ดุริยางคศิลป์ ร่วมกับ วิทยาลัยการจัดการ ม.มหิดล เปิดหลักสูตร MEI อัพสกิลนักดนตรีสายพันธุ์ใหม่ สู่การเป็นนักบริหารอย่างมืออาชีพ

วิทยาลัยดุริยางคศิลป์ และ วิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัย มหิดล ร่วมมือเปิดหลักสูตร MEI (Music Entrepreneurship and Innovation) หลักสูตรปริญญาตรีดนตรี ควบปริญญาโท สาขาภาวะผู้ประกอบการและนวัตกรรมใช้เวลาเรียน 4 ปีครึ่ง ประหยัดเวลา และค่าใช้จ่าย สิ่งสำคัญเติมเต็มประสิทธิภาพ พัฒนาทักษะสามารถดำเนินธุรกิจให้เดินหน้าไปด้วยดีในอีกมิติหนึ่ง

ดร.ณรงค์ ปรางค์เจริญ คณบดีวิทยาลัยดุริยางคศิลป์ ม.มหิดลกล่าวถึงความร่วมมือของหลักสูตรนี้ว่า เพื่อให้นักศึกษาที่เรียนด้านดนตรี ได้เรียนรู้การบริหารจัดการอย่างเป็นระบบ จึงร่วมกับ วิทยาลัยการจัดการ ออกแบบหลักสูตร เพื่อเพิ่มทักษะให้กับนักดนตรี ได้เรียนรู้การบริหารจัดการธุรกิจ

“ส่วนใหญ่คนที่เก่งทางดนตรีก็อยากจะเล่นดนตรีอย่างเดียว หากได้เติมทักษะความรู้ทางธุรกิจเป็นอาวุธติดตัวเพิ่มขึ้น จะสร้างโอกาส ให้กับคนที่สนใจเป็นผู้ประกอบการ เติบโตได้อย่างถูกทางและแข็งแกร่ง สังเกตเห็นได้จากธุรกิจเพลงของเกาหลีที่ไปไกลระดับโลก นอกจากเจ้าของบริษัทจะเล่นดนตรีได้แล้ ยังมีความรู้ในเชิงธุรกิจ เขาจึงรู้ว่าธุรกิจดนตรีจะไปในทิศทางใด”

การเปิดหลักสูตรร่วมครั้งนี้ เป็นการรวมตัวของ 2 องค์กรที่มีมาตรฐานสูง โดย วิทยาลัยดุริยางคศิลป์ ได้รับรางวัล Top 50 จากการจัดอันดับ QS World University Rankings by Subject 2022 ในขณะที่ วิทยาลัยการจัดการเป็นสถาบันการศึกษาด้านบริหารธุรกิจที่ได้รับการรับรองมาตรฐานจาก AACSB (Association to Advance Collegiate Schools of Business) ปัจจุบันมีสถาบันการศึกษาด้านการจัดการบริหารธุรกิจทั่วโลกเพียง 5% ที่ได้รับการรับรองมาตรฐานนี้

​ทั้งนี้ หลังจากเปิดหลักสูตร ผ่านไป 5 ปี คาดว่าผู้ที่จบหลักสูตร MEI จะมีความเข้าใจทั้งด้านดนตรี และนวัตกรรมทางธุรกิจ มีความคิดสร้างสรรค์ในเชิงพาณิชย์ ที่ไปด้วยกันกับศิลปะทางดนตรีได้ นอกจากจะช่วยพัฒนาธุรกิจส่วนตัวให้มีประสิทธิภาพ ยังมีส่วนช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศให้เติบโตแบบก้าวกระโดดได้ด้วย

“เรามีความมุ่งมั่นที่จะผลิตนักดนตรีพันธุ์ใหม่ ให้เรียนรู้ Mindset เกี่ยวกับผู้ประกอบการ หลักสูตร MEI จึงเหมาะกับนักศึกษาทั้งที่ทางบ้านมีธุรกิจ เมื่อเรียนจบสามารถช่วยสานธุรกิจต่อ และผู้ที่สนใจจะติดอาวุธเพิ่มเติมในการจัดการธุรกิจ เตรียมพร้อมปรับตัวกับการเปลี่ยนแปลง ซึ่งนับวันจะยิ่งปรับเปลี่ยนเร็วขึ้นทุกวัน ให้มีความคิดสร้างสรรค์ ในเรื่องเทคโนโลยี เข้าถึงแหล่งเงินทุน ให้เป็นผู้ประกอบการที่เน้นด้านนวัตกรรม ไม่ใช่เป็นแค่ SME เท่านั้น” ดร.ณรงค์ กล่าวทิ้งท้าย

ด้าน รศ.ดร.วิชิตา รักธรรม คณบดีวิทยาลัยการจัดการมหาวิทยาลัยมหิดล เผยถึงเนื้อหาหลักสูตร MEI เพิ่มเติมว่าเน้นสอนใน 3 เรื่องหลักๆ ได้แก่ 1.ความคิดสร้างสรรค์ด้านวิชานวัตกรรมต่างๆ 2. การบริหารจัดการธุรกิจ 3. การเข้าถึงแหล่งเงินทุนสำหรับ Start up ซึ่งมี Exim Bank เป็นพาร์ทเนอร์

“เป้าหมายของวิทยาลัยการจัดการ คือการเป็นผู้นำการเรียนการสอนด้านบริหารธุรกิจ พัฒนาการเรียนรู้เชิงปฏิบัติ (Practical Active Learning) ซึ่งหลักสูตรนี้จะมีการเรียนรู้และแลกเปลี่ยนองค์ความรู้จากนักบริหาร "ตัวจริง" ในองค์กรระดับแนวหน้า การเรียนรู้การจัดการธุรกิจสร้างสรรค์ (Business Creativity and Design Thinking) การปรับใช้ กลยุทธ์เชิงเทคโนโลยี และนวัตกรรม การบริหารจัดการ การสร้างความร่วมมือเครือข่ายธุรกิจ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

การเรียนเทอมแรก ผู้เรียนอาจต้องปรับตัว เนื่องจากเพิ่งเปลี่ยนสถานะจากมัธยมศึกษาปีที่ 6 มาเป็นนักศึกษา จึงค่อยๆปูพื้นฐานไปก่อนแล้วเริ่มเรียนจริงจังเมื่อเข้าปี 1 เทอมสอง หลังจากเรียนจบจะได้วุฒิปริญญาตรีและปริญญาโทพร้อมกัน เบื้องต้นใช้เวลา 4 ปีครึ่ง ซึ่งถือว่าเร็วมาก สามารถออกไปเป็นผู้บริหาร จัดการธุรกิจได้อย่างมืออาชีพ” รศ.ดร.วิชิตา เผยถึง สาระสำคัญของหลักสูตร

สำหรับ คุณสมบัติในการศึกษาต่อหลักสูตร MEI คือผู้ที่จบมัธยมปลายที่มีความสนใจด้านดนตรี และต้องการเรียนการจัดการด้านธุรกิจควบคู่ไปด้วย ต้องผ่านการออดิชันทั้งจากวิทยาลัยดุริยางศิลป์และวิทยาลัยการจัดการ โดยตั้งเป้าเปิดรับครั้งแรกไม่เกิน 30 คน จุดเด่นของหลักสูตร เมื่อจบการศึกษาจะได้รับปริญญาตรีควบคู่ปริญญาโท ทำให้ประหยัดเวลาจากการเรียนตามปกติได้ถึง 1 ปีครึ่ง รวมทั้งช่วยประหยัดค่าใช้จ่าย และเป็นโอกาสในการทดลองค้นหาตัวเองอีกทางหนึ่ง เนื่องจากเปิดกว้างให้ผู้เรียนสามารถสะสมหน่วยกิตได้

ผู้ที่สนใจสนใจ สมัครเรียนได้ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 30 มีนาคม2565 ศึกษาข้อมูล หรือดูรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับหลักสูตรได้ที่ www.music.mahidol.ac.th

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

สสส.เปิดรายงานสุขภาพคนไทยปี 69 พบวิกฤตเด็กเกิดน้อย สังคมแก่ตัว ข้อมูลท่วมท้น เจ็บป่วยนาน

สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับสถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล เปิดตัว “รายงานสุขภาพคนไทย ปี 2569” นำเสนอสัญญาณเตือนสำคัญของสังคมไทย ผ่าน 10 ตัวชี้วัด ภายใต้แนวคิด “การเปลี่ยนแปลงทางประชากรกับสุขภาพคนไทย” ที่สะท้อนแนวโน้มการเกิดน้อย สังคมสูงวัย และโครงสร้างครอบครัวที่เปลี่ยนแปลง พร้อมเปิด 10 สถานการณ์เด่นทางสุขภาพ

วันงดสูบบุหรี่โลก 31 พ.ค. มหาวิทยาลัยมหิดล-สสส. ปกป้องเยาวชนจากบุหรี่ไฟฟ้า

ในประเทศไทยเริ่มมีแนวคิดนี้เกิดขึ้น นำโดยกลุ่มสถาบันแพทยศาสตร์แห่งประเทศไทย (กสพท.) ซึ่งมีสมาชิกเป็นคณะแพทย์ทั้งหมดของประเทศไทย 28 คณะ นำร่องโดยทำข้อตกลงร่วมกันที่จะมุ่งพัฒนาให้นักศึกษาแพทย์ทั้งหมดเป็น Nicotine-Free Generation Medical Students เมื่อวันครู 16 มกราคม 2569 และได้เริ่มมีการพัฒนานศพ.แกนนำร่วมกับสหพันธ์นิสิตนักศึกษาแพทย์แห่งประเทศไทย (สพท.) ที่คณะแพทยศาสตร์ศรีสวางควัฒน ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ เพื่อร่วมขับเคลื่อนจากตัว นศพ.เอง