ป.ป.ช.มีมติ ตั้งกก.ไต่สวน “ทวี - ดีเอสไอ ” กลั่นแกล้งสอบฮั้ว สว. พร้อม ทีมพนักงานสอบสวน ลงพื้นที่ ข่มขู่ พยาน ให้รับสารภาพฮั้วเลือกสว.หลังคณะสว.ร้องการสอบสวนไม่เป็นไปตามระเบียบการสอบสวนของดีเอสไอและไม่ถูกกฎหมาย
26 มิถุนายน 2568 - รายงานข่าวแจ้งว่า เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน 2568 ที่ประชุมคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีมติตั้งคณะกรรมการไต่สวน ข้อร้องเรียน พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม และ พ.ต.ต. ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) กรณีมีกลุ่มบุคคลอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ ลงพื้นที่จังหวัดอำนาจเจริญ สอบถามข้อมูลเกี่ยวกับการเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) 2 ราย โดยไม่ได้แต่งเครื่องแบบ ไม่ได้แสดงบัตรประจำตัวเจ้าหน้าที่ของรัฐ หรือเครื่องหมายใด ๆ ได้เข้าไปในบ้านของอดีตผู้สมัคร สว. ในพื้นที่อำนาจเจริญ และถอดปลั๊กไฟของกล้องวงจรปิด บังคับให้อดีตผู้สมัคร สว. รับสารภาพว่าได้กระทำความผิดในการฮั้วการเลือก สว. ถ้าเห็นว่า ข้อมูลเพียงพอก็ให้เสนอเรื่องคณะกรรมการ ป.ป.ช. ตั้งคณะขึ้นมาไต่สวนต่อไป
แหล่งข่าวจาก ป.ป.ช. เปิดเผยว่า กรณีนี้เป็นเรื่องสืบเนื่องจาก คณะสว. ที่ถูกดีเอสไอส ตั้งข้อกล่าวหาฟอกเงินในการเลือก สว. หรือคดีฮั้ว สว. ประมาณ 10 คน ยื่นหนังสือถึงนายมงคล สุระสัจจะ ประธาน สว. ในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2568 เพื่อส่งเรื่องให้ ป.ป.ช. พิจารณาดำเนินการสืบสวนไต่สวนตามอำนาจหน้าที่ เนื่องจากเห็นว่าการปฏิบัติหน้าที่ของ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง และ พ.ต.ต. ยุทธนา แพรดำ เป็นการจงใจกลั่นแกล้ง ทำให้ สว.ได้รับความเสียหายและอาจถึงขั้นล้มล้างการปกครองในระบอบประชาธิปไตย ซึ่ง ป.ป.ช.มีมติให้รับตรวจสอบเบื้องต้นไปก่อนหน้านี้
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า เกี่ยวกับกรณีมีกลุ่มบุคคลอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ ลงพื้นที่สอบถามข้อมูลเกี่ยวกับการเลือกตั้ง สว.จากอดีตผู้สมัคร สว. หลังปรากฏข่าวดังกล่าว กระทรวงมหาดไทย ในช่วงที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล ยังดำรงตำแหน่งเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้มีหนังสือไปถึงผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด ให้มีคำสั่งไปยังพนักงานฝ่ายปกครองขอหลักฐานการประสานงานเป็นหนังสือจากพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) และเอกสารที่ยืนยันการเป็นผู้ที่ได้รับการแต่งตั้งให้มีอำนาจและหน้าที่สอบคดีฮั้วเลือกตั้ง สว. ซึ่งเป็นช่วงที่มี สว.ลอตแรกถูกออกหมายเรียกจำนวน 53 คน ด้วย
อย่างไรก็ตาม สำหรับคดีแรกก่อนหน้านี้ เกิดจากกลุ่มสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ซึ่งถูกดีเอสไอ ตั้งข้อกล่าวหาฟอกเงินในการเลือก สว. หรือคดีฮั้ว สว. นำโดย พล.ต.ต.ฉัตรวรรษ แสงเพชร สว.กลุ่มกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม อดีตผู้บังคับการตำรวจภูมิธร จังหวัดบุรีรัมย์ พร้อมคณะสว. ประมาณ 10 คน ยื่นหนังสือถึงนายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา เมื่อปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2568 เพื่อส่งเรื่องให้ คณะกรรมการป.ป.ช. พิจารณาดำเนินการสืบสวนไต่สวนตามอำนาจหน้าที่
เนื่องจากเห็นว่าการปฏิบัติหน้าที่ของ พ.ต.อ.ทวี และ พ.ต.ต.ยุทธนา เป็นการจงใจกลั่นแกล้ง ทำให้ สว.ได้รับความเสียหายและอาจถึงขั้นล้มล้างการปกครองในระบอบประชาธิปไตยฯนั้น และเมื่อกลางเดือน พ.ค. ที่ผ่านมา คณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้มีมติให้รับเรื่องที่กลุ่ม สว. ร้องเรียน พ.ต.อ.ทวี และ พ.ต.ต.ยุทธนา ไว้ตรวจสอบข้อเท็จจริงเบื้องต้นแล้ว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ราชกิจจาฯ แพร่ประกาศให้ความผิดเกี่ยวกับน้ำมันเชื้อเพลิงเป็น 'คดีพิเศษ'
ราชกิจจาฯ เผยแพร่ประกาศดีเอสไอ ให้ความผิดเกี่ยวกับน้ำมันเชื้อเพลิงที่กระทบจากสถานการณ์ตะวันออกกลาง เข้าข่ายคดีพิเศษ มีผลย้อนหลัง 1 มี.ค. 2569 รองรับการดำเนินคดีกลุ่มขบวนการหรือพฤติการณ์ซับซ้อน
โปรดเกล้าฯ แต่งตั้งขัาราชการสำนักงาน ป.ป.ช. ประเภทบริหารระดับสูง 2 ราย
ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรีเรื่อง แต่งตั้งข้าราชการสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามกา
บอร์ด กคพ. ไฟเขียวสอบ 'กักตุนน้ำมัน' เป็นคดีพิเศษ พบ 24 เที่ยวเรือขนน้ำมันผิดปกติ
บอร์ด กคพ. ลงมติรับสอบสวนคดีกักตุนน้ำมันเป็นคดีพิเศษ ระบุ เริ่มต้นสอบสวนคดีน้ำมันนับแต่วันที่ 1 มี.ค.69 จนกว่าสถานการณ์ในตะวันออกกลางจะสงบ เน้นจุดเริ่มที่บริษัทคลังน้ำมันรายใหญ่ในสุราษฎร์ฯ - น้ำมัน
เปิดคำร้อง ป.ป.ช. ชี้อดีต 44 สส.ก้าวไกล มีเจตนาทำลายสถาบัน-ล้มล้างการปกครอง
เปิดคำร้อง ปปช. ชี้อดีต 44 สส.ก้าวไกล มีเจตนามุ่งร้ายทำลายล้างสถาบันฯ ล้มล้างการปกครอง ขอให้หยุดปฏิบัติหน้าที่เเละพ้นจากตำเเหน่ง ห้ามดำรงตำเเหน่งทางการเมืองตลอดชีวิต
ป.ป.ช. ส่งศาลฎีกา ฟันอดีต 44 สส.ก้าวไกล แล้ว
นายสุรพงษ์ อินทนถาวร เลขาธิการกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เปิดเผยว่า ในวันที่ 9เม.ย. เวลา 09.00น.ได้มอบหมายให้นายพัฒนพงศ์ จันทร์เพ็ชรพูล ผู้ช่วยเลขาธิการป.ป.ช.นำคำร้องคดีอดีต44สส.พรรคก้าวไกล กรณีผิดจริยธรรมร้ายแรง จากการเข้าชื่อแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตร112 ไปยื่นต่อศาลฎีกา
พบพิรุธโรงกลั่นย่อย-คลังน้ำมัน มีรถขนน้ำมันแต่ไม่ส่งปั๊ม ใช้ไฟฟ้าสูงช่วงน้ำมันขาด ส่อกักตุนเก็งกำไร
“ทีมคลี่คลายกักตุนน้ำมัน” เผยพบความผิดปกติ ของโรงกลั่นและบริษัทคลังน้ำมันในพื้นที่จังหวัดระยอง ปทุมธานี โดยเฉพาะกรณีมีรถขนส่งน้ำมันแต่ไม่ส่งจ่ายน้ำมันให้ปั๊ม - มีการใช้จ่ายกระแสไฟฟ้าสูงในช่วงน้ำมันขาดแคลน ลักษณะคล้ายกักตุนน้ำมันและรอขายออกเพื่อเก็งกำไร

