แนะคนพลาดเข้าคูหาเลือกตั้ง แจ้งเหตุไม่อาจไปใช้สิทธิ 15-21 พ.ค.นี้

รัฐบาลแนะคนพลาดเข้าคูหา แจ้งเหตุไม่อาจไปใช้สิทธิเลือกตั้งต่อนายทะเบียนอำเภอ ท้องถิ่น หรือช่องทางออนไลน์ ระหว่าง 15-21 พ.ค. ป้องกันการถูกจำกัดสิทธิสำคัญ 5 ประการ

15 พ.ค.2566-น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ประชาชนที่มีสิทธิเลือกตั้ง แต่อาจติดภารกิจเร่งด่วนทำให้ไม่สามารถไปเลือกตั้งในวันที่ 14 พ.ค. 66 ที่ผ่านมาได้ สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้มีข้อแนะนำให้ดำเนินการแจ้งเหตุที่ไม่อาจไปเลือกตั้งได้ ในช่วง 7 วันหลังเลือกตั้ง คือ 15-21 พ.ค. 66 เพื่อป้องกันไม่ให้ถูกจำกัดสิทธิสำคัญทั้งที่เกี่ยวข้องกับสิทธิทางการเมือง สิทธิในการดำรงตำแหน่งทางข้าราชการการเมือง รวมถึงตำแหน่งในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

สำหรับขั้นตอนการแจ้งนั้นสามารถกรอกข้อมูลในแบบ ส.ส.1/8 หรือ ทำเป็นหนังสือชี้แจงเหตุที่ทำให้ไปใช้สิทธิเลือกตั้งไม่ได้ พร้อมระบุ เลขบัตรประจำตัวประชาชน และ ที่อยู่ตามทะเบียนบ้านให้ชัดเจน แล้วยื่นหนังสือต่อนายทะเบียนอำเภอ หรือ นายทะเบียนท้องถิ่น สามารถยื่นด้วยตัวเอง หรือ ส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียน นอกจากนี้ ยังสามารถแจ้งผ่านระบบออนไลน์ ทางแอปพลิเคชัน Smart Vote หรือ เว็บไซต์ www.bora.dopa.go.th/all-election

น.ส.ไตรศุลี กล่าวว่า การไม่ไปเลือกตั้งแล้วไม่แจ้งเหตุ ไม่ถือเป็นกรณีที่ผิดกฎหมาย แต่จะถูกจำกัดสิทธิสำคัญ 5 ประการ ได้แก่ 1. ไม่มีสิทธิยื่นคำร้องคัดค้านการเลือกตั้ง ส.ส. 2. ไม่มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็น ส.ส. หรือ สมาชิกสภาท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่น หรือสมัครรับเลือกเป็น สว. 3. ไม่มีสิทธิสมัครรับเลือกเป็นกำนัน และผู้ใหญ่บ้าน 4. ไม่มีสิทธิดำรงตำแหน่งข้าราชการการเมือง และข้าราชการรัฐสภาฝ่ายการเมือง 5. ไม่มีสิทธิดำรงตำแหน่งรองผู้บริหารท้องถิ่น เลขานุการผู้บริหารท้องถิ่น ผู้ช่วยเลขานุการผู้บริหารท้องถิ่น ประธานที่ปรึกษาผู้บริหารท้องถิ่น ที่ปรึกษาผู้บริหารท้องถิ่น หรือ คณะที่ปรึกษาผู้บริหารท้องถิ่นตามกฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

โดยการจำกัดสิทธิทั้ง 5 ประการ จะมีกําหนดเวลา 2 ปีนับแต่วันเลือกตั้ง เมื่อผ่านพ้น 2 ปีแล้วสิทธิทั้งหมดจะกลับมาดังเดิม  แต่หากระหว่างนั้นมีการเลือกตั้งอีกไม่ว่าจะเป็นการเลือกตั้งระดับประเทศ หรือระดับท้องถิ่น หากไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้งอีก การจำกัดสิทธิ 2 ปี ก็จะเริ่มนับใหม่ตั้งแต่การเลือกตั้งครั้งหลังสุด

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'พีมูฟ' บุกทำเนียบฯ ค้านยุบธนาคารที่ดิน ขอรัฐบาลเร่งตั้งคณะศึกษากฎหมาย

‘พีมูฟ’ บุกทำเนียบ ค้านยุบธนาคารที่ดิน เร่ง ตั้งคณะศึกษากฎหมาย อุทยานฯ ลั่น รัฐต้องรักษาสัญญาประชาชน จับตา ‘ทรงศักดิ์’ เตรียมคุยบ่ายนี้

อดีตผู้พิพากษา ถอดรหัสกม.ฮั้วสว. เหตุใดตัดสิทธิทางการเมือง จึงไม่ควรอิงมาตรฐานเดียวกับคดีอาญา

การส่งหลักฐานอันควรเชื่อได้ไปศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งเพื่อปกป้องระบบ มิใช่การทำหน้าที่เป็นศาลที่พิจารณาคดีอาญาเพื่อลงโทษตัวบุคคล

'เท้ง' ฝาก 'อนุทิน' คุย 'มิน อ่อง หล่าย' 5 มาตรการแก้มลพิษข้ามพรมแดน

'เท้ง' ชง 5 มาตรการแก้ปัญหามลพิษน้ำข้ามพรมแดน ถึง 'อนุทิน' ก่อนพบ 'มิน อ่อง หล่าย' แนะมอบ 'สีหศักดิ์' รับผิดชอบหลัก ฝ่ายค้านติดตามความคืบหน้าทุกไตรมาส

นายกฯ ห่วง ปชช. สั่งจังหวัดเสี่ยงท่วม ยกระดับรับมือดินถล่ม-น้ำป่า

นายกฯ ห่วงความปลอดภัย ปชช. กำชับจังหวัดเสี่ยงน้ำท่วมยกระดับเฝ้าระวังดินถล่ม-น้ำป่าไหลหลาก สำรองยาและเวชภัณฑ์ไม่น้อยกว่า 72 ชม. ดูแลผู้ป่วยกลุ่มเปราะบางใกล้ชิด

รัฐบาลเร่งช่วยยืนยันตัวตน หลังมีผู้ยื่นทบทวนสิทธิ 'บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ' แล้วกว่า 4 ล้านราย

‘บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ’ ยื่นทบทวนสิทธิแล้วกว่า 4 ล้านราย รัฐเร่งช่วยยืนยันตัวตน–ทบทวนสิทธิ ไม่ปล่อยคนยากไร้เสียโอกาส

ทวงผลประชามติแก้รธน. บี้ 'รัฐบาล-ฝ่ายค้าน-วุฒิสภา' ลงมือทำ

นายเทพไท เสนพงศ์ นักวิเคราะห์การเมือง อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กในหัวข้อ "กระตุกเตือน : ทวงผลประชามติ แก้ไขรัฐธรรมนูญ" โดยระบุว่า