ราชบัณฑิตยสภาสดุดีคุณูปการ "ศ.นพ.อรรถสิทธิ์ เวชชาชีวะ" ผู้วางรากฐานสังคมปลอดบุหรี่ไทย ด้าน “หมอประกิต” จี้รัฐบาลปราบปรามบุหรี่ไฟฟ้าจริงจังหลังพบสถิติเยาวชนเสพติดบุหรี่ไฟฟ้าพุ่ง

ที่เรือนเจ้าจอมมารดาเลื่อน เขตดุสิต เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 2568 สำนักงานราชบัณฑิตยสภา จัดงาน ปาฐกถารำลึก ศาสตราจารย์เกียรติคุณ นายแพทย์อรรถสิทธิ์ เวชชาชีวะ ครั้งที่ 2 ในหัวข้อ “ศาสตราจารย์เกียรติคุณ นายแพทย์อรรถสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จในการควบคุมยาสูบในประเทศไทย” โดยมีทายาท ศาสตราจารย์เกียรติคุณ นายแพทย์อรรถสิทธิ์ เวชชาชีวะ ร่วมงาน อาทิ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ศาสตราจารย์เกียรติคุณ นายแพทย์ สุรพล อิสรไกรศีล นายกราชบัณฑิตยสภา นายพิสิฐ ลี้อาธรรม อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง และบุคคลสำคัญที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการความสำเร็จในการควบคุมยาสูบในประเทศไทย
 
ศ.นพ.ประกิต วาทีสาธกกิจ ประธานมูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ กล่าวปาฐกถาหัวข้อ “ศาสตราจารย์เกียรติคุณ นายแพทย์อรรถสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จในการควบคุมยาสูบในประเทศไทย” ว่า การจัดงานครั้งนี้เพื่อรำลึกถึงคุณูปการของศาสตราจารย์เกียรติคุณ นายแพทย์อรรถสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกราชบัณฑิตยสถาน ผู้มีบทบาทสำคัญในการริเริ่มและผลักดันการรณรงค์ลดการสูบบุหรี่ในประเทศไทยให้ประสบผลสำเร็จเป็นที่ยอมรับในระดับนานาชาติ ตลอดจนเป็นการเผยแพร่คุณงามความดีของท่านให้สาธารณชนได้ตระหนักถึงจิตวิญญาณแห่งความเสียสละเพื่อส่วนรวม
 
ทั้งนี้ ราชบัณฑิตยสภาได้จัดงานปาฐกถารำลึกครั้งแรก เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ.2566 โดย ศาสตราจารย์เกียรติคุณ นายแพทย์ประเวศ วะสี ได้กล่าวปาฐกถาในหัวข้อ “กัลยาณมิตรในความทรงจำของข้าพเจ้า” ซึ่งได้รับความสนใจอย่างกว้างขวางจากวงวิชาการและประชาชนทั่วไป
 
ศาสตราจารย์เกียรติคุณ นายแพทย์อรรถสิทธิ์ เวชชาชีวะ เกิดเมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2478 สำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนอัสสัมชัญ กรุงเทพฯ และศึกษาต่อ ณ สหราชอาณาจักร สำเร็จแพทยศาสตร์บัณฑิตจากโรงเรียนแพทย์กายส์ มหาวิทยาลัยลอนดอน เมื่อปี พ.ศ. 2502 และได้รับประกาศนียบัตร M.R.C.P. จากราชวิทยาลัยอายุรแพทย์แห่งลอนดอนในปี พ.ศ. 2506 ก่อนจะได้รับเกียรติเป็นภาคี F.R.C.P. ในปี พ.ศ. 2519
 
“ท่านเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านระบบประสาทและสมองของประเทศไทย มีผลงานทางวิชาการระดับสากล และดำรงตำแหน่งสำคัญหลายตำแหน่ง อาทิ คณบดีคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี, รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข, อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล, นายกราชบัณฑิตยสถาน, และ สมาชิกวุฒิสภา
 
ศาสตราจารย์เกียรติคุณ นายแพทย์อรรถสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นผู้ก่อตั้ง “โครงการผลิตแพทย์เพื่อชนบท” มหาวิทยาลัยมหิดล และเป็นประธานมูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ ตลอดจนมีบทบาทสำคัญในคณะกรรมการสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และหนึ่งในผลงานที่ถือเป็นคุณูปการสำคัญของศาสตราจารย์อรรถสิทธิ์ฯ คือ การริเริ่มงานรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ในประเทศไทย โดยได้ชักชวน ศาสตราจารย์เกียรติคุณ นายแพทย์ประกิต วาทีสาธกกิจ ซึ่งขณะนั้นเป็นอาจารย์หน่วยโรคปอด ภาควิชาอายุรศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี มาร่วมดำเนินงานรณรงค์จนเกิด “มูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่”
 
ภายหลัง เมื่อศาสตราจารย์อรรถสิทธิ์ฯ ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้ผลักดัน พระราชบัญญัติคุ้มครองสุขภาพของผู้ไม่สูบบุหรี่ พ.ศ. 2535 และ กฎหมายห้ามโฆษณาบุหรี่ ซึ่งนับเป็นก้าวสำคัญของประเทศไทยที่ล้ำหน้าหลายประเทศพัฒนาแล้ว เช่น ญี่ปุ่น ฝรั่งเศส หรือสหรัฐอเมริกา ผลจากมาตรการดังกล่าว ทำให้อัตราการสูบบุหรี่ของคนไทยลดลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยในช่วงปี พ.ศ. 2534 – 2558 จำนวนผู้สูบบุหรี่ลดลงจาก 12.26 ล้านคน เหลือ 10.9 ล้านคน ขณะที่อัตราการสูบบุหรี่ในเพศชายลดลงจากร้อยละ 70 เหลือร้อยละ 50 จนประเทศไทยได้รับการยกย่องจากองค์การอนามัยโลกว่าเป็นประเทศ “ต้นแบบ” ด้านการควบคุมยาสูบ
 
ศาสตราจารย์เกียรติคุณ นายแพทย์อรรถสิทธิ์ เวชชาชีวะ สมรสกับ ศาสตราจารย์ แพทย์หญิงสดใส สูตะบุตร มีบุตร-ธิดา 3 คน ได้แก่ ศาสตราจารย์ แพทย์หญิงอลิสา สมรสกับ ศาสตราจารย์ นายแพทย์สุทธิพงศ์ วัชรสินธุ นางสาวงามพรรณ เวชชาชีวะ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สมรสกับ ศาสตราจารย์ ดร.พิมพ์เพ็ญ ศกุนตาภัย ท่านได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นสูงสุดหลายชั้น อาทิ มหาปรมาภรณ์ช้างเผือก, มหาวชิรมงกุฎ, ทุติยจุลจอมเกล้าวิเศษ และเหรียญดุษฎีมาลา เข็มศิลปวิทยา รวมถึงรางวัลระดับนานาชาติ เช่น เหรียญทององค์การอนามัยโลก (Health Medal) พ.ศ. 2539 และ ปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์หลายสาขา จากมหาวิทยาลัยมหิดลและมหาวิทยาลัยรังสิต
 
“ศาสตราจารย์เกียรติคุนายแพทย์อรรถสิทธิ์ เวชชาชีวะ ถึงแก่อนิจกรรมเมื่อวันที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2566 สิริอายุ 87 ปี ท่ามกลางความอาลัยและการรำลึกของศิษย์และผู้ร่วมงานทั่วประเทศ”
 
ศ.นพ.ประกิต กล่าวว่างานปาฐกถารำลึกในปีนี้นับเป็นอีกครั้งที่วงวิชาการและสาธารณชนได้ร่วมสดับและตระหนักในปณิธานของ “หมออรรถสิทธิ์” ผู้เชื่อมั่นว่า “สุขภาพของคนไทยคือรากฐานของประเทศ” เสียงปาฐกถาของ ศาสตราจารย์เกียรติคุณ นายแพทย์ประกิต วาทีสาธกกิจ ในวันนี้จึงไม่เพียงเป็นการกล่าวถึงอดีต แต่ยังเป็นการสืบสานเจตนารมณ์ของผู้ริเริ่ม เพื่อให้สังคมไทยเดินหน้าสู่อนาคตที่ปราศจากควันบุหรี่และอวลด้วยสุขภาวะที่
 
ศ.นพ.ประกิต กล่าวถึงสถานการณ์บุหรี่ไฟฟ้าในปัจจุบันว่า ข้อมูลจากสำนักงานสถิติแห่งชาติ ปี 2567 พบว่า จำนวนผู้สูบบุหรี่ไฟฟ้าในประเทศไทยเพิ่มขึ้นกว่า 11.4 เท่า จากปี 2564 โดยมีเยาวชนอายุ 15–24 ปี เป็นกลุ่มหลักกว่า 2.5 แสนคน อันตรายของบุหรี่ไฟฟ้ารุ่นใหม่ เช่น “ทอยพอด” “พอดจมูก” และ “นิโคตินพาวช์” ที่ออกแบบให้มีรูปลักษณ์คล้ายของเล่นหรือยาดม ซึ่งเจาะตลาดวัยรุ่นผ่านสื่อออนไลน์ โดยเฉพาะแพลตฟอร์ม X (Twitter เดิม) ที่พบมากที่สุดถึงร้อยละ 41.4 รองลงมาคือ Facebook และ Instagram น้ำยาบุหรี่ไฟฟ้ามีนิโคตินเข้มข้นสูง ส่งผลให้หัวใจเต้นผิดจังหวะ เสี่ยงเสียชีวิตเฉียบพลัน และเพิ่มโอกาสเกิดภาวะซึมเศร้าในวัยรุ่นมากขึ้น 2–3 เท่า อีกทั้งยังเป็น “ประตูสู่สารเสพติดอื่น” ที่สร้างปัญหาสังคมในวงกว้าง จึงอยากเรียกร้องให้รัฐบาลให้ความสำคัญกับเรื่องการปราบปรามบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้าอย่างจริงจัง เพราะปัจจุบันเยาวชนหลงผิดเสพติดในอัตราเพิ่มขึ้นสูงขึ้นอย่างน่าเป็นห่วง และขอให้รัฐบาลบังคับใช้กฎหมายอย่างเด็ดขาด เพราะอันตรายของบุหรี่เป็นเหตุให้คนเสียชีวิตเป็นอันดับหนึ่งถึง 70 % จากผู้ป่วยโรค NCDs ไม่ว่าโรคหลอดเลือดหัวหัวใจ โรคปอดเรื้อรัง โรงเบาหวาน ดังนั้นจึงอยากให้รัฐบาลให้ความสำคัญและสนับสนุนการควบคุมบุหรี่อย่างจริงจัง
 
“การรำลึกถึงคุณูปการของ ศ.นพ.อรรถสิทธิ์ เวชชาชีวะ มิใช่เพียงเพื่อเชิดชูเกียรติของผู้ล่วงลับ หากแต่เป็นการสืบสานอุดมการณ์ “เพื่อสุขภาพของคนไทย” อันเป็นพลังสำคัญในการสร้างสังคมสุขภาวะที่ยั่งยืนและปลอดควันบุหรี่” ศ.นพ.ประกิตกล่าวย้ำ

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เด็กไทยป่วยโรค EVALI พุ่งจากบุหรี่ไฟฟ้า เร่งออกกม.กำหนดอายุเสพนิโคตินเด็ดขาด

แม้ประเทศไทยจะเป็น 1 ใน 41 ประเทศของโลกที่ประกาศห้ามนำเข้าและจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้าอย่างเด็ดขาด แต่ในความเป็นจริง บุหรี่ไฟฟ้ากลับยังคงแพร่ระบาดอย่างหนัก โดยเฉพาะในกลุ่มเด็กและเยาวชน

Design Hero 2025 ปั้นนักสื่อสารสุขภาวะรุ่นใหม่ พลังสร้างสรรค์สู้ภัยบุหรี่ไฟฟ้าเพื่ออนาคตเยาวชน

ในวันที่บุหรี่ไฟฟ้ากำลังกลายเป็นภัยเงียบที่แทรกซึมเข้าสู่ชีวิตเด็กและเยาวชนไทยอย่างรวดเร็ว การสร้างความรู้และภูมิคุ้มกันทางความคิดให้คนรุ่นใหม่จึงเป็นภารกิจสำคัญที่ต้องอาศัยพลังจากทุกภาคส่วน

วิทยาลัยเทคโนโลยีภาคตะวันออก (อี.เทค) ชนะเลิศ คว้าผลงาน “เวลคัมทูเลิกบุหรี่”ฉายโรงภาพยนตร์SF ภาคตะวันออก

การใช้บุหรี่ไฟฟ้าในเยาวชนไทยนิวไฮพุ่งต่อเนื่อง จากเดิม7หมื่นรายพุ่งพรวดเป็น9แสนคนในช่วงไม่กี่ปี และกำลังทยานสู่หลักล้านอย่างรวดเร็ว ด้วยแผนการตลาดของบริษัทบุหรี่แบรนด์โลกเข้าถึงกลุ่มเยาวชนคืออนาคต

สูบพอตป่วยเงียบ “สสส.-สธ” มุ่งเชิงรุกสร้างระบบรักษา-ปกป้องเหยื่อเด็กประถม

ปล่อยไปเพียบแน่ “ สสส.ไม่ทน! ” จับมือสธ. ช่วยผู้ป่วยพอต เปิดแนวรักษารวมศูนย์-เว็บ-แอปเตือนภัย แนวต้านล่อลวงเด็กประถม

วันงดสูบบุหรี่โลก 31 พ.ค. มหาวิทยาลัยมหิดล-สสส. ปกป้องเยาวชนจากบุหรี่ไฟฟ้า

ในประเทศไทยเริ่มมีแนวคิดนี้เกิดขึ้น นำโดยกลุ่มสถาบันแพทยศาสตร์แห่งประเทศไทย (กสพท.) ซึ่งมีสมาชิกเป็นคณะแพทย์ทั้งหมดของประเทศไทย 28 คณะ นำร่องโดยทำข้อตกลงร่วมกันที่จะมุ่งพัฒนาให้นักศึกษาแพทย์ทั้งหมดเป็น Nicotine-Free Generation Medical Students เมื่อวันครู 16 มกราคม 2569 และได้เริ่มมีการพัฒนานศพ.แกนนำร่วมกับสหพันธ์นิสิตนักศึกษาแพทย์แห่งประเทศไทย (สพท.) ที่คณะแพทยศาสตร์ศรีสวางควัฒน ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ เพื่อร่วมขับเคลื่อนจากตัว นศพ.เอง

วันงดสูบบุหรี่โลก 31 พ.ค. สำนักงานเลขาธิการสภาฯ-สสส.-มูลนิธิรณรงค์ไม่สูบบุหรี่ จัดกิจกรรมรณรงค์ให้ห่างไกล

วันงดสูบบุหรี่โลก 31 พ.ค. สำนักงานเลขาธิการสภาฯ-สสส.-มูลนิธิรณรงค์ไม่สูบบุหรี่ จัดกิจกรรมรณรงค์ให้ห่างไกล ปธ.กมธ.สาธารณสุข "สกลธี" ห่วงเยาวชนไทยเข้าถึงบุหรี่ไฟฟ้าได้ง่าย “หมอวีระพันธ์” เผยตัวเลขผู้สูบทะลุ 1.7 ล้านคน เด็กวัย 10-19 ปี สูบกว่า 4 แสนคน เร่งเรียกรัฐเอาจริงคุมขาย-คุมนำเข้า