว่าคณะกรรมการแพทยสภามีมติลงโทษแพทย์ 3 ราย จากกรณีให้ข้อมูลทางการแพทย์ที่เกี่ยวข้องกับนักโทษเด็ดขาด โดย 1 รายถูกว่ากล่าวตักเตือน และอีก 2 รายถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาตฯ เนื่องจากให้ข้อมูลทางการแพทย์ที่ไม่ตรงกับความจริง
ล่าสุด “ดร.ณัฏฐ์ ณัฐวุฒิ วงศ์เนียม” นักกฎหมายมหาชน ได้แสดงความเห็นทางกฎหมายต่อกรณีนี้ โดยชี้ว่า มติของคณะกรรมการแพทยสภาดังกล่าวเป็นเพียง “คำสั่งทางปกครอง” ที่ยังไม่ถึงที่สุด ไม่สามารถนำไปใช้อ้างอิงหรือใช้เป็นพยานหลักฐานในกระบวนการอื่นได้
ดร.ณัฏฐ์ อธิบายว่า การใช้อำนาจของแพทยสภาตามพระราชบัญญัติวิชาชีพเวชกรรม พ.ศ. 2525 มาตรา 8 เป็นการใช้อำนาจที่ส่งผลกระทบต่อสิทธิของผู้ประกอบวิชาชีพ จึงถือเป็นคำสั่งทางปกครองตามมาตรา 5 แห่ง พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539 ซึ่งยังต้องผ่านการตรวจสอบอีกชั้นโดย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขในฐานะ “สภานายกพิเศษ”
ตามกฎหมาย มติของแพทยสภาจะมีผลได้ต่อเมื่อได้รับความเห็นชอบจากรัฐมนตรีฯ หรือหากรัฐมนตรีฯ ไม่ยับยั้งภายใน 15 วันนับจากวันที่ได้รับมติ ก็ถือว่าให้ความเห็นชอบโดยปริยาย แต่หากมีคำสั่งยับยั้ง มติจะต้องถูกนำกลับไปให้คณะกรรมการพิจารณาอีกครั้ง และหากมีเสียงยืนยันไม่น้อยกว่า 2 ใน 3 จึงจะสามารถดำเนินการต่อไปได้ตามมติดังกล่าว
กระบวนการนี้ยังเปิดช่องให้ผู้ถูกลงโทษสามารถยื่นฟ้องเพิกถอนคำสั่งต่อศาลปกครองได้ภายใน 90 วัน ตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 ส่งผลให้มติแพทยสภาดังกล่าว ยังไม่มีผลใช้บังคับเด็ดขาดในทางกฎหมาย
ดร.ณัฏฐ์ จึงชี้ว่า การที่บางฝ่ายพยายามนำมติแพทยสภาไปเชื่อมโยงกับกระบวนการไต่สวนกรณีคุมขังของนายทักษิณ ชินวัตร ที่โรงพยาบาลตำรวจ ชั้น 14 เป็นการด่วนสรุปเกินไป เพราะ มติดังกล่าวยังไม่อาจใช้เป็นพยานหลักฐานที่มีผลทางกฎหมาย โดยเฉพาะในกรณีที่เกี่ยวข้องกับการตัดสินใจของกรมราชทัณฑ์ ซึ่งอาศัยอำนาจตาม พ.ร.บ.ราชทัณฑ์ พ.ศ. 2560 และกฎกระทรวงปี 2563
ดร.ณัฏฐ์ ระบุว่า ประเด็นนี้ยังต้องใช้เวลาอีกนาน หากผู้ที่ถูกลงโทษใช้สิทธิอุทธรณ์ต่อศาล ซึ่งกระบวนการศาลปกครองต้องผ่านทั้งศาลชั้นต้นและศาลปกครองสูงสุด จึงไม่อาจนำมติที่ยังไม่ถึงที่สุดนี้ ไปบั่นทอนความน่าเชื่อถือของแพทย์ผู้มีบทบาทในการรักษานายทักษิณ ได้ในชั้นนี้
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ดร.ณัฏฐ์ ชำแหละร่าง พ.ร.บ.อาวุธปืน ภูมิใจไทย คุมเข้มปืน-เพิ่มโทษ
“ดร.ณัฏฐ์” ชี้ร่างแก้ไข พ.ร.บ.อาวุธปืน ฉบับภูมิใจไทย สอดรับสังคมยุคดิจิทัล คุมเข้มครอบครอง-พกพา เพิ่มโทษปืนเถื่อน หวังยกระดับความปลอดภัยประชาชน พร้อมสวน “วิโรจ
ดร.ณัฏฐ์ ไขปม ‘ยิงโจรในบ้าน’ ชี้อ้างป้องกันตัวต้องพิสูจน์ในชั้นศาล
“ดร.ณัฏฐ์” หนุนนโยบายคุมอาวุธปืนเพิ่มความปลอดภัยประชาชน ไขข้อกฎหมายปมโพสต์ “อนุทิน” เรื่องยิงโจรในบ้าน ชี้การอ้างป้องกันตัวไม่ใช่ข้อยกเว้นโดยอัตโนมัติ ผู้ต้องหาหรือจำเลยต้องนำพยานหลักฐานพิสูจน์ให้เข้าเงื่อนไขตามกฎหมาย
ดร.ณัฏฐ์ ชี้เส้นเงิน ‘พริษฐ์-ยิ่งชีพ’ เปิด ไม่เกี่ยวคดีฮั้ว สว. ไขนัย ‘กำแพง’ ของ ‘อนุทิน’
“ดร.ณัฏฐ์” ชี้ ปม “คดีฮั้ว สว.”เส้นเงินที่“พริษฐ์-ยิ่งชีพ”มาเปิดไม่เกี่ยวกับคดี ส่วนโพสต์ “อนุทิน” คำว่า “กำแพง”หมายถึง รักษาผลประโยชน์ของประเทศชาติ
ตั้งกก.ฟันวินัย3หมอตร. แบ่งหน้าที่ช่วย‘ทักษิณ’
“รักชนก” ย้ำจุดยืนส้มมีเราไม่มีเทา หลังมีกระแสตั้งรัฐบาลเขียว-แดง-ส้ม “มาร์ค” โนคอมเมนต์ ฝันกลับมาเป็นพรรคหลัก “ผบ.ตร.” ตั้งกรรมการสอบ
ดร.ณัฏฐ์ ชำแหละคดี 44 สส.ก้าวไกล ชี้ศาลเป็นผู้กำหนดเกม
ดร.ณัฐวุฒิ วงศ์เนียม หรือ“ดร.ณัฏฐ์” นักกฎหมายมหาชน ได้ให้ความเห็นเพื่อประโยชน์สาธารณะและกล่าวว่า เทคนิคการอ้างพยานจำ
ดร.ณัฏฐ์ ขยี้ปม 'สก.ปชน.' เสียบบัตรแทนกัน ย้อนแย้ง 'โปร่งใส ตรวจสอบได้'
ดร.ณัฏฐ์” ขยี้ ปม “สก.” พรรคประชาชนเสียบบัตรแทนกันทุจริตต่อหน้าที่ ย้อนแย้งนโยบายหาเสียง “โปร่งใส ตรวจสอบได้” หาก ปปช.เชือด เป็นอำนาจของศาลอาญาคดีทุจริตฯ

