
กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เตรียมจัดงานใหญ่เนื่องในโอกาสครบรอบสถาปนา กระทรวง 20 ปี “พม. เสริมพลัง สร้างโอกาส พัฒนาคนทุกช่วงวัย” ระหว่างวันที่ 29 ก.ย.- 3 ต.ค.นี้ ที่กระทรวง พม. สะพานขาว กรุงเทพฯ เป็นงานมหกรรมด้านสังคม เพื่อสร้างการรับรู้และแสวงหาความร่วมมือของทุกภาคส่วนในสังคม นำไปสู่ขับเคลื่อนการพัฒนาสังคมของประเทศให้มีคุณภาพ เป้าหมายเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีของประชาชนทุกช่วงวัย
จากกรมประชาสงเคราะห์สู่กระทรวง พม.
งานสวัสดิการสังคมของประเทศไทย มีพัฒนาการมาจากงานสังคมสงเคราะห์ โดยจอมพล ป. พิบูลสงคราม นายกรัฐมนตรี (ในขณะนั้น) ได้จัดตั้งกรมประชาสงเคราะห์ขึ้นมาในเดือนกันยายน พ.ศ. 2483 โดยจอมพล ป. เป็นอธิบดีคนแรก มีหน้าที่ในการจัดสวัสดิการสังคม การสังคมสงเคราะห์ การคุ้มครองและพิทักษ์สิทธิ บริการสวัสดิการสังคมแก่คนไร้ที่พึ่ง
กรมประชาสงเคราะห์ (ปัจจุบันคือ ‘กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ’) เคยใช้ ‘วังสะพานขาว’ เป็นที่ทำการ อดีตคือ วังประทับของพระราชโอรสองค์หนึ่งในรัชกาลที่ 5
ในเวลาต่อมา กรมประชาสงเคราะห์ได้ขยายการดำเนินงานออกไปกว้างขวาง เช่น การคุ้มครองสวัสดิภาพเด็ก การป้องกันและปราบปรามการค้าประเวณี การฟื้นฟูสมรรถภาพคนพิการ การสงเคราะห์และพัฒนาชาวเขา ฯลฯ และย้ายไปสังกัดหลายกระทรวง เช่น มหาดไทย แรงงานและสวัสดิการสังคม
ในปี พ.ศ. 2545 มี ‘พระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม พ.ศ. 2545’ กำหนดให้จัดตั้ง ‘กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์’ และกำหนดให้แยกกรมประชาสงเคราะห์ออกมาจากกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม ย้ายมาสังกัดกระทรวงการพัฒนาสังคมฯ และเปลี่ยนชื่อเป็น ‘กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ’
ปัจจุบัน กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) มีนายจุติ ไกรฤกษ์ ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการ (10 กรกฎาคม 2562 -ปัจจุบัน) มีหน่วยงานในสังกัด คือ สำนักงานปลัดกระทรวง สำนักงานรัฐมนตรี กรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ กรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว กรมกิจการผู้สูงอายุ กรมกิจการเด็กและเยาวชน การเคหะแห่งชาติ สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) และสำนักงานธนานุเคราะห์
จากโครงสร้างการแบ่งหน่วยงานดังกล่าว กระทรวง พม. จึงมีภารกิจหน้าที่ต่างๆ มากมาย ครอบคลุมกลุ่มเป้าหมายทุกช่วงวัย ทุกช่วงชีวิต โดยเฉพาะประชาชนกลุ่มเปราะบาง ผู้ด้อยโอกาส เด็กทารก เยาวชน สตรี ครอบครัว ผู้สูงอายุ ผู้พิการ ผู้ด้อยโอกาส ไร้ที่พึ่ง ไร้บ้าน ขาดแคลนที่อยู่อาศัย ฯลฯ ดำเนินงานโดยมีวิสัยทัศน์ “สร้างสังคมดี คนมีคุณภาพ”
‘ศูนย์ช่วยเหลือสังคม’ เป็นนโยบายหนึ่งที่ รมว.พม. กำลังดำเนินการทั่วประเทศ เพื่อเป็นศูนย์ให้บริการประชาชนจุดเดียวเบ็ดเสร็จ (One Stop Service) และบูรณาการการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนทุกช่วงวัย
‘20 ปี’ กระทรวง พม.
ในเดือนตุลาคมนี้ กระทรวง พม. ดำเนินงานมาครบ 20 ปี จึงร่วมกับหน่วยงานในสังกัดจัดงาน ‘ 20 ปี พม.“เสริมพลัง สร้างโอกาส พัฒนาคนทุกช่วงวัย” ขึ้นมา ระหว่างวันที่ 29 กันยายนถึงวันที่ 3 ตุลาคมนี้ ที่กระทรวง พม. สะพานขาว กรุงเทพฯ
มีเป้าหมายเพื่อจัดงานแสดงผลงานด้านสังคมของรัฐบาลและเป็นมหกรรมด้านสังคม และเพื่อสร้างการรับรู้และแสวงหาความร่วมมือระหว่างภาครัฐ เอกชน และภาคประชาสังคม ในการขับเคลื่อนการพัฒนาสังคมของประเทศให้มีคุณภาพ เพื่อนำไปสู่การมีคุณภาพชีวิตที่ดีของประชาชนและกลุ่มเป้าหมายต่อไป
ภายในงานจะมีการจัดแสดงผลงาน นิทรรศการของแต่ละหน่วยงาน ผลงาน Solf Power ที่โดดเด่น เวทีวิชาการ การแสดงศิลปะ วัฒนธรรม การประมูลทรัพย์จากสำนักงานธนานุเคราะห์ การออกร้านจำหน่ายสินค้าภูมิปัญญา ผลิตภัณฑ์จากชุมชน ฯลฯ

‘22 ปี’ พอช. และวันที่อยู่อาศัยโลก
ขณะเดียวกัน ในเดือนตุลาคมนี้ สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ ‘พอช.’ หน่วยงานในสังกัดกระทรวง พม. จะดำเนินงานครบ 22 ปี (เปิดดำเนินงาน 26 ตุลาคม 2545) และได้เข้าร่วมการจัดงาน 20 ปีที่กระทรวง พม.ด้วย

โดย พอช.ร่วมกับเครือข่ายองค์กรชุมชนเมืองและชนบท จะร่วมจัดนิทรรศการ เวทีเสวนา การนำเสนอผลงานเชิงวิชาการ งานพัฒนาชุมชนท้องถิ่น พื้นที่รูปธรรมที่มีความเข้มแข็งสู่การจัดการตนเอง เช่น การพัฒนาที่อยู่อาศัยผู้มีรายได้น้อยในเมืองและชนบท การจัดสวัสดิการชุมชน เศรษฐกิจฐานราก สัมมาชีพชุมชน สภาองค์กรชุมชน ฯลฯ มีเป้าหมาย เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้งานพัฒนา และสร้างความร่วมมือกับภาคีเครือข่าย
นอกจากนี้ในวันที่ 3 ตุลาคม ซึ่งองค์การสหประชาชาติกำหนดให้เป็น ‘วันที่อยู่อาศัยโลก’ หรือ ‘World Habitat Day’ เพื่อให้ทั่วโลกตระหนักถึงปัญหาการขาดแคลนที่อยู่อาศัยของประชาชนทั่วโลก ซึ่ง พอช.และเครือข่ายภาคประชาชนได้จัดงานนี้ต่อเนื่องทุกปี โดยในปีนี้จะจัดขึ้นที่กระทรวง พม. เพื่อนำเสนอรูปธรรมการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยของประเทศไทย ฯลฯ

กระทรวง พม. และหน่วยงานในสังกัด ขอเชิญผู้ที่สนใจเข้าร่วมงานในระหว่างวันที่ 29 กันยายน – 3 ตุลาคมนี้ ที่กระทรวง พม. สะพานขาว กรุงเทพฯ โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย...ติดตามรายละเอียดกิจกรรมต่างๆ และข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และเว็บไซต์สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน ฯ หรือ codi.or.th
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
นิกร โสมกลาง ลงพื้นที่เกาะลันตา หนุนคุ้มครองวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ ยกระดับคุณภาพชีวิตชาวเล
นายนิกร โสมกลาง รมว.พม. ลงพื้นที่เกาะลันตา จังหวัดกระบี่ ขับเคลื่อนงานพัฒนาสังคมในงาน "Charming of the Sea - Let's see Mountain 2026" พร้อมตรวจเยี่ยมชุมชนโต๊ะบาหลิว อ.เกาะลันตา ผลักดันโครงการ "บ้านมั่นคง" โดยสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (พอช.) งบประมาณ 6.74 ล้านบาท หนุน 100 ครัวเรือนชาวเลอูรักลาโว้ย พร้อมมอบรางวัลเชิดชูเกียรติผู้สูงอายุเข้มแข็งและบุคคลต้นแบบ มุ่งเป้าสร้างความเสมอภาคและไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลังตามนโยบายรัฐบาล
ครม.ไฟเขียว ให้ กคช. เดินหน้า “บ้านเขียวประหยัดพลังงาน” GEF อัดฉีดงบ 3.14 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
วันที่ 22 กันยายน 2569 ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบให้กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) โดยการเคหะแห่งชาติ (กคช.)
นิกร โสมกลาง เผย 'บ้านมั่นคงชายแดน' ยกระดับที่อยู่อาศัย-คุณภาพชีวิต 2.5 แสนครัวเรือน สร้าง 'ชุมชนชายแดนเข้มแข็งพิทักษ์พื้นที่ส่วนหลัง' เสริมความมั่นคงประเทศ
นายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวง พม. เผยแผนยุทธศาสตร์และกรอบดำเนินงาน “โครงการเสริมสร้างเครือข่ายองค์กรชุมชนกับการจัดการภัยพิบัติและพัฒนาพื้นที่ชายแดน” ระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2570–2574) ครอบคลุม 26 จังหวัด 94 อำเภอ 752 ชุมชน รวม 259,037 ครัวเรือน ชูงบสนับสนุนสูงสุด 176,000 บาท/ครัวเรือน มุ่งแก้ปัญหาที่อยู่อาศัย ที่ดินทำกิน ความไม่สงบ และภัยพิบัติ พร้อมบูรณาการกลไก 5 ระดับเพื่อกระจายอำนาจสู่การจัดการตนเองของชุมชนอย่างยั่งยืน
’นิกร‘ เล็งฟื้นฟู "เคหะชุมชนทุ่งสองห้อง " สร้างคอนโดติดสถานีรถไฟฟ้า พลิกฟื้นคุณภาพชีวิต ลดภาระคนตั้งตัว
เมื่อวันที่ 17 กันยายน 2569 นายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมโครงการเคหะชุมชนทุ่งสองห้อง ถนนกำแพงเพชร 6 แขวงดอนเมือง
‘คลิตี้’ กะเหรี่ยงสุดขอบฟ้าที่ทองผาภูมิ
เราพาทุกคนทุกท่านเดินทางฝ่าผืนป่า ข้ามผ่านถนนลูกรังทุรกันดารและโคลนตมอันยาวนานกว่าสามชั่วโมง สู่ดินแดนที่ซ่อนตัวอยู่กลางหุบเขารอยต่อป่าใหญ่
การเคหะแห่งชาติ ร่วมทีม พม. ฟื้นฟูบ้านเรือนผู้ประสบอุทกภัยอำเภอปัว คืนความมั่นคงและคุณภาพชีวิตแก่ประชาชน
นายทวีพงษ์ วิชัยดิษฐ ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ มอบหมายให้นายคมสัน พิลาสมบัติ รองผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ พร้อมด้วยนายธีระวัฒน์ สุมังคโล ผู้ช่วยผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ และผู้ปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้อง

