เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2568 ที่จังหวัดร้อยเอ็ด นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (รมว.พม.) เป็นประธานในพิธีมอบกายอุปกรณ์สำหรับช่วยเหลือคนพิการจังหวัดร้อยเอ็ด เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 โดยมีนายอนุชา สะสมทรัพย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข (รมช.สธ.) นายอนุรักษ์ จุรีมาศ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดร้อยเอ็ด พรรคชาติไทยพัฒนา นายอนุกูล ปีดแก้ว ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด ผู้บริหารกระทรวง พม. และกระทรวงสธ. ผู้นำองค์กรด้านคนพิการ เข้าร่วม ที่โรงแรมเพชรรัชต์การ์เด้น จังหวัดร้อยเอ็ด
ในโอกาสนี้ ยังมีพิธีรับมอบถุงยังชีพ จำนวน 400 ชุด จากสภาสมาคมสตรีแห่งชาติ ในพระบรมราชินูปถัมภ์ โดยนางสาวสุกัญญา ประจวบเหมาะ ประธานสภาสมาคมสตรีแห่งชาติ ในพระบรมราชินูปถัมภ์ ส่งมอบถุงยังชีพ ให้กับนายอนุรักษ์ จุรีมาศ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดร้อยเอ็ด พรรคชาติไทยพัฒนา ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด รองผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด นายกเทศมนตรี และพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดร้อยเอ็ด เพื่อนำไปส่งมอบความช่วยเหลือต่อไปยังกลุ่มเปราะบางที่ประสบปัญหาความเดือดร้อนต่างๆ อีกทั้งมีการมอบเงินสงเคราะห์คนไร้ที่พึ่ง โดยกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ กระทรวง พม. จำนวน 74 ราย
นายวราวุธ กล่าวว่า กระทรวง พม.ส่งมอบกายอุปกรณ์สำหรับช่วยเหลือคนพิการจังหวัดร้อยเอ็ด ไม่ว่าจะเป็น รถเข็นนั่ง รถสามล้อชนิดมือโยก และไม้เท้าขาว ตามโครงการจัดหากายอุปกรณ์สำหรับช่วยเหลือคนพิการ เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 ซึ่งเป็นโครงการเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณต่อประชาชนชาวไทย เป็น 1 ใน 10 โครงการของรัฐบาล ซึ่งได้ดำเนินการค้นหาคนพิการที่มีรายได้น้อย ประสบความเดือดร้อน เข้าไม่ถึงสิทธิสวัสดิการ ให้ได้รับกายอุปกรณ์และเครื่องช่วยความพิการ ตามความต้องการและเหมาะสมต่อสภาพความพิการของแต่ละบุคคล โดยจะทยอยส่งมอบกายอุปกรณ์ให้ครบถ้วน 72,000 ชุด ภายในเดือนกันยายน 2568 ส่งผลให้คนพิการซึ่งเป็นพสกนิกรของพระองค์ท่าน สามารถใช้ชีวิตประจำวันเข้าร่วมกิจกรรมทางสังคมได้อย่างเท่าเทียมกับบุคคลทั่วไปนำไปสู่การพัฒนาคุณภาพชีวิต
เพื่อยกระดับคนพิการที่มีศักยภาพให้ได้รับการจ้างงาน สามารถสร้างอาชีพ เข้าสู่การทำงาน มีรายได้มั่นคง ซึ่งต้องขอความร่วมมือทุกหน่วยงานดำเนินการจ้างงานคนพิการให้เป็นไปตามกฎหมายกำหนด โดยตั้งต้นที่การพิจารณาศักยภาพของคนพิการ เพื่อนำไปสู่การกำหนดตำแหน่งงานที่เหมาะสมกับคนพิการ โดยจ้างงานคนพิการเพราะความสามารถ (Ability) ไม่ใช่จ้างงานเพราะความพิการ (Disability) จะทำให้คนพิการมีคุณภาพชีวิตที่ดีและพึ่งตนเองได้อย่างยั่งยืน ซึ่งกายอุปกรณ์และเครื่องช่วยความพิการถือเป็นส่วนหนึ่งที่สามารถทดแทนสิ่งที่คนพิการขาดหาย และทำให้คนพิการที่มีฐานะยากจนสามารถเข้าถึงบริการของรัฐได้อย่างทั่วถึง จึงนับว่าเป็นโครงการที่มีประโยชน์อย่างยิ่ง ที่ทำให้คนพิการสามารถกลับมาใช้ชีวิตประจำวัน เข้าร่วมกิจกรรมทางสังคมได้อย่างเท่าเทียม และสามารถดำรงชีวิตด้วยตนเองได้อย่างอิสระ สู่การสร้างสังคมที่ “ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง“ ขอขอบคุณทุกหน่วยงาน ทุกภาคส่วนที่ประสานความร่วมมือ เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 ให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย สมพระเกียรติของพระองค์ท่าน ผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐ และเป็นส่วนหนึ่งของการแสดงความจงรักภักดีจากรัฐบาล โดยผลสัมฤทธิ์ไปสู่ประชาชน “คนพิการ” ที่อยู่ภายใต้พระบารมีของพระองค์ท่านอย่างแท้จริง
สำหรับสถานการณ์การจ้างงานคนพิการในปัจจุบัน จากข้อมูลของกองทุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ สังกัดกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ กระทรวง พม. ณ วันที่ 1 สิงหาคม 2568 ระบุว่า การจ้างงานคนพิการตามกฎหมาย มาตรา 33 , 34 และ 35 กำหนดให้นายจ้างหรือเจ้าของสถานประกอบการ และหน่วยงานของรัฐ รับคนพิการเข้าทำงาน ในอัตรา 100 : 1 (คนปกติ 100 คน ต่อคนพิการ 1 คน และเศษเกิน 50 คน ต้องจ้างเพิ่มอีก 1 คน) มีสถานประกอบการ 14,912 แห่ง จ้างคนพิการทำงานแล้ว 67,176 คน จากทั้งหมด 70,000 คนที่ต้องจ้างงานตามกฎหมาย คิดเป็นร้อยละ 95.97 และการจ้างคนพิการในหน่วยงานภาครัฐ 535 แห่ง มีการจ้างคนพิการทำงานแล้ว 5,495 คน จากทั้งหมด 18,887 คน ที่ต้องจ้างงานตามกฎหมาย คิดเป็นร้อยละเพียง 29.09 โดยมีหลายหน่วยงานภาครัฐที่จ้างงานคนพิการครบถ้วนตามกฎหมาย ในส่วนของกระทรวง พม. โดยทุกหน่วยงานระดับกรมมีการจ้างงานคนพิการครบถ้วนตามกฎหมาย และหลายหน่วยงานมีการจ้างงานคนพิการเกินกว่ากฎหมายกำหนด คงต้องขอความร่วมมือทุกสถานประกอบการและหน่วยงานภาครัฐจ้างงานคนพิการตามที่กฎหมายกำหนดไว้ เนื่องจากปัจจุบันกำลังแรงงานของประเทศลดน้อยลง ซึ่งคนพิการจะสามารถเข้ามาเติมเต็มตลาดแรงงานและเป็นผลิตภาพของสังคมร่วมพัฒนาประเทศได้.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
นิกร โสมกลาง มอบนโยบายเชิงรุก ปลุกพลังขบวนองค์กรชุมชน
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เดินหน้าขับเคลื่อนนโยบายการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์เชิงรุก นำคณะตรวจเยี่ยมและมอบนโยบายการบริหารงานแก่สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ พอช. เน้นย้ำการเสริมสร้างธรรมาภิบาล ยกระดับคุณภาพชีวิต และสนับสนุนพลังการจัดการตนเองขององค์กรชุมชนทั่วประเทศเพื่อความยั่งยืนจากฐานราก
รมว.พม. เดินหน้าพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ เยี่ยม Senior Complex ชลบุรี รับมือสังคมสูงวัย
นายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (รมว พม.) นายทวีพงษ์ วิชัยดิษฐ ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ พร้อมคณะผู้บริหารกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และการเคหะแห่งชาติ ลงพื้นที่จังหวัดชลบุรี
'ยศชนัน' เผยมติ กพช. เพิ่มเบี้ยคนพิการ จาก 800 เป็น 1,000 บาท ชงเข้าครม. เดือนนี้
“ยศชนัน”เตรียมชงครม.ไฟเขียว เพิ่มเบี้ยคนพิการเป็น 1,000 บาท- ทุ่มงบ 141 ล้านบาท ทำกายอุปกรณ์ผู้พิการ -เตรียมจ่ายค่าตอบแทนผู้ช่วยดูแลคนพิการ
รัฐบาลชู 'บุญบั้งไฟพนมไพร' ซอฟต์พาวเวอร์ไทย ยกระดับวัฒนธรรมอีสาน
ร.อ.หญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการส่งเสริมประเพณีและวัฒนธรรมไทยในฐานะ “Soft Power”
กสม.เสนอ ก.ตร. มิให้ใช้สภาพความพิการ เป็นเหตุเหมารวมตัดสิทธิเข้ารับราชการ
กสม. เสนอ ก.ตร. แก้ไขหลักเกณฑ์ลักษณะต้องห้ามของการเป็นข้าราชการตำรวจ มิให้ใช้สภาพความพิการเป็นเหตุเหมารวมตัดสิทธิเข้ารับราชการ แนะพิจารณาความสามารถเป็นรายกรณี

