“พระเมตตา พลิกชีวิตผาน้ำทิพย์”

จากผืนป่า…สู่ผืนผ้า และอาชีพของชุมชน

บริเวณผืนป่าผาน้ำทิพย์ ในอำเภอหนองพอก จังหวัดร้อยเอ็ด พื้นที่รอยต่อของ 3 จังหวัด คือจังหวัดร้อยเอ็ด จังหวัดมุกดาหาร และจังหวัดกาฬสินธุ์ ในอดีตซึ่งเคยเผชิญกับปัญหาการบุกรุกและการตัดไม้ทำลายป่า แต่ในวันนี้ได้กลับกลายเป็นแหล่งเรียนรู้ แหล่งสร้างอาชีพ ด้วยพระเมตตาและสายพระเนตรอันยาวไกลของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

จาก “รักษาป่า” สู่ “รักษาชีวิตผู้คน”

เมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2543 สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง เสด็จพระราชดำเนินไปยังพระมหาเจดีย์ชัยมงคล ตำบลผาน้ำย้อย อำเภอหนองพอก จังหวัดร้อยเอ็ด ทรงเป็นองค์ประธานในพิธีพระราชทานธงและเข็ม “พิทักษ์ป่าเพื่อรักษาชีวิต” แก่ราษฎรผู้มีผลงานดีเด่นด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ ซึ่งเป็นเครื่องหมาย เชิดชูเกียรติที่ พระราชทานแก่ราษฎร ชุมชน หรือเจ้าหน้าที่ที่มีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ ภายใต้โครงการพระราชดำริฯ เพื่อสร้างจิตสำนึกหวงแหนป่าไม้และสัตว์ป่าอย่างยั่งยืน

ในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2543 ได้มีพระราชดำริที่จะให้ราษฎรที่อาศัยอยู่รอบป่าผาน้ำทิพย์ ช่วยกันดูแลรักษาป่า ตลอดจนทรัพยากรธรรมชาติโดยไม่ตัดไม้ทำลายป่า สร้างชุมชนเข้มแข็งในการต่อต้านยาเสพติด และทรงช่วยเหลือให้การส่งเสริมอาชีพหลักและอาชีพเสริม เพื่อมิให้ราษฎรได้เข้าไปบุกรุกทำลายป่า การดำเนินวิถีชีวิตตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียงและเกษตรทฤษฎีใหม่ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้จัดตั้งโครงการส่งเสริมศิลปาชีพผาน้ำทิพย์ขึ้น โดยมุ่งเน้น 2 แกนสำคัญคือ การสร้างอาชีพ สร้างรายได้ให้แก่ราษฎร มีรายได้เสริมจากภูมิปัญญาท้องถิ่นโดยเฉพาะการทอผ้า และการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ลดการพึ่งพาป่าในรูปแบบการตัดไม้ เปลี่ยนเป็น “การอยู่ร่วมกับป่าอย่างยั่งยืน” จาก “คนที่เคยพึ่งป่า” สู่ “คนที่ช่วยกันดูแลป่า”

ผ้าไหมผาน้ำทิพย์ ลวดลายแห่งภูมิปัญญา

งานหัตถศิลป์ที่โดดเด่นของที่นี่ คือ “ผ้าไหมผาน้ำทิพย์” ที่เกิดจากการรวมกลุ่มของชาวบ้านในชุมชน มีการจัดตั้งกลุ่มกิจกรรมทอผ้าขึ้น ซึ่งแต่เดิมชาวบ้านจะทอผ้าใช้สำหรับสวมใส่ในครัวเรือนเท่านั้น เมื่อมีการจัดตั้งกลุ่มทอผ้าขึ้น จึงได้เริ่มกระบวนการผลิตอย่างครบวงจร ตั้งแต่การปลูกหม่อน เลี้ยงไหม การสาวไหม ย้อมสี ไปจนถึงการทอผ้าเป็นผืน ซึ่งลวดลายของผืนผ้ามีความงดงามเป็นเอกลักษณ์ แฝงไปด้วยเรื่องราวของธรรมชาติ วิถีชีวิต ความเชื่อและเรื่องเล่าของชุมชนที่ถูกถักทอไว้ในทุกเส้นใย

จากรายได้เสริม สู่ความมั่นคงของชีวิต

โครงการส่งเสรมศิลปาชีพผาน้ำทิพย์ นอกจากส่งเสริมอาชีพหลักและสร้างอาชีพเสริมให้กับชุมชนแล้ว ชาวบ้านยังหันมาช่วยกันดูแลรักษาป่าและทรัพยากรธรรมชาติ (คนล้อมป่า) บริเวณรอบป่าผาน้ำทิพย์ให้คงอยู่คู่กับชุมชน และต่อยอดไปสู่การพัฒนาคุณภาพชีวิตของชุมชนโดยรวม ปัจจุบันมีสมาชิกกลุ่มกิจกรรมต่าง ๆ ทั้งหมด 377 คน เป็นประเภทสมาชิกสมทบ ดังนี้

  • กลุ่มกิจกรรมทอผ้าไหม สมาชิก 110 คน
  • กลุ่มกิจกรรมเลี้ยงปลา สมาชิก 107 คน
  • กลุ่มกิจกรรมปุ๋ยหมักจุลินทรีย์ สมาชิก 81 คน
  • กลุ่มกิจกรรมปลูกหม่อนเลี้ยงไหม สมาชิก 70 คน กลุ่มกิจกรรมเลี้ยงไก่ สมาชิก 151 คน

พระเมตตา ที่เชื่อมโยงคน ป่า และวัฒนธรรม

โครงการศิลปาชีพผาน้ำทิพย์ จังหวัดร้อยเอ็ด ในวันนี้จึงเป็นพื้นที่ที่สะท้อนให้เห็นถึง “แนวคิดแห่งความยั่งยืน” จากการสร้างอาชีพ การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และการสืบสานวัฒนธรรม เชื่อมโยงเข้าด้วยกันอย่างกลมกลืน คืออีกหนึ่งตัวอย่างของพระเมตตาของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่สร้างโอกาสจากผืนป่า สู่การสร้างรายได้บนผืนผ้า จากวิถีชีวิตที่เคยเปราะบาง สู่ความมั่นคงของชุมชนที่ยั่งยืน

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

สืบสานงานช่างโขนศิลปาชีพ อาคารเรียน-รู้-เรื่องโขน (All About Khon)

ท่ามกลางมรดกทางวัฒนธรรมของไทย “โขน” นับเป็นศิลปะการแสดงชั้นสูงที่รวมศาสตร์และศิลป์หลายแขนงเข้าไว้ด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นนาฏศิลป์ ดนตรี วรรณคดี งานช่างฝีมือ

เกาะเกร็ด : ปั้นภูมิปัญญาจากดิน สู่เศรษฐกิจสร้างสรรค์

กลางลำน้ำเจ้าพระยาในเขตจังหวัดนนทบุรี มีเกาะเล็ก ๆ ที่ยังคงเสน่ห์ของวิถีชีวิตดั้งเดิมไว้อย่างน่าหลงใหล นั่นคือ เกาะเกร็ด ชุมชนเก่าแก่ของชาวมอญที่อพยพมาตั้งถิ่นฐานตั้งแต่สมัยกรุงธนบุรี

เจาะลึกศิลปะปูนปั้น “สกุลช่างเมืองเพชร” มรดกศิลป์ที่ยังมีชีวิตของแผ่นดินไทย

จังหวัดเพชรบุรี เมืองเก่าแก่ที่เคยเป็นทั้งเมืองหน้าด่านและเมืองที่พระมหากษัตริย์หลายพระองค์เสด็จประพาส ตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาจนถึงกรุงรัตนโกสินทร์

ย่านลิเภา…จากวัชพืชในป่า สู่หัตถศิลป์ล้ำค่าแห่งแดนใต้

“... ย่านลิเภานี้เป็นศิลปะเก่าแก่ของบรรพบุรุษเรา แล้วก็วัตถุดิบก็เกิดขึ้นเองภายในประเทศคือ ทางภาคใต้ที่ฝนตกมากตัวย่านลิเภานั่นก็คือเป็นวัชพืชชนิดหนึ่งที่ขึ้นเอง

จากหมอนขิดสู่ครูหลวง เส้นไหมแห่งพระเมตตา

บ้านหนองอ้อ จังหวัดอุดรธานี มีบ้านหลังหนึ่งที่เสียงฟืมกระทบกันไม่เคยเงียบหาย สำหรับที่นี่การทอผ้า คือ ส่วนหนึ่งของ “ชีวิต” ของผู้หญิงคนหนึ่ง ผู้เริ่มต้นจับกี่ทอผ้าตั้งแต่อายุเพียง 4 ขวบ และเติบโตมากับเส้นไหมและความอยู่รอดของครอบครัว เธอคือ แม่ครูหลวงสุนา ศรีบุตรโคตร หนึ่งใน “ทหารเสือราชินีแห่งวงการผ้าไหมไทย”

ศิลปาชีพบ้านดอนหลี่ : ผ้าไหมมัดหมี่ แห่งมหาสารคามที่ถักทอจากพระเมตตา

ทั่วแผ่นดินไทยมีภูมิปัญญาหัตถศิลป์ที่ถูกถักทอขึ้นจากวิถีชีวิตของผู้คน และสืบสานต่อมาหลายชั่วอายุคนหนึ่งในนั้นคือ ผ้าไหมมัดหมี่จากบ้านดอนหลี่ จังหวัดมหาสารคาม ที่ขึ้นชื่อเรื่องความประณีตงดงาม โดยเฉพาะ ลายสร้อยดอกหมาก ลวดลายโบราณอันเป็นเอกลักษณ์ของจังหวัด