
วันนี้ (14 พฤษภาคม 2569) นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า ตามข้อสั่งการของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ที่มอบหมายให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ลงพื้นที่ตรวจสอบกรณีการบุกรุกพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าเทือกเขานาคเกิด บริเวณหาดนุ้ย ตำบลกะรน อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต ล่าสุดได้สั่งการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการอย่างเข้มงวด เพื่อทวงคืนพื้นที่ป่าและจัดระเบียบการใช้ประโยชน์ที่ดินให้เป็นไปตามกฎหมาย
นายสุชาติ กล่าวว่า ได้กำชับให้ดำเนินการประกาศรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างที่อยู่ภายในพื้นที่เป้าหมายบริเวณหาดนุ้ย ตามมาตรา 25 แห่งพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ.2507 ให้แล้วเสร็จภายใน 1 สัปดาห์ และให้เร่งดำเนินการรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างที่บุกรุกโดยเร็วที่สุด โดยไม่จำเป็นต้องรอให้คดีอาญาถึงที่สุด

พร้อมกันนี้ ได้สั่งการให้ตรวจสอบพื้นที่และสิ่งปลูกสร้างทั้งหมดอย่างละเอียด หากพบว่ามีการก่อสร้างเพิ่มเติมจากคดีเดิมที่ศาลมีคำพิพากษาแล้ว ให้ดำเนินการตรวจยึดหรือดำเนินคดีเพิ่มเติมทันที เพื่อไม่ให้เกิดการฝ่าฝืนกฎหมายซ้ำอีก
ในส่วนพื้นที่ ส.ป.ก. หากตรวจพบว่ายังไม่มีการใช้ประโยชน์ หรือใช้ประโยชน์ผิดวัตถุประสงค์ ให้ดำเนินการตรวจยึดคืนกลับมาอยู่ในความรับผิดชอบของกรมป่าไม้ เพื่อให้การบริหารจัดการที่ดินของรัฐเป็นไปอย่างถูกต้องและเกิดประโยชน์ต่อส่วนรวม
นอกจากนี้ นายสุชาติ ยังมอบหมายให้กรมป่าไม้พิจารณาประกาศพื้นที่เป้าหมายบริเวณหาดนุ้ยเป็น “เขตป่านันทนาการ” เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนและชุมชนในพื้นที่ได้เข้ามามีส่วนร่วมในการดูแลและใช้ประโยชน์พื้นที่อย่างเหมาะสม ควบคู่กับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน
สำหรับกรณีพื้นที่ป่านันทนาการหาดฟรีด้อม ได้มอบหมายให้นายนิกร ศิรโรจนานนท์ อธิบดีกรมป่าไม้ และนายพัฒน์พงษ์ สมิตติพัฒน์ รองอธิบดีกรมป่าไม้ ร่วมกับจังหวัดภูเก็ต ลงพื้นที่ทำความเข้าใจกับประชาชน โดยประสานผ่านนายวินัย ชิดเชี่ยว กำนันตำบลกะรน เพื่อสร้างความเข้าใจต่อแนวทางการดำเนินงานของภาครัฐ

ทั้งนี้ ในพื้นที่ที่กรมป่าไม้ได้เข้าดำเนินการจับกุมแล้ว ให้เร่งดำเนินการตามมาตรา 25 แห่งพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ.2507 โดยด่วน ตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี เพื่อรักษาทรัพยากรป่าไม้และความเป็นธรรมให้กับประชาชนส่วนรวมอย่างเคร่งครัด
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
“สุชาติ” ลุยปัญหากลิ่นเหม็นพระราม 9 สั่ง คพ. เจาะตรวจ “Data Center” เร่งหาต้นตอ–คุมมลพิษ กำชับแก้ไขภายใน 7 วัน
วันที่ 3 กันยายน 2569 นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า ได้สั่งการกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) เร่งตรวจสอบกรณีประชาชนร้องเรียนผ่านสื่อสังคมออนไลน์ว่าได้รับผลกระทบจากกลิ่นเหม็นคล้ายน้ำมัน บริเวณซอยพระราม 9 ซอย 6 ถนนพระราม 9 แขวงบางกะปิ เขตห้วยขวาง
“รมว.สุชาติ” สั่ง คพ. ลุยสางปมกลิ่นเหม็นชลบุรี พบ VOCs สูง 90 ppm สั่งหยุดกิจการ–ตรวจทุกแหล่งต้องสงสัย
นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สั่งการกรมควบคุมมลพิษ (คพ.)
“รมว.สุชาติ” สนองนโยบาย “นายกฯ อนุทิน” ปูพรมกวาดล้างทุนข้ามชาติ! ทลายโรงงานเถื่อนแปรรูปไม้เชียงราย ยึดไม้ประดู่แปรรูป–อายัดไม้ท่อนล็อตใหญ่ สั่งล่าตัวการใหญ่
วันนี้ (2 กันยายน 2569) นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเดินหน้าขานรับนโยบายของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี
'รมว.สุชาติ' เปิด 3 มาตรการ ทส. หลังปลดล็อก 'กรงหัวจุก' เดินหน้าเพาะเลี้ยงถูกกฎหมาย ควบคู่ปกป้องนกในธรรมชาติ
นายสุชาติ กล่าวว่า การปลดล็อกครั้งนี้เป็นการเปิดโอกาสให้ประชาชน โดยเฉพาะพี่น้องประชาชนในพื้นที่ภาคใต้ที่มีวิถีและวัฒนธรรมการเลี้ยงนกกรงหัวจุกมาอย่างยาวนาน สามารถเพาะเลี้ยงและต่อยอดเป็นอาชีพ สร้างรายได้ และพัฒนาไปสู่สัตว์เศรษฐกิจได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย
'สุชาติ' สั่งการ ทช. เร่งวางมาตรการป้องกันวาฬบรูด้าถูกเรือชน จัดเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังเส้นทางเดินเรือ ลดความเสี่ยงสูญเสียสัตว์ทะเลหายาก
นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ตระหนักถึงความสำคัญของการอนุรักษ์และคุ้มครองวาฬบรูด้า จึงมอบหมาย ดร.ปิ่นสักก์ สุรัสวดี อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง เร่งดำเนินการหาแนวทางป้องกันและแก้ไขปัญหาการสูญเสียวาฬบรูด้าจากการถูกเรือชน
'รมว.สุชาติ' นำคณะ ทส. ร่วม ครม.สัญจรสงขลา ติดตามการบริหารจัดการน้ำ เพิ่มน้ำต้นทุน-น้ำบาดาล ควบคู่ดูแลป่าและสัตว์ป่า ภายใต้ 'ทส.หนึ่งเดียว'
นายสุชาติ รมว.ทส. เข้าร่วมการประชุม ครม.สัญจร ครั้งที่ 1/2569 ณ ศูนย์ประชุมนานาชาติฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี จังหวัดสงขลา โดยที่ประชุมรับทราบการดำเนินงานของ ทส. ในพื้นที่ภาคใต้ ซึ่งมุ่งเน้นการบริหารจัดการน้ำ การปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำและลดผลกระทบต่อประชาชน ควบคู่กับการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติ

