วันที่ 6 มกราคม 2566 นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เปิดเผยถึงความคืบหน้ามาตรการแก้ไขปัญหาขาดแคลนแรงงานในภาคธุรกิจท่องเที่ยวและบริการว่า ตามที่ผู้ประกอบการท่องเที่ยวประสบปัญหาขาดแคลนแรงงาน เนื่องจากธุรกิจท่องเที่ยวและธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องมีการฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว
ท่านนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้ให้ความสำคัญและสั่งการให้กระทรวงแรงงานเร่งแก้ไขปัญหาดังกล่าวเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจและการฟื้นฟูประเทศรองรับนักท่องเที่ยวภายหลังสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลาย ซึ่งในส่วนของกระทรวงแรงงาน ผมในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานได้สั่งการให้จัดหางานทุกจังหวัดนำโครงการ 3 ม. (มีงาน มีเงิน มีวุฒิการศึกษาเพิ่ม) มาประชาสัมพันธ์ให้นักเรียนระดับ ม.6 ปวช. ที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป ได้รับทราบและเข้าร่วม โดยโครงการนี้เป็นโครงการที่ได้บูรณาการร่วมกันระหว่างภาครัฐ เอกชน และสถานศึกษา เพื่อส่งเสริมให้นักเรียน นักศึกษา ผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์ ที่ต้องการความก้าวหน้าในหน้าที่การงาน และความมั่นคงในชีวิตได้ศึกษาต่อในสาขาวิชาที่ต้องการ เพื่อให้ได้วุฒิการศึกษาที่สูงขึ้น โดยได้รับบริการส่งเสริมสนับสนุนให้ทำงานในสถานประกอบการ ได้รับค่าจ้าง และสวัสดิการต่าง ๆ ตามกฎหมาย ซึ่งโครงการนี้ได้นำร่องที่จังหวัดชลบุรีไปแล้ว โดยได้ร่วมมือกับ ดร.ประเสริฐ กลิ่นชู นายกสมาคมวิทยาลัยเทคโนโลยีและอาชีวศึกษาเอกชนแห่งประเทศไทย และวิทยาลัยภาคตะวันออก (อี.เทค) จังหวัดชลบุรี เพื่อให้นักเรียนได้เรียนออนไลน์กับวิทยาลัยอีแทค และทำงานไปด้วย สามารถมีรายได้ มีทักษะ มีวุฒิเพิ่ม ซึ่งประสบความสำเร็จในการแก้ไขปัญหาขาดแคลนแรงงานในภาคอุตสาหกรรม จึงได้นำโครงการนี้มาขยายผลต่อไปยังจังหวัดท่องเที่ยวอื่นๆ เช่น ภูเก็ต ระยอง กระบี่ พังงา เชียงใหม่ เชียงราย และกรุงเทพมหานคร เป็นต้น เพื่อแก้ไขปัญหาขาดแคลนแรงงานในภาคท่องเที่ยวและบริการ
นายสุชาติ กล่าวต่อว่า โครงการ 3 ม. (มีงาน มีเงิน มีวุฒิการศึกษาเพิ่ม) นี้จะเกิดประโยชน์ต่อทุกฝ่าย ทั้งนักเรียนที่เข้าร่วมโครงการได้งานทำ มีรายได้ มีวุฒิเพิ่ม ขณะเดียวกันสถานประกอบการเองก็จะมีกำลังแรงงานที่มีคุณภาพ และได้แรงงานที่มีคุณสมบัติตรงตามความต้องการสามารถพัฒนาธุรกิจได้อย่างยั่งยืน ด้านสถานศึกษาเองสามารถกำหนดหลักสูตรการศึกษาให้เหมาะสม และตรงกับความต้องการของสถานประกอบการ กระทรวงแรงงาน จึงเชิญชวนสถาบันการศึกษา ร่วมโครงการ 3 ม. เพื่อส่งนักเรียน นักศึกษา มาทำงานแบบ On the Job Training ในจังหวัดที่มีธุรกิจท่องเที่ยว เพื่อเพิ่มทักษะ สร้างรายได้ ระหว่างศึกษา ร่วมกับการสนับสนุนการทำงานแบบรับรายได้เป็นรายชั่วโมง ซึ่งสอดคล้องตามนโยบายของรัฐบาลและกระทรวงแรงงาน ที่มุ่งเน้นให้ประชาชนมีงานทำ มีอาชีพ มีรายได้ที่มั่นคง และมีคุณภาพชีวิตที่ดีต่อไป
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
“รมว.สุชาติ” นำทีมร่วมคณะนายกฯ ลงพื้นที่ภูเก็ต ติดตามความคืบหน้าหาดฟรีดอม เดินหน้าจัดระเบียบและคุ้มครองพื้นที่สาธารณะ ตามนโยบายรัฐบาล
วันนี้ (13 พฤษภาคม 2569) เวลา 17.45 น. นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
“สุชาติ ชมกลิ่น” รมว.ทส. นำทีมรองปลัดกระทรวงฯ (นิพนธ์) อธิบดีกรมอุทยานฯ – กรมทะเลฯ ร่วมคณะนายกรัฐมนตรี ตรวจสอบเข้ม “นอมินี-บุกรุกป่า” เกาะพะงันและภูเก็ต
13 พฤษภาคม 2569 – นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วย นายสุชาติ ชมกลิ่น
“รมว.ทส.สุชาติ” เปิดยุทธการทวงคืนผืนป่าภาคใต้ ส่ง พล.ต.ต.นันทชาติ ผช.รมว.ทส. ลุยคดีรุกป่าหาดฟรีดอม “เสี่ยเล็ก” เข้ารับทราบข้อกล่าวหา 4 คดี
นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เดินหน้าขับเคลื่อนนโยบายปราบปรามการบุกรุกทรัพยากรธรรมชาติตามข้อสั่งการของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี
“นายกฯ อนุทิน” สั่ง “รมว.สุชาติ” ลุยจัดการขบวนการบุกรุกหาดฟรีด้อมภูเก็ต ทวงคืนชายหาดสาธารณะ–สมบัติชาติให้ประชาชน
เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2569 พล.ต.ต.นันทชาติ ศุภมงคล ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้สั่งการโดยตรงให้นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
'รมว.สุชาติ' ปลดล็อกที่ทำกินป่าชายเลน มุ่งสร้างสมดุล 'คนอยู่กับป่า' อย่างยั่งยืน
กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง จัดพิธีมอบสมุดประจำตัวแก่ผู้ที่ได้รับการแก้ไขปัญหาอยู่อาศัยและทำกินในพื้นที่ป่าชายเลน ตามมติคณะรัฐมนตรี
“รมว.สุชาติ” เปิดงานสัมมนาป่าชายเลนแห่งชาติ ครั้งที่ 16 ผนึกกำลังนักวิชาการ ขับเคลื่อน“คาร์บอนสีน้ำเงิน” สู่ความยั่งยืน
วันที่ 10 พฤษภาคม 2569 กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จัดงานสัมมนาป่าชายเลนแห่งชาติ ครั้งที่ 16 ประจำปี 2569 ภายใต้หัวข้อ “น้ำพระทัยสู่ทวยราษฎร์ สวนพฤกษศาสตร์ป่าชายเลน” (From Royal Grace to People: The Mangrove Botanical Garden)

