เมื่อวันที่ 21 มีนาคม 2568 ที่สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ประธานการประชุมกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ ครั้งที่ 3/2568 เผยมติที่ประชุมเห็นชอบโครงการสร้างเสริมสมรรถนะและขยายเครือข่ายเพื่อพัฒนางานควบคุมการบริโภคยาสูบทุกระดับ เป็นการป้องกันแก้ไขปัญหาบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้าที่ระบาดหนักในกลุ่มเด็กและเยาวชนทุกพื้นที่ควบคู่ไปกับการทำงานของรัฐบาลอย่างเร่งด่วน ให้ สสส.ประสานขอความร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆ เช่น กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงมหาดไทย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในการสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องถึงอันตรายของบุหรี่ไฟฟ้าเป็นวงกว้าง และขอความร่วมมือจากภาคประชาชนในพื้นที่ร่วมสอดส่อง เฝ้าระวัง แจ้งเบาะแสผู้ขายอย่างจริงจัง
“ขอให้ สสส. สื่อสารสร้างความเข้าใจถึงอันตรายของบุหรี่ไฟฟ้าในเด็กและเยาวชนอย่างเข้มข้น โดยเฉพาะการซื้อขายบุหรี่ไฟฟ้าในช่องทางออนไลน์สามารถทำได้ง่าย แม้มีตัวเลขการจับกุมจากภาครัฐในระหว่างนี้สูง แต่จะลดความเข้มข้นลงไม่ได้ เพราะผลกระทบต่อสุขภาพจากบุหรี่ไฟฟ้ารุนแรง และเกิดความสูญเสียทางเศรษฐกิจสูง อีกทั้งการสูบบุหรี่ไฟฟ้าส่งผลกระทบต่อระบบหัวใจและหลอดเลือดทั้งในระยะสั้นและระยะยาว มีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดมากกว่าผู้ที่ไม่สูบบุหรี่มากถึง 2.66 เท่า ปัจจุบันยังพบสารเคมีในบุหรี่ไฟฟ้าอีกหลายชนิด เช่น โลหะหนัก หรือสารเสพติดที่ผู้ขายปะปนเข้ามาในน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้า นำไปสู่การทำงานของเซลล์ที่ผิดปกติ เกิดการติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจง่าย ส่งผลให้ปอดบาดเจ็บรุนแรง และเสี่ยงป่วยมะเร็งปอดมากขึ้น รวมทั้งโอกาสป่วยซึมเศร้ามากกว่าคนปกติถึง 2.39 เท่า และยังเกิดปัญหาสุขภาพจิตในตัวเองรุนแรง”
นายประเสริฐ กล่าวเพิ่มเติมด้วยว่า ที่ประชุมยังเห็นชอบแผนงานพัฒนาความร่วมมือภาคประชาสังคมเพื่อลดปัจจัยเสี่ยงแอลกอฮอล์แบบมีส่วนร่วม โดยมีเป้าหมายดำเนินการครอบคลุมทั้งประเทศ ซึ่งจะให้เครือข่าย “โรงเรียนร่วมรณรงค์และครูดีไม่มีอบายมุข” กว่า 5,000 แห่ง เกิดประชาคมงดเหล้าทั่วประเทศ งานเทศกาลประเพณีปลอดเหล้า และกระแสสังคมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป สำหรับในประเด็นที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีมติผ่านร่าง พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ฉบับใหม่ ผ่อนปรนให้สามารถโฆษณาประชาสัมพันธ์เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้ก็จริง แต่รัฐบาลจะคงเข้มงวดและควบคุมการเข้าถึงแอลกอฮอล์ของเด็กและเยาวชน รวมถึงประชาชนบางกลุ่มไว้ และผ่อนปรนพื้นที่ขายแอลกอฮอล์เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวที่จะดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาท่องเที่ยวมากยิ่งขึ้น รวมทั้งสร้างรายได้ให้กับประเทศ ใน 5 พื้นที่ เช่น สนามบิน โรงแรม สถานที่ท่องเที่ยว รวมทั้งมอบหมายให้ สสส.ดำเนินการติดตาม วิเคราะห์ผลจากการดำเนินการจาการปรับนโยบายการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ให้คณะกรรมการฯ ทราบทุกไตรมาส
น.พ.พงศ์เทพ วงศ์วัชรไพบูลย์ ผู้จัดการกองทุน สสส. กล่าวว่า การขับเคลื่อนการป้องกันแก้ไขปัญหาบุหรี่ไฟฟ้า ต้องบูรณาการทำงานร่วมกับหน่วยงานภาครัฐอย่างเข้มข้น ซึ่งจากนำเสนอรายงานของกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษากฎหมายและมาตรการควบคุมกำกับบุหรี่ไฟฟ้าในประเทศไทย สมาชิกรัฐสภาเสียงส่วนใหญ่มีความเห็นให้บุหรี่ไฟฟ้าควรมีการควบคุมอย่างเข้มงวด และสสส. ขอขอบคุณ นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และรัฐบาล ที่ให้ความสำคัญต่อการแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของบุหรี่ไฟฟ้า ปราบปรามและกวาดล้างต้นตอบุหรี่ไฟฟ้าอย่างจริงจัง ซึ่ง สสส. สานพลังภาคีเครือข่ายในการปกป้องเด็กและเยาวชนจากบุหรี่ไฟฟ้า บูรณาการร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ ด้วยการนำส่งข้อมูลเฝ้าระวังร้านค้าจำหน่ายเพื่อใช้ในการปราบปราม ทำให้ในปี 2567 สามารถยึดของกลางมูลค่ากว่า 320 ล้านบาท การขอความร่วมมือในมาตรการควบคุมพื้นที่ท่าอากาศยานให้บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) ออกประกาศเกี่ยวกับการห้ามนำเข้าบุหรี่ไฟฟ้าทุกประเภท รวมถึงอุปกรณ์และน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้าเข้ามาในพื้นที่ท่าอากาศยาน ห้ามนำขึ้นเครื่องทุกกรณี และห้ามนำเข้ามาในราชอาณาจักรไทย และแจ้งให้สายการบินทั้งในประเทศ ต่างประเทศ ถือปฏิบัติอย่างเคร่งครัด ในส่วนของการบำบัดผู้เสพที่เปิดให้คำปรึกษาสายด่วนเลิกบุหรี่ 1600 ส่งผลให้เกิดระบบการรับส่งและติดตามการช่วยเลิกบุหรี่อย่างมีประสิทธิภาพ โดยการรับสายตั้งแต่เดือนต.ค. 2566-ก.พ. 2568 มีหน่วยบริการที่เข้าร่วมให้คำปรึกษาด้านเลิกบุหรี่ทั้งสิ้น 1,428 แห่ง มีผู้เข้ารับบริการทั้งหมด 5,531,662 ราย สามารถเลิกบุหรี่ได้สำเร็จอย่างต่อเนื่อง 6 เดือน จำนวน 15,924 ราย.
****************
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'กรณ์' กระตุก 'กลต.' สังคมไม่เชื่อมั่นปราบขบวนการฟอกเงิน หลังมีภาพ 'ดีอี' ลงนาม MOU ที่สิงคโปร์
นายกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และอดีตรมว.คลัง โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ว่า ภาพนี้เป็นปัญหามาก
“ไชยชนก” นำทัพ ดีอี ถอดแบบ “บุรีรัมย์ โมเดล” วางระบบบริหารจัดการศูนย์พักพิงชั่วคราวทั่วปท. พร้อม ชง ครม.สัปดาห์หน้า
นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมระบบบริหารจัดการศูนย์พักพิงชั่วคราว
ดีอีสั่งเลิก MOU กับบริษัทสิงค์โปร์ หลังโยงฟอกเงินดิจิทัล พบเบน สมิธ-บิ๊กเนมร่วมเป็นขยาน
วันนี้ (9 ธันวาคม) จากกรณีที่ นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เปิดเผย เมื่อวันที่ 24 พศจิกายน ว่า ได้สั่งยกเลิก บันทึกข้อตกลง (MOU) ระหว่างกระทรวงดีอี และ บริษัท Prime Opportunity Fund VCC Singapore และส่งหนังสือเวียนถึงกระทรวงที่เกี่ยวข้องเพื่อให้ได้รับทราบ และหากมีการกระทำใดๆ ภายใต้ MOU นี้
83% คนไทยเหงา! สังคมโดดเดี่ยวพุ่งสูง ขับเคลื่อนเปลี่ยนประเทศด้วยพลังการรับฟัง
ในวันที่สังคมไทยเชื่อมต่อกันด้วยเทคโนโลยีเกือบตลอด 24 ชั่วโมง กลับเป็นช่วงเวลาเดียวกันที่ผู้คนจำนวนมากรู้สึก “เหงา” มากที่สุดในชีวิต
สสส. สานพลังภาคี ลงศูนย์อพยพ จ.สงขลา ฟื้นฟูหลังน้ำท่วม หนุนหน่วยงาน-อาสาสมัคร-อสม.-ผู้ปกครอง ใช้คู่มือ “ปลูกกล้ากลางไฟ”
นพ.พงศ์เทพ วงศ์วัชรไพบูลย์ ผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวว่า สถานการณ์น้ำท่วมครั้งใหญ่ในพื้นที่ภาคใต้ ส่งผลให้เด็กและเยาวชนต้องกลายเป็นผู้ประสบภัยและพักอาศัยในศูนย์อพยพต่างๆ เช่น มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และโรงเรียนในพื้นที่ แม้ว่าสถานการณ์จะเริ่มคลี่คลายแล้ว แต่หลายครอบครัวยังคงต้องอาศัยอยู่ในศูนย์พักพิง
ออนไลน์ภัยใกล้ตัว ! ‘ไชยชนก’ เตือนประชาชนระวัง ‘มิจฉาชีพ’ หลอกลงทุนหุ้น ‘Cafe Amazon’ และเพจงานที่บ้าน รับคนแพ็กสินค้า ระวังสูญเงิน และข้อมูลส่วนบุคคล
กระทรวงดีอี กล่าวรายงานถึงผลการมอนิเตอร์ และรับแจ้งข่าวปลอมของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย (AFNC) ซึ่งเป็นไปตามนโยบายการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยความมั่นคงและภัยทางสังคมของตน ที่ต้องการให้มีการบูรณาการข้อมูลของหน่วยงานเพื่อเผยแพร่ความรู้ความเข้าใจด้านการใช้งานเทคโนโลยีดิจิทัลให้กับประชาชน

