กยท. ลุย จับมือสภาวิจัยและพัฒนายางระหว่างประเทศ (IRRDB) จัดสัมมนาใหญ่ที่กรุงเทพฯ ยกทัพผู้เชี่ยวชาญร่วมหารือ แลกเปลี่ยนความรู้ สร้างความเข้าใจการซื้อขายคาร์บอนเครดิตจากสวนยางฯ เพื่อช่องทางสร้างรายได้เพิ่มแก่ชาวสวนยาง พัฒนาตลาดคาร์บอน และการใช้สวนยางพาราลดการปล่อยคาร์บอน
วันนี้ ( 8 พ.ค.66 ) การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) ภายใต้ความร่วมมือกับสภาวิจัยและพัฒนายางระหว่างประเทศ (IRRDB) จัดสัมมนาเชิงปฏิบัติการด้านการพัฒนาโครงการซื้อขายคาร์บอนด้วยการปลูกยางเพื่อตลาดคาร์บอนโดยสมัครใจ (Workshop on Developing Carbon Trading Projects with Rubber Cultivation for Voluntary Carbon Market) โดยมี ดาโต๊ะเสรี ดร. อับดุล อะซิส (Dato Seri Dr. Abdul Aziz ) เลขาธิการ IRRDB กล่าวเปิดงาน และ นายณกรณ์ ตรรกวิรพัท ผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย ( กยท.) บรรยายพิเศษในหัวข้อ “มุมมองของประเทศไทยเกี่ยวกับกระบวนการการจัดการคาร์บอน” ณ โรงแรมรามาการ์เด้นส์ เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ

นายณกรณ์ ตรรกวิรพัท ผู้ว่าการ กยท. ได้กล่าวว่า การจัดสัมมนาเชิงปฏิบัติการด้านการพัฒนาโครงการซื้อขายคาร์บอนด้วยการปลูกยางเพื่อตลาดคาร์บอนโดยสมัครใจในครั้งนี้ มีจุดประสงค์เพื่อหารือด้านตลาดคาร์บอน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านอุปสรรคและผลกำไร การคิดค้น และดำเนินโครงการการค้าคาร์บอน การคำนวณคาร์บอนฟุตพริ้นท์ รวมถึงหารือว่าการทำสวนยางพาราสามารถมีบทบาทช่วยลดการปล่อยคาร์บอนได้
“ตลาดคาร์บอนโดยสมัครใจ และการซื้อขายคาร์บอน ถือเป็นหนึ่งแนวทางเสริมรายได้ให้กับเกษตรกรชาวสวนยางสามารถพัฒนาความเป็นอยู่ของตนให้ดียิ่งขึ้น และเป็นอีกสิ่งที่ช่วยลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก จึงหวังว่า งานสัมมนาครั้งนี้จะสามารถเป็นเวทีสำหรับแบ่งปันความรู้ระหว่างผู้เชี่ยวชาญ สถาบันการศึกษา ผู้ค้าและผู้ขายคาร์บอน ซึ่งทุกคนให้ความสนใจและมีองค์ความรู้มากมายด้านการสร้างอุตสาหกรรมที่ยั่งยืน ผ่านการลดปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอน ซึ่งผู้เข้าร่วมสัมมนาจะได้รับข้อมูลเชิงลึกเพิ่มเติมเกี่ยวกับความคืบหน้าล่าสุดของตลาดคาร์บอนและมองเห็นศักยภาพของอุตสาหกรรมยางพารา เพื่อนำการเปลี่ยนแปลงโลกให้ดียิ่งขึ้น และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม อันเป็นสิ่งที่จะสร้างความเปลี่ยนแปลงต่อสังคม” นายณกรณ์ กล่าว

การจัดสัมมนาเชิงปฏิบัติการในครั้งนี้ มีหัวข้อที่น่าสนใจเกี่ยวกับคาร์บอนเครดิตจากวิทยากรผู้เชี่ยวชาญจากทั้งในและต่างประเทศ อาทิ “การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ : ปลูกยางพาราช่วยบรรเทาได้อย่างไร” “การประเมินคาร์บอนฟุตพริ้นท์” “ตลาดคาร์บอนภาคสมัครใจ: การทดลอง อุปสรรคและผลกำไร” และ “การสร้างโครงการการค้าคาร์บอนเพื่อตลาดการค้าโดยสมัครใจ”
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
กยท. เฝ้าระวังโรคใบจุดกลมระบาดในสวนยางฤดูฝน เตรียมความพร้อมรับมือเอลนีโญ
กยท. เตือนเกษตรกรเฝ้าระวังโรคใบจุดกลมในสวนยางในช่วงฤดูฝน ย้ำ!! ปีนี้ราคายางดี ต้องหมั่นสำรวจดูแลรักษาสวนยาง หนุนใช้น้ำหมักปลาหมอคางดำ-น้ำนมดิบ ช่วยดินร่วนซุย ต้นยางแข็งแรงเพิ่มปริมาณน้ำยาง พร้อมแนะกักเก็บน้ำสำรองเพื่อรับมือ "เอลนีโญ" ที่ทำให้ฝนตกน้อย สวนยางอาจขาดแคลนน้ำได้
รัฐบาลตีปี๊บ ประมูลยางค้างสต็อก 1.8 หมื่นตัน ได้เงิน 1.23 พันล้านบาท
รัฐระบายยางค้างสต็อกกว่า 1.8 หมื่นตัน ประมูลทะลุ 1.23 พันล้านบาท ย้ำไม่กระทบราคาตลาด ช่วยรักษาเสถียรภาพรายได้ชาวสวนยาง
กยท.พลิกวิกฤตปุ๋ยแพงเป็นโอกาสขยายผลสวนยางอินทรีย์ เร่งส่งเสริมเพิ่มการใช้ปุ๋ยอินทรีย์น้ำร่วมปุ๋ยเคมีเพิ่มผลผลิตลดต้นทุน
กยท. ผลิกวิกฤตปุ๋ยเคมีแพงเป็นโอกาส เร่งส่งเสริมและสนับสนุนสวนยางพาราใช้ปุ๋ยอินทรีย์น้ำหมักปลาหมอคางดำและน้ำนมดิบ หลังผ่านการขึ้นทะเบียนรับรองเป็นปุ๋ยอินทรีย์น้ำ ร่วมกับปุ๋ยเคมี ตามนโยบาย 70:30 ของกระทรวงเกษตรฯ หวังช่วยลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต ยืนยันไม่กระทบต่อการเจริญเติบโตของต้นยาง พร้อมขยายผลขับเคลื่อนสวนยางอินทรีย์รองรับเทรนด์อนุรักษ์สิ่งแวดล้อม เดินหน้าจับมือชุมนุมสหกรณ์โคนมฯ ผลิตปุ๋ยอินทรีย์น้ำแก้ปัญหาน้ำล้นตลาดอย่างยั่งยืน
กยท.วางยุทธศาสตร์บริหารตลาดยางเชิงรุก สร้างเสถียรภาพ คาดครึ่งปีหลังทิศทางราคายังดีต่อเนื่อง
แนวโน้มสถานการณ์ราคายางครึ่งปีหลังสดใส จากความต้องการใช้ที่ยังต่อเนื่อง หนุนราคาปรับตัวเพิ่มสูงขึ้น มีความเป็นไปได้จะทะลุ 100 บาท/กิโลกรัม กยท. เดินหน้าใช้ยุทธศาสตร์บริหารจัดการตลาดเชิงรุกเสริมเสถียร ภาพและยกระดับราคายางไทยสู่จุดสูงสุด
กยท.ตอบโจทย์แก้ปัญหาปุ๋ยเคมีแพง ดัน"น้ำนมดิบ"เตรียมพัฒนาสู่"ปุ๋ยอินทรีย์น้ำ"
“กยท.มีน้ำหมักชีวภาพรวมกว่า 4.62 ล้านลิตร แบ่งเป็นน้ำหมักชีวภาพจากน้ำนมดิบ 1.12 ล้านลิตร และน้ำหมักชีวภาพจากปลาหมอคางดำ 3.5 ล้านลิตร ซึ่งเกิดจาก ดำเนินการของ
กยท.อัดงบ 200 ลบ. ผนึกกำลังขับเคลื่อนงานวิจัยและนวัตกรรมยาง ผลักดันไทยเป็นศูนย์กลางยางโลก - เพิ่มมูลค่าสร้างรายได้500,000ล้าน/ปี
กยท. ผนึกกำลังนักวิจัย นักวิชาการ คณาจารย์ และ ภาคเอกชน ร่วมขับเคลื่อนงานวิจัยและนวัตกรรมยาง ตอบโจทย์ความต้องการตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ จัดสรรงบรองรับกว่า 200 ล้านบาท/ปี หวังพัฒนาเพิ่มมูลค่าผลักดันให้ไทยเป็นศูนย์กลางยางพาราของโลก

