“อนุทิน” ชี้ยุบสภาฯอยู่ที่สถานการณ์ จำเป็นก็ไม่มีทางเลือก ไม่ขอประเมินตัวเอง แต่พูดเล่นๆ 10 เต็ม 10 เหตุทำงานทุกวัน ชี้โพลภาคใต้ได้ 15% ดีใจแล้ว มั่นใจทำทุกอย่างถูกทาง ช่วยคนไม่ได้หวังคะแนน
1 ธันวาคม 2568 - เมื่อเวลา 16.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวการยุบสภาฯวันที่ 12 ธ.ค. ข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร ว่า เรื่องยุบสภาฯอยู่ที่สถานการณ์ทางการเมือง ทุกท่านทราบอยู่แล้วว่าสภาฯชุดนี้ไม่เกินวันที่ 31 ม.ค. 69
เมื่อถามว่ามีกระแสข่าวว่ารัฐบาลประสานกับพรรคเพื่อไทยเกี่ยวกับเรื่องการยุบสภาฯ นายอนุทิน กล่าวว่า ยังเลย ยังไม่มีครับ ผมยังไม่ได้คุยกับผู้บริหารพรรคไหนเลย อย่าว่าแต่พรรคเพื่อไทยเลย พรรคไหนก็ไม่ได้คุย เราบริหารราชการไปโดยมีไทม์ไลน์ของเราอย่างไรก็รักษาคำพูด เรามี MOA ผมเชื่อว่าตั้งแต่เข้ามาเป็นรัฐบาลก็ได้ทำทุกอย่างตามเงื่อนไข MOA กับพรรคประชาชน วันนี้เราเป็นรัฐบาลแล้วก็ไม่อยากพูดคำว่า MOA เยอะเพราะเป็นเรื่องของสองพรรค วันนี้เป็นเรื่องของรัฐบาลและประเทศแล้ว ในการแถลงนโยบายต่อรัฐสภา เราบอกแล้วว่าวันที่ 31 ม.ค. 69 เราจะยุบสภา ตอนนี้มีสถานการณ์อะไรต่างๆถ้าเป็นไปได้ก็อยากขอให้พวกเราทุกคนไปช่วยพี่น้องประชาชนบรรเทาทุกข์ เอาเขาออกจากความทุกข์ร้อน เอาเขากลับบ้านฟื้นฟูคืนบ้านเมืองให้เขา หายใจอีกแปปเดียวก็ยุบสภาฯแล้ว
เมื่อถามว่าล่าสุดพรรคเพื่อไทยแสดงท่าทีจะไม่ยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจตอนนี้ นายอนุทิน ยิ้ม ก่อนกล่าวว่า ถ้ายุบสภาฯ ถ้าช่วงมีภัยพิบัติเรื่องฉุกเฉินต่างๆรัฐบาลจะทำงานช่วยเหลือประชาชนลำบาก แต่ถ้าเกิดมีความจำเป็นหากไม่มีทางเลือกมันก็ไม่มีทางเลือก เราก็ต้องมีความพร้อม
เมื่อถามว่ากำลังใจตอนนี้เป็นอย่างไรเพราะตอนนี้มีกระแสดรามามาก นายอนุทิน กล่าวว่า “ผมไม่มีปัญหาอะไรกับกระแสดรามาเลยแม้แต่น้อย เพราะผมและคณะรัฐมนตรีของผม ยึดถือความทุกข์ของประชาชน ประชาชนทุกข์หนึ่งเท่า พวกผมทุกข์สิบเท่า เพราะเราต้องดูแลเขา และแสวงหาความร่วมมือช่วยพวกเขา“
เมื่อถามว่าได้ประเมินกระแสนิยมพรรคภูมิใจไทยบ้างหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ”ไม่ได้ประเมินเลยพูดจริงๆ ผมก็ทำงานของผม ตั้งแต่ทำงานการเมืองมา 20 ปีไม่เคยประเมิน เวลาสื่อถามว่าประเมินคะแนนตัวเองเท่าไหร่ ก็พูดเล่นๆว่าให้ 10 เต็ม10 เพราะผมทำงานทุกวันไม่มีวันหยุดเลย จริงๆคนประเมินผมคือประชาชน“
เมื่อถามว่าประชาชนอาจมองว่ารัฐบาลติดลบในการแก้วิกฤติน้ำท่วม บั่นทอนความรู้สึกหรือไม่ นายอนุทิน ส่ายศรีษะ ก่อนตอบว่า ”ไม่รู้สึก เพราะคนพูดเช่นนี้อาจติดตามข่าวสารที่ไม่ถูกต้อง อย่างพวกผมก็ไปลุยน้ำเท่าอกเหมือนกัน ยังมีปัญหาเรื่องผิวหนังอยู่เลย แต่ไม่มีปัญหาเพราะลงไปแล้วเราก็รู้งาน ใครพูดอะไรก็ตอบได้ แต่ไม่ต้องการไปเถียงเพราะทุกคนมีสิทธิ์พูด แต่ถ้าจะพูดเรื่องน้ำที่หาดใหญ่ในการช่วยเหลือประชาชนและมาตรการต่างๆรัฐบาลต้องมั่นใจว่ามาถูกทางและทำทุกอย่างที่ต้องทำ“
เมื่อถามว่าพรรคภูมิใจไทยมีบ้านใหญ่พื้นที่ภาคใต้เยอะ นายอนุทิน กล่าวว่า ไม่ได้คิดตรงนั้นตอนนี้คิดอย่างเดียว ไม่เช่นนั้นต้องไปถามว่าจะกาพรรคอะไรถึงช่วยซึ่งมันไม่ใช่ เราไปทั้งหมดเพื่อเอาพวกเขาออกจากความทุกข์พูดได้แค่นี้
เมื่อถามถึงผลโพลล่าสุดในพื้นที่ภาคใต้ ที่นายอนุทินมาเป็นอันดับ 3 นายอนุทิน กล่าวว่า โพลออกมาตน 15% นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกฯมา 25% ตนมาจาก 0.2% ได้ 15% ตนก็สาธุ พร้อมยกมือท่วมหัว ก่อนกล่าวว่า เช่นเดียวกับคะแนนพรรคภูมิใจไทยที่ตกมาเหลือ 11% ก่อนหน้านี้เราเคยอยู่ 0.21% ก็ขอบคุณมากแล้วได้แค่นี้ก็ดีใจตายแล้ว
ถามอีกว่าประเมินว่าจะชนะนายอภิสิทธิ์ได้หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ไปช่วยเหลือประชาชน นายอภิสิทธิ์ มาเป็นหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ก็ทำให้มีการตื่นตัวมีสีสันขึ้น แต่ตนไม่ได้มองท่านเป็นคู่แข่ง เรามาทำงานให้บ้านเมืองอย่างไรก็ได้
เมื่อถามว่าการลงพื้นที่หาดใหญ่เหมือนประชาชนให้กำลังใจมากกว่าดรามา นายอนุทิน กล่าวว่า คนที่ติดตามใกล้ชิดคงเห็นเราลงพื้นที่โดยไม่คิดว่าจะได้คะแนนเสียง ถ้าลงไปแล้วช่วยเหลือประชาชนได้ แล้วไม่มีคนเสียชีวิตไม่มีคนเสียหายไม่เลือกก็ได้ มีใครจะดีใจเท่ากับคนที่ทำแล้วช่วยชีวิตคนได้ ตนไม่ได้คิดตรงนั้นเลย สงขลาพรรคภูมิใจไทยมีสส.คนเดียว ตราบใดที่ไม่เสียเขาไปก็ไม่ได้ขาดอะไร ได้แค่นี้ก็ดีแล้ว เมื่อถามว่าตอนนี้เหนื่อยหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ยัง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
“วันวิชิต” ชี้รัฐบาลมาถูกทาง คุมปืนคือจังหวะสำคัญเปลี่ยนสังคมไทย ชี้ รัฐบาล กำลัง ลดคุณค่าของปืน ให้กลายเป็นสิ่งกึ่งผิดกฎหมาย พร้อม ขอคนไทยก้าวข้ามดราม่านายกฯ ปม “ยิงปืนในบ้านผิดหรือไม่”
ผศ.ดร.วันวิชิต บุญโปร่ง อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต มองว่า ท่าทีของรัฐบาลที่ประกาศเดินหน้าควบคุมอาวุธปืนอย่างจริงจัง ถือเป็นทิศทางที่ถูกต้อง และเป็นจังหวะสำคัญที่ประเทศไทยควรใช้ในการจัดระเบียบเรื่องอาวุธปืนครั้งใหญ่ หลังเกิดเหตุความรุนแรงหลายครั้งจนสังคมเริ่มตระหนักร่วมกันว่า
'โรม' จี้นายกฯ ตอบให้ได้ถ้าห้ามพกปืนจะให้ความปลอดภัยสังคมอย่างไร
นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่มีเหตุกราดยิงบ่อยครั้ง ล่าสุดที่จังหวัดนครราชสีมา มีความกังวลหรือไม่ ว่า ตนเชื่อว่าทุกคนกังวลแน่นอน ประเทศไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่มีอัตราอาวุธปืนต่อสัดส่วนประชากรสูงติดอันดับโลก ดังนั้น เรื่องนี้ปฏิเสธไม่ได้ และบวกกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ที่นำไปสู่โศกนาฎกรรมหลายครั้ง ต้องยอมรับความเป็นจริงว่ามาตรการที่เกี่ยวกับอาวุธปืนมีปัญหาแน่ ๆ ตั้งแต่สมัยก่อนที่มีเปิดร้านขายปืน ตนมองว่าเป็นเรื่องที่เถียงกันไม่จบ
'อ.อัจฉราวดี' แนะ 'อนุทิน' พูดพอดีๆ มีสติให้มาก จะได้ไม่ต้องตามแก้ข่าว ปมยิงโจรในบ้าน
อ.อัจฉราวดี วงศ์สกล วิปัสสนาจารย์ชื่อดัง ในฐานะโหวตเตอร์พรรคภูมิใจไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า เห็นข่าวก็งงเหมือนกัน ทัวร์ลงสนั่น ประชาชนรู้สึกเอาใจโจร บางคอมเมนต์ "ให้คิดก่อนพูด"
นายกฯ ชมงานโอทอปศิลปาชีพ เป็นวันที่ 4 โดดขึ้นเวทีร้องเพลงร่วมกับประชาชนอย่างเป็นกันเอง
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ร่วมงาน “ศิลปาชีพ ประทีปไทย OTOP หลอมดวงใจด้วยพระบารมี” ปี 2569 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 8–16 ส.ค.นี้ ณ อาคารชาเลนเจอร์ 1–3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี
เจ้าของร้านทอง วอนรัฐบาลทบทวนมาตรการห้ามพกปืน
ภายหลังจากที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย เตรียมกำหนดมาตรการขั้นเด็ดขาดในการควบคุมอาวุธปืน และเตรียมเร่งผลักดันร่าง พ.ร.บ.อาวุธปืน ฉบับใหม่ ด้วยการสั่งการให้กระทรวงมหาดไทยและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ระงับการต่อใบอนุญาตอาวุธปืนทั้ง 3 ประเภท ได้แก่ ป.3, ป.4 และ ป.12 จนกว่าจะมีมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เปลี่ยนแปลง เพื่อป้องกันปัญหาอาชญากรรมที่เกิดขึ้นนั้น
นายกฯ ร่ายยาว ควบคุมอาวุธปืน เพิ่มโทษรุนแรงขึ้น จ่อเปิดช่องส่งมอบปืนเถื่อน
“อนุทิน” เร่งออกกม.ปืนใหม่รุนแรงขึ้น จ่อเปิดช่องส่งมอบปืนเถื่อน ลั่นห้ามต่อใบอนุญาต ป.3 ป.4 ป.12 จนกว่าจะมีมติ ครม.เป็นอย่างอื่น พร้อมสั่งตรวจทำเนียบฯเข้ม คนใกล้ชิด-คนติดตาม ไม่ใช่ตำรวจปฎิบัติหน้าที่ห้ามพกปืน ไม่รู้ภรรยาครอบครองปืน ชี้ ยิงโจรในบ้าน กม.ไม่คุ้มครอง แนะทิ้งกระสุนใช้เป็นของโชว์ เผยตัวเองเคยมีปืนแต่หายไป ได้แจ้งความแล้ว บอก "ทำความดีไว้" หลังถูกถามทำบุญใหญ่ประเทศ

