ภาคเกษตรไทยลดก๊าซเรือนกระจกได้ 3.4 ล้านตันฯ เร่งเครื่องแผน CCAPA มุ่งเป้า Net Zero ภายในปี 2593

นายพีรพันธ์ คอทอง เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยถึงสถานการณ์ก๊าซเรือนกระจก (Greenhouse Gases: GHG) ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อสภาวะโลกร้อน โดยในปี 2566 ภาคเกษตรกรรมของไทยมีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกคิดเป็นสัดส่วน ร้อยละ 19.02 ของประเทศ หรือประมาณ 73.16 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี โดยมีแหล่งกำเนิดหลักจากก๊าซมีเทนในนาข้าวร้อยละ 47.57 และการหมัก ในระบบย่อยอาหารของสัตว์ร้อยละ 25.81  ซึ่ง สศก. ในฐานะหน่วยงานนำเชิงยุทธศาสตร์ได้เร่งวางรากฐาน การบริหารจัดการเพื่อรักษาขีดความสามารถในการแข่งขันของสินค้าเกษตรไทยในเวทีโลกอย่างยั่งยืน

สศก. ได้รับภารกิจเป็นหน่วยงานประสานงานกลางด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศภาคการเกษตร  และมุ่งขับเคลื่อนการลดก๊าซเรือนกระจกผ่านแผนปฏิบัติการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศภาคเกษตร พ.ศ. 2566 - 2570 หรือ Climate Change Action Plan for Agriculture (CCAPA) โดยในปี พ.ศ. 2566 สามารถลดได้ 3.40 ล้านตันฯ ซึ่งบรรลุเป้าหมายตามแผน CCAPA ที่ตั้งไว้ 1 ล้านตันต่อปีเรียบร้อยแล้ว พร้อมมุ่งสู่เป้าหมาย การมีส่วนร่วมที่ประเทศกำหนด หรือ NDC (Nationally Determined Contributions) ซึ่งเป็นคำมั่นสัญญา ของประเทศไทยภายใต้ความตกลงปารีสในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก โดยปัจจุบันกำลังมุ่งสู่เป้าหมาย NDC 2.0 ที่ 4.1 ล้านตันฯ ในปี พ.ศ. 2573 ภายใต้การดำเนินการเองในประเทศ (Unconditional target) และเตรียม ความพร้อมสู่เป้าหมาย NDC 3.0 ที่สูงถึง 7.6 ล้านตันฯ ในปี พ.ศ. 2578

นายพีรพันธ์ กล่าวว่า สศก. มุ่งเน้นการขับเคลื่อนพัฒนายกระดับสู่การเกษตรที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีที่เท่าทันการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ลดการเผา วัสดุเหลือใช้  ลดการปลดปล่อยก๊าซไนตรัสออกไซด์ ก๊าซมีเทน และ ใช้ประโยชน์พลังงานสะอาดที่เพิ่มขึ้นในภาคการเกษตรไทย ควบคู่การจัดให้มีระบบฐานข้อมูลเกษตรกร (Digital Farm Records) ระบบการ ตรวจวัดและประเมินปริมาณการปล่อย การลดและการกักเก็บก๊าซเรือนกระจกตามหลักมาตรฐานสากลด้วยระบบ การตรวจวัด รายงาน และทวนสอบ (Digital MRV) ซึ่งเป็นนวัตกรรมการจัดเก็บข้อมูล แบบดิจิทัลที่รวบรวม ข้อมูลจากการตรวจวัดในระดับพื้นที่ (Monitoring) การจัดทำ รายงานผลการลดก๊าซฯ (Reporting) และการเชื่อมโยง กับระบบทวนสอบ (Verification) เพื่อให้สามารถเข้าสู่ ตลาดคาร์บอนเครดิตสากล ซึ่งจะช่วยสร้างรายได้เสริม จากคาร์บอนเครดิต ที่คุ้มค่าต่อการลงทุนและสินทรัพย์ (ROI & ROA) ให้แก่เกษตรกร ชุมชน และผู้ประกอบการ อย่างแท้จริง โดยเฉพาะในภาคปศุสัตว์ที่การทำระบบก๊าซชีวภาพ สามารถเปลี่ยน ของเสีย เป็นพลังงานไฟฟ้า ช่วยลดต้นทุนฟาร์ม ได้อย่างมีนัยสำคัญ และภาคการทำนาข้าวที่ส่งเสริมการจัดการน้ำ แบบเปียกสลับแห้ง ร่วมกับ การปรับระดับดินด้วยเลเซอร์ ซึ่งไม่เพียงแต่ลดการปล่อยก๊าซมีเทน แต่ยังช่วยให้เกษตรกร ลดต้นทุนการผลิต และเพิ่ม ผลผลิตต่อไร่ได้จริง ส่งผลให้เกิดการยอมรับและขยายผลอย่างต่อเนื่องในระดับพื้นที่ ทั้งนี้ เพื่อมุ่งสู่เป้าหมาย การปล่อยก๊าซเรือนกระจก สุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Emissions) ภายในปี พ.ศ. 2593 อย่างมั่นคง

อย่างไรก็ตาม เกษตรกร ชุมชน และผู้ประกอบการเกษตร ต้องมีระบบการบันทึกข้อมูลภายในฟาร์ม สวน ไร่นา ที่มีมาตรฐาน เพื่อรองรับการทวนสอบและรับรองความถูกต้อง แม่นยำโดยหน่วยงานกลาง ซึ่งทุกหน่วยงานของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์พร้อมให้คำปรึกษา และสนับสนุนข้อมูลทางวิชาการเพื่อพัฒนาระบบบันทึกข้อมูลภายในฟาร์ม สวน และไร่นาให้มีมาตรฐาน สอดคล้องกับระบบการตรวจวัด รายงาน และทวนสอบ เพื่อร่วมขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านภาคเกษตรไทยสู่ความยั่งยืน และสร้างโอกาสในการเข้าถึงตลาดคาร์บอนเครดิต อันจะช่วยเพิ่มรายได้ให้แก่พี่น้องเกษตรกรอย่างเป็นรูปธรรม

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

สศก. ชี้ใช้ปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ดินในข้าวนาปี ช่วยลดต้นทุน เพิ่มกำไร หนุนเกษตรคาร์บอนต่ำ

นายพีรพันธ์ คอทอง เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยว่า จากสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) และแนวโน้มข้อกำหนดทางการค้าที่ให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ภาคเกษตร

สศก. ร่วมเวที ASEAN-EU Sustainability Summit 2026 ชูบทบาทไทยขับเคลื่อนเกษตรอัจฉริยะ–สุขภาพหนึ่งเดียว เสริมความมั่นคงอาหารอาเซียน

นายพีรพันธ์ คอทอง เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า สศก. ได้ร่วมสนับสนุนบทบาทของประเทศไทยในเวทีความร่วมมือระดับภูมิภาค

สศก. ผสานข้อมูลภาคสนาม–โดรน–ดาวเทียม ติดตามข้าว 5 ช่วงอายุ เพิ่มความแม่นยำพยากรณ์ผลผลิตข้าวนาปี 2569/70

นายพีรพันธ์ คอทอง เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยว่า สศก. ให้ความสำคัญกับการยกระดับการจัดทำสารสนเทศการเกษตรและการบริหารจัดการข้อมูลขนาดใหญ่

สศก. ใช้ข้อมูล Socio สะท้อนแนวทางปรับตัวภาคเกษตร เน้นผลิตให้คุ้ม ลดสูญเสีย เพิ่มรายได้ต่อเนื่อง

นายพีรพันธ์ คอทอง เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยว่า จากบริบทเศรษฐกิจในปัจจุบันที่ยังเผชิญปัจจัยเสี่ยงหลายด้าน ทั้งการขยายตัวทางเศรษฐกิจที่อยู่ในระดับจำกัด

สศก. ร่วมเวทีนโยบายเกษตรภายใต้กรอบ OECD ณ อินโดนีเซีย นำเสนอแนวทางรับมือ Climate Change หนุนไทยเดินหน้าสู่ Technical Review ปี 2569

สศก. ได้รับมอบหมายให้ทำหน้าที่เป็นหน่วยงานรับผิดชอบหลักของคณะกรรมการด้านการเกษตร (Committee for Agriculture: COAG) ภายใต้ OECD ในการขับเคลื่อนการดำเนินงานของไทยในส่วนที่เกี่ยวข้องกับภาคเกษตร

สศก. ผนึก 14 ภาคี ขับเคลื่อนกองทุน FTA ยกระดับโครงการเกษตร รองรับการแข่งขันภายใต้การค้าเสรี

นายพีรพันธ์ คอทอง เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) ในฐานะประธานกรรมการบริหารกองทุนปรับโครงสร้างการผลิตภาคเกษตรเพื่อเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศ