'ทนายชนินทร์' เบรกกลุ่มนักกฎหมายเตรียมถวายฎีกาปมเขากระโดง เตือนการดึงข้อพิพาทที่อยู่ระหว่างพิจารณาส่อก้าวล่วงอำนาจศาล-ขัดหลักนิติธรรม ย้ำต้องไม่ใช้เป็นช่องทางแทรกแซงกระบวนการยุติธรรม
10 มิ.ย.2569 - กรณีนายปัญญาวาร ปัญญาสิทธิ และนายบุญถาวร ปัญญามณีโชติ ทนายความชื่อดัง โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่าจะยื่นถวายฎีกาเอาที่ดินเขากระโดงที่จังหวัดบุรีรัมย์คืนและกล่าวโทษให้ดำเนินคดีอธิบดีกรมที่ดิน กับพวก
นายชนินทร์ แก่นหิรัญ ในฐานะทนายความผู้รับผิดชอบคดีเขากระโดงโพสต์เฟซบุ๊กเรื่องเล่าเขากระโดง ว่าประเด็นมีนักกฎหมายท่านถวายฎีกา ต่อพระเจ้าอยู่หัว ให้วินิจฉัยเรื่อง เขากระโดง ที่เขาได้รับความเดือดร้อนเพราะไม่ได้รับความเป็นธรรม
ผมก็เป็นนักกฎหมายคนหนึ่ง เห็นว่าการถวายฎีกาเป็นสิทธิของประชาชนที่กฎหมายและระเบียบราชการเปิดโอกาสให้ใช้เพื่อร้องทุกข์หรือขอความเป็นธรรม แต่สิทธิดังกล่าวย่อมต้องใช้อย่างสุจริต รอบคอบ และตั้งอยู่บนข้อเท็จจริงที่ครบถ้วน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อผู้ยื่นเป็นผู้ประกอบวิชาชีพกฎหมาย ซึ่งย่อมมีความรู้และความเข้าใจในกระบวนการยุติธรรมมากกว่าบุคคลทั่วไป
เมื่อพิจารณาเนื้อหาการถวายฎีกากรณีที่ดินเขากระโดง สิ่งที่น่าตั้งข้อสังเกตคือ หนังสือดังกล่าวนำเสนอข้อเท็จจริงในลักษณะเสมือนว่าข้อพิพาทได้ข้อยุติแล้ว และที่ดินทั้งหมดเป็นของการรถไฟแห่งประเทศไทยโดยปราศจากข้อโต้แย้ง ทั้งที่ในความเป็นจริงยังมีคดีสำคัญอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาล ทั้งคดีปกครองระหว่างการรถไฟแห่งประเทศไทยกับกรมที่ดิน และคดีแพ่งระหว่างการรถไฟแห่งประเทศไทยกับผู้ถือโฉนดจำนวนหลายราย ซึ่งศาลยังมิได้มีคำพิพากษาถึงที่สุดในประเด็นสิทธิของคู่กรณีแต่ละราย
นอกจากนี้ หนังสือดังกล่าวยังมิได้กล่าวถึงข้อเท็จจริงอันเป็นสาระสำคัญว่า โฉนดและเอกสารสิทธิที่เกี่ยวข้องยังมิได้ถูกเพิกถอนตามกฎหมาย ผู้ถือโฉนดยังคงได้รับความคุ้มครองตามกฎหมาย และกรมที่ดินยังมีจุดยืนทางกฎหมายที่เป็นประเด็นพิพาทอยู่ในชั้นศาล การละเว้นไม่นำเสนอข้อเท็จจริงเหล่านี้ อาจทำให้ผู้รับเรื่องเข้าใจว่าข้อพิพาทได้ข้อยุติแล้ว ทั้งที่ข้อเท็จจริงยังอยู่ระหว่างการพิสูจน์ในกระบวนการยุติธรรม
“ที่สำคัญ หลักเกณฑ์เกี่ยวกับการถวายฎีกาโดยทั่วไปมิได้มุ่งหมายให้เป็นช่องทางในการแทรกแซงหรือก้าวล่วงกระบวนการพิจารณาคดีของศาล การนำข้อพิพาทที่ยังอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลไปนำเสนอในลักษณะที่ยืนยันผลแห่งคดีล่วงหน้า จึงเป็นเรื่องที่สังคมสามารถตั้งคำถามได้ถึงความเหมาะสมและความสอดคล้องกับหลักนิติธรรม”
ในฐานะผู้ประกอบวิชาชีพกฎหมาย ผู้ยื่นฎีกาย่อมทราบดีว่าหลักพื้นฐานของกระบวนการยุติธรรมคือการให้ศาลเป็นผู้วินิจฉัยข้อพิพาทจากพยานหลักฐานของทุกฝ่ายอย่างครบถ้วน มิใช่การนำเสนอข้อเท็จจริงเพียงด้านเดียวจนทำให้สังคมหรือผู้รับเรื่องเข้าใจว่าผลแห่งคดีได้ถูกตัดสินไปแล้ว ทั้งที่ศาลยังอยู่ระหว่างการพิจารณา
ไม่ว่าผลสุดท้ายของคดีเขากระโดงจะออกมาเช่นไร การเคารพกระบวนการยุติธรรม การเสนอข้อเท็จจริงอย่างรอบด้าน และการไม่ตัดสินสิทธิของบุคคลล่วงหน้าก่อนคำพิพากษาถึงที่สุด ยังคงเป็นหลักการสำคัญที่นักกฎหมายทุกคนควรยึดถือร่วมกัน เรื่องเก่าแต่อยากเล่าใหม่
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'ทักษิณ' ขอเลื่อน! รายงานตัวคุมประพฤติ ยันยังติดกำไล EM
'ทักษิณ' เลื่อนรายงานตัวคุมประพฤติครั้งแรก ขยับไป 28 พ.ค. ยังคงติดกำไล EM ตามมติคณะอนุกรรมการพักโทษฯ ไม่มีการยื่นขอปลดชั่วคราวหรือถาวร
ทนายกมลศักดิ์ผวาซ้ำรอยคดีทนายสมชาย! จี้ตำรวจเร่งหาคนบงการ
'สส.กมลศักดิ์' จี้ 'ผบ.ตร.' ตรวจสอบหลักฐาน เชื่อมีคนสั่งการ หวั่นซ้ำรอยคดีทนายสมชาย
'ทักษิณ' ลุ้น 29 เม.ย. ราชทัณฑ์ไฟเขียวพ้นคุก 11 พ.ค. พักโทษจันทร์ส่องหล้า
'บรรณพจน์' เยี่ยม 'ทักษิณ' เผยเจ้าตัวโอเคดี 'ทนายวิญญัติ' หวังราชทัณฑ์ถกด่านสุดท้าย 29 เม.ย ไฟเขียวพ้นคุก 11 พ.ค. ยันยื่นบ้านจันทร์ส่องหล้าเป็นสถานที่พักโทษ
'โรม' ขึ้นศาลคดีหมิ่นประมาท 'เบนสมิธ' เอี่ยวสแกมเมอร์ เชื่อประชาชนรู้อยู่ฟ้องเพื่ออะไร
รังสิมันต์ โรม ขึ้นศาลคดีหมิ่นประมาทเบนสมิธ เอี่ยวสแกมเมอร์ เชื่อประชาชนรู้อยู่ฟ้องเพื่ออะไร ‘ทนายวิฑูรย์’ตำหนิ จำเลยดึงเอาครอบครัวมาเป็นพยานด้วย ย้ำทำสงครามไม่ควรดึงลูกเมีย
‘จุลพันธ์’ ย้ำแม้ร่วมรัฐบาลแต่มีอิสระ ลั่นเดินหน้าคดี 'ฮั้วสว. -เขากระโดง' ต่อ
นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย โพสต์ข้อความ ระบุว่า พรรคเพื่อไทยได้ทำงานอย่างเต็มกำลัง เพื่อนำเสนอนโยบายให้ประเทศไทยเป็นประเทศที่ประชาชนมีโอกาส
สาวยื่นร้องสภาทนายความ ถอนใบอนุญาตทนายความแอบถ่ายในห้องน้ำปั๊ม
ที่สภาทนายความฯ เมื่อเวลา 10.00 น. นายรัชพล ศิริสาคร ทนายความนำตัวแทนผู้เสียหายสาวเข้ายื่นเรื่องร้องเรียนต่อสภาทน

