'รบ.' จ่อตั้งหน่วยงานภายใต้ สบน. คุมความเสี่ยงหนี้สาธารณะ ติดตามใช้เงิน พรก.กู้เงิน 4 แสนล.

แฟ้มภาพ

รัฐบาล เตรียมตั้งหน่วยงานภายใต้ สบน. คุมความเสี่ยงหนี้สาธารณะ ติดตาม-ประเมินผลการใช้เงินตาม พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน

11 พ.ค.2569-แหล่งข่าวจากทำเนียบฯ เปิดเผยถึงร่างพระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ. …. หรือ พ.ร.ก.กู้เงิน กรอบวงเงิน 4 แสนล้านบาทล่าสุดว่า รัฐบาลโดยกระทรวงการคลัง ได้มอบหมายให้สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) จัดตั้งหน่วยงานขึ้นมาภายใต้สังกัด สบน. เพื่อบริหารความเสี่ยงเรื่องหนี้สาธารณะและการติดตามและการประเมินผลการใช้เงินตาม พ.ร.ก.กู้เงิน ตามมติของคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยใช้การบริหารอัตรากำลังปัจจุบันของ สบน.เอง

ทั้งนี้กระทรวงการคลัง ได้รายงานต่อครม.ว่า ในการติดตามและประเมินผลการบริหารหนี้สาธารณะนั้น เห็นว่าด้วยสถานการณ์ที่ปริมาณหนี้สาธารณะเพิ่มสูงขึ้นอย่างก้าวกระโดดภายหลังจากการตราพระราชกำหนดกู้เงินพิเศษเพื่อแก้ไขปัญหา เยียวยา และฟื้นฟูเศรษฐกิจ และสังคมที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19

จึงมีความจำเป็นที่จะต้องปรับโครงสร้างหนี้ของการกู้เงินดังกล่าวอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน รวมทั้งประมาณการกู้เงินในอนาคตตามแผนการคลังระยะปานกลาง (MTFF) ประกอบกับการตราพระราชกำหนดในครั้งนี้ ทำให้ความเสี่ยงด้านหนี้สาธารณะของประเทศปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

ดังนั้นเพื่อรักษาวินัยทางการคลังและรักษาระดับความน่าเชื่อถือของประเทศในระยะยาว ซึ่งจะส่งผลต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนและต้นทุนการกู้เงินของประเทศ กระทรวงการคลังจึงต้องกำหนดกรอบกลยุทธ์การบริหารความเสี่ยงหนี้สาธารณะเพื่อทำหน้าที่เสมือนระบบเตือนภัย (Warning System) ของประเทศ ให้อยู่ในกรอบความเสี่ยงที่กำหนดและอยู่ในระดับที่สามารถบริหารจัดการได้

พร้อมดับดูแลความปลอดภัยด้านฐานะการคลังของประเทศ และวิเคราะห์ผลกระทบและตรวจสอบระดับความเสี่ยง ที่จะเกิดขึ้นกับ Portfolio หนี้สาธารณะเมื่อเกิดเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่กระทบต่อภาวะเศรษฐกิจการเงิน ทั้งในและต่างประเทศซึ่งเป็นการดำเนินการตามมาตรา 50 และมาตรา 51 แห่งพระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลังฯ

อีกทั้งในการดำเนินโครงการเงินกู้ยังมีภารกิจการกำกับติดตามและการบริหารหนี้สาธารณะเพื่อให้มีความโปร่งใส บรรลุวัตถุประสงค์และเป้าหมายของโครงการ มีความคุ้มค่า มีประสิทธิภาพ และเป็นไปตามหลักธรรมาภิบาล รวมทั้งข้อกฎหมาย จึงจำเป็นต้องประเมินผลสัมฤทธิ์ของโครงการทั้งที่เป็นเงินกู้ตามกฎหมายกู้เงินพิเศษและกฎหมายว่าด้วยกำกับติดตามและประเมินผลโครงการอย่างเป็นทางการเพื่อให้การดำเนินโครงการเกิดผลสัมฤทธิ์ตามแนวนโยบายของรัฐบาลอย่างมีประสิทธิภาพ

ขณะเดียวกันในกระบวนการบริหารความเสี่ยงหนี้สาธารณะและการติดตามและการประเมินผลโครงการมีเป้าหมายสำคัญเพื่อให้การใช้จ่ายเงินกู้เกิดความโปร่งใส (Transparency) และสามารถตรวจสอบได้ซึ่งมีความสอดคล้องกับแนวนโยบายธรรมาภิบาลของรัฐบาล (Good Governance) อีกทั้งภารกิจดังกล่าวมีความจำเป็นต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่อง

ดังนั้นกระทรวงการคลัง จึงมอบหมายให้ สบน. ทำหน้าที่รับผิดชอบการบริหารจัดการความเสี่ยงด้านหนี้สาธารณะให้อยู่ในกรอบความเสี่ยง และดูแลความปลอดภัยด้านฐานะการคลังของประเทศให้อยู่ในระดับที่สามารถบริหารจัดการได้ แลัให้ สบน. ทำหน้าที่รับผิดชอบการกำกับติดตามและประเมินผลสัมฤทธิ์ของโครงการ จากการใช้เงินกู้ให้มีความโปร่งใสบรรลุวัตถุประสงค์และเป้าหมายของโครงการ เพื่อให้การใช้เงินกู้ สบน. ดำเนินภารกิจ เกิดความคุ้มค่าและมีประสิทธิภาพต่อไป

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

รัฐบาลสั่งขรก.ไว้ทุกข์-ลดธงครึ่งเสา 15 วัน พร้อมเตรียมงานพระราชพิธีพระศพ

ครม.น้อมรำลึกพระกรุณาธิคุณ 'เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ' สั่งสถานที่ราชการลดธงครึ่งเสา 15 วัน นายกฯ นำคณะรัฐมนตรีถวายน้ำสรงพระศพ 13 มิ.ย. ไม่ห้ามจัดกิจกรรม-งานรื่นเริง ให้ ปชช.ดำเนินชีวิตปกติ

นายกฯ แถลงการณ์ถวายความอาลัย 'เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ' ชวนคนไทยน้อมรำลึกพระกรุณาธิคุณ

นายกฯ แถลงการณ์ผ่านทีวีพูล ถวายความอาลัย 'เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ' เชิญชวนพสกนิกรชาวไทยร่วมน้อมรำลึกพระกรุณาธิคุณอันล้นพ้นหาที่สุดมิได้

ระวัง! มิจฉาชีพเกาะบอลโลก ลวงพนันออนไลน์ ส่งลิงก์ฉกข้อมูลส่วนตัว

รัฐบาลเตือนแฟนบอลไทย! ระวังมิจฉาชีพเกาะกระแสฟุตบอลโลก 2026 หลอกเล่นพนันออนไลน์–ขายตั๋วปลอม–ส่งลิงก์ดูบอลสดเถื่อน ย้ำ '4 ไม่' รู้ทันก่อนสูญเงิน

'ปกรณ์' ผุดทีมรัฐ-เอกชน รื้อกฎหมายเอื้อทำธุรกิจ เร่ง 2 เดือน ชงครม.

'ปกรณ์' เผยผลหารือ กกร. เห็นพ้องตั้งทีมรัฐ-เอกชน ลุยปรับปรุงกฎหมายลำดับรองให้เอื้อการทำธุรกิจ เน้นพุ่งเป้า 7 กลุ่มรับอุตสาหกรรมใหม่ ตั้งเป้า 2 เดือน ชง ครม.

‘คลัง’ถกตลท.-FETCOเร่งเคาะTISAจับตาตัวเลขสิทธิประโยชน์/หวังบูมตลาดทุน

‘คลัง’ เปิดบ้านรับ ตลท.-ก.ล.ต.-FETCO หารือเร่งสรุปมาตรการ TISA หวังช่วยหนุนตลาดทุน หลังได้ข้อสรุปตรงกันแล้ว 90% จับตาเคาะตัวเลขสิทธิประโยชน์