'จุลพันธ์' เผยฝ่ายค้านได้ 22 ชั่วโมง แบ่งเนื้อหา 4 กลุ่มซักฟอกรัฐบาล

“จุลพันธ์” เผยฝ่ายค้านได้ 22 ชั่วโมง อภิปรายแบบไม่ลงมติ ม.152 เชือดรัฐบาล จัดหมวดถล่ม 4 กลุ่ม เศรษฐกิจ ปากท้อง โรคระบาด ทุจริต และเรื่องอื่นๆ เช่น ฝุ่นพิษ

7 ก.พ.2565 - ที่รัฐสภา นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.เชียงใหม่ และรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงการอภิปรายทั่วไปแบบไม่ลงมติตามรัฐธรรมนูญม.152 ระหว่างวันที่ 17-18 ก.พ.นี้ ว่า ตามที่พรรคฝ่ายค้านได้เวลาทั้งหมด 22 ชั่วโมง จะเริ่มต้นด้วยหัวหน้าพรรคแต่ละพรรค เรียงลำดับดังนี้ 1.นพ.ชลน่าน 2.นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคก้าวไกล 3.พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย 4.พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชาติ 5.นายศรัณย์วุฒิ ศรัณย์เกตุ ส.ส.อุตรดิตถ์ หัวหน้าพรรคเพื่อชาติ และ6.นายนิคม บุญวิเศษ ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพลังปวงชนไทย

นายจุลพันธ์ กล่าวต่อว่า สำหรับเนื้อหาอภิปรายจะแบ่งเป็น 4 กลุ่ม 1.เศรษฐกิจปากท้อง 2.ปัญหาโรคระบาดต่างๆ 3.ปัญหาการเมืองการทุจริตคอร์รัปชั่น และ4.เรื่องอื่นๆ อย่างไรก็ตาม ในช่วงค่ำของวันที่ 18 ก.พ. นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) จะอภิปรายสรุปในตอนท้าย

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

สีน้ำเงิน ยังคุมสภาสูง เดิมเกมดูดสว.เติมเสียง

หลังคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)มีมติส่งคำร้องไปศาลฎีกาฯ และดำเนินคดีอาญาผู้เกี่ยวข้องกับคดีฮั้วสว.จำนวน 77 รายชื่อ โดยมีสมาชิกวุฒิสภาชุดปัจจุบันรวมอยู่ด้วย 26 รายชื่อ ทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ทางการเมืองและข้อกฎหมายตามมามากมาย

สางปม'โกง-ขายชาติ'ลดเงื่อนไข บริหารสมดุลเครือข่าย'สีน้ำเงิน'

ไม่รู้ว่ามีแรงฮึดจากไหน สัปดาห์ที่ผ่านมา นายกฯ อนุทิน ชาญวีรกูล กล่าวกลางวงข้าราชการกระทรวงมหาดไทยในประเด็นร้อนที่เกี่ยวพันกับข้อกล่าวหาเรื่อง ทุจริต-โกงชาติ

'ยุทธพร' ชี้มติ กกต.ปม สว.สร้างความชัดเจน รัฐบาลไปต่อ-เศรษฐกิจคลายกังวล ลดความเสี่ยงเกมเซตซีโร่

รศ.ดร.ยุทธพร อิสรชัย อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช กล่าวถึงผลการพิจารณาคดีการเลือกสมาชิกวุฒิสภาของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ว่า มติดังกล่าวช่วยสร้างความชัดเจนให้แก่สถานการณ์การเมืองว่า รัฐบาลยังสามารถบริหารประเทศต่อไปได้ และลดความกังวลว่าผู้ดำรงตำแหน่งสำคัญในรัฐบาลอาจต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ จนนำไปสู่เกม “เซตซีโร่” ทางการเมือง