
‘ดีเอสไอ’ เตรียมขยับลวงลงทุน Forex เป็นคดีพิเศษแชร์ลูกโซ่ขยายผลฟอกเงิน แย้มทั้งภาวุธ-ฟิล์มยังเงียบ ไร้ประสานเข้าพบ ยันทำตามพยานหลักฐาน-ขั้นตอนกม. จ่อออกหมายเรียกพยาน
22 มิ.ย. 2569 – จากกรณีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) นำโดยกองคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ ได้เปิดปฏิบัติการตรวจค้นพื้นที่เป้าหมาย 24 จุด โดยเป็นพื้นที่ในกรุงเทพมหานครและจังหวัดในปริมณฑล ได้แก่ กรุงเทพมหานคร นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ และสมุทรสาคร เมื่อวันที่ 16 มิ.ย.69 ภายใต้ชื่อ “Shutdown the laundering” ซื้อขาย Forex โดยไม่ได้รับอนุญาต พร้อมกับมีการตรวจยึดเงินสด กว่า 65 ล้านบาท และทรัพย์สินมูลค่าสูงอีกหลายรายการ ซึ่งจากการขยายผลเส้นทางการเงินพบว่ามีนักการเมืองและดาราชื่อดังเกี่ยวข้องรับโอนเงินจากบริษัทกลุ่มโบรกเกอร์ซึ่งผู้เสียหายกว่า 500 ราย ความเสียหายรวมพันล้านบาทได้ร้องทุกข์กล่าวโทษไว้
ทั้งนี้ คณะพนักงานสืบสวนที่ 52/2569 ยังไม่ได้มีการออกหมายเรียกผู้ต้องหาแก่บุคคลใด เนื่องจากยังอยู่ระหว่างสอบปากคำพยานผู้เสียหาย รวบรวมหลักฐานเพื่อเสนออธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ พิจารณารับสอบสวนเป็นคดีพิเศษ ในความผิดฐาน พ.ร.ก.การกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน พ.ศ. 2527 พ.ร.บ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 พ.ร.บ.สัญญาซื้อขายล่วงหน้า พ.ศ. 2546 พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 ความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 343 ตามที่มีการรายงานข่าวไปแล้วนั้น
ล่าสุด มีรายงานภายในจากดีเอสไอ เปิดเผยว่า สัปดาห์ที่ผ่านมาคณะพนักงานสืบสวนได้ขยายผลสอบปากคำพยานผู้เสียหาย ทั้งในส่วนที่มาร้องทุกข์กับดีเอสไอเอง และในส่วนที่ไปร้องทุกข์กับตำรวจไซเบอร์ประกอบกัน และเร่งรวบรวมหลักฐานนำไปวิเคราะห์ตรวจสอบ ซึ่งคาดว่าใน 2 วันนี้จะสามารถเสนอขออธิบดีดีเอสไอ รับเป็นคดีพิเศษในความผิดฐาน พระราชกำหนด (พ.ร.ก.) การกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน พ.ศ. 2527 หรือเรียกว่าคดีแชร์ลูกโซ่ Forex เนื่องจากคำร้องทุกข์ของพยานผู้เสียหายเป็นไปในทิศทางเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นคำร้องที่บ่งชี้ถึงพฤติการณ์การถูกแนะนำให้ลงทุนผ่านโบรกเกอร์จากเว็บไซต์ในต่างประเทศ
โดยสร้างความน่าเชื่อถือผ่านเจ้าหน้าที่หรือผู้แนะนำการลงทุน (Sales หรือ Agent) ที่คอยให้คำแนะนำ สอนการเทรด โชว์กำไรปลอมจากผู้ชักชวนลงทุน เพื่อสร้างความเชื่อมั่น สร้างแรงจูงใจให้ลูกค้าเข้าไปเทรดมากขึ้น แสดงผลพอร์ทที่ได้ผลกำไรสูงเพื่อจูงใจให้ฝากเงินเข้าทำการเทรด โดยมีการจัดเซลล์ประกบดูแลลูกค้าเป็นราย ๆ ซึ่งช่วงแรกถอนเงินได้จริง ต่อมาอ้างเงื่อนไข หรือขายคอร์ส ฝากเทรด หรือเรียกเก็บค่าธรรมเนียมต่าง ๆ จนไม่สามารถถอนเงินได้จริง อีกทั้งยังมีรูปแบบการลงทุนที่แตกต่างจากการลงทุนในกองทุนรวมทั่วไป เนื่องจากไม่ได้มุ่งเน้นผลตอบแทนในรูปของเงินปันผลหรือผลประโยชน์ตามรอบเวลา แต่เป็นการนำเงินเข้าสู่พอร์ตการลงทุนเพื่อซื้อขายเก็งกำไรจากส่วนต่างของราคา (Price Difference) โดยอ้างอิงว่ามีการซื้อขายผ่านระบบของโบรกเกอร์ต่างประเทศ
นอกจากนี้ คณะพนักงานสืบสวนไม่ได้มุ่งเน้นไปแค่การตรวจสอบการกระทำที่เป็นความผิดเข้าข่ายตาม พ.ร.บ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 และกฎหมายเกี่ยวกับสินทรัพย์ดิจิทัลเท่านั้น แต่คณะพนักงานสืบสวนจะเน้นไปที่ความผิดในคดีแชร์ลูกโซ่เป็นการเฉพาะ เนื่องจากเป็นฐานความผิดที่อยู่ในบัญชีแนบท้ายของดีเอสไอ และสามารถขยายผลดูในเรื่องของการฟอกเงินได้ด้วย ซึ่งคณะพนักงานสืบสวนอยากจะทำให้ครบทุกมิติ เพราะการทำคดีอาญาอาจไม่เพียงพอเท่าการพยายามติดตามทรัพย์สินที่ได้มาจากการกระทำความผิดเพื่อสำหรับชดใช้เฉลี่ยคืนให้กับผู้เสียหายจำนวนมาก
สำหรับผลการสอบปากคำพยานผู้เสียหาย พบว่าส่วนใหญ่มีการลงทุนตั้งแต่หลักหมื่นบาทไปจนถึงหลักสิบล้านบาท ซึ่งแล้วแต่รายกรณี โดยในปัจจุบันนี้พบมูลค่าความเสียหายสูงสุดอยู่ที่ 70 ล้านบาท ส่วนกรณีที่มีการตั้งข้อสังเกตว่าผู้เสียหายบางรายแท้จริงแล้วอาจเป็นโบรกเกอร์ ที่ไปชักชวนผู้อื่นมาลงทุนด้วย แต่เมื่อเกิดปัญหาพอร์ตแตก จึงอ้างตนว่าเป็นผู้เสียหายด้วยนั้น ในประเด็นนี้คณะพนักงานสืบสวนต้องดูรอบด้าน ว่าบุคคลนั้นมีพฤติการณ์ที่เข้าหลักเกณฑ์เงื่อนไขตามความผิดของคดีแชร์ลูกโซ่หรือไม่
ส่วนความคืบหน้าการตรวจสอบพยานหลักฐานเกี่ยวกับกลุ่มของโบรกเกอร์ฟอร์เร็ก อาทิ บริษัท QRS Global, บริษัท HFM, บริษัท GOFX, บริษัท Eterwealth และกลุ่มผู้แนะนำโบรกเกอร์ (IB) เช่น อาจารย์พี, โค้ชเจมส์, JP Global, แอคมี่ และกลุ่มบริษัทที่ให้บริการเกี่ยวกับการรับ – ส่งเงินและการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์อีก 2 บริษัท ได้แก่ 1.บริษัท เรนนี่ คอปเปอเรชั่น จำกัด 2.บริษัท เพย์โซลูชั่น จำกัด นั้น คณะพนักงานสืบสวนยังอยู่ระหว่างวิเคราะห์หลักฐานทั้งหมดที่ได้มาจากการตรวจค้นพื้นที่เป้าหมาย ซึ่งในเร็ววันนี้จะได้มีการพิจารณาออกหมายเรียกพยานให้บุคคลทั้งหมดเข้ามาชี้แจง
แหล่งข่าวจากกรมสอบสวนคดีพิเศษ เผยด้วยว่า กรณีนายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ที่พบความเชื่อมโยงเส้นทางการเงิน จำนวน 28 ล้านบาท ซึ่งรับโอนจากบริษัท สปาร์ก ดิจิทัล จำกัด นั้น พนักงานสืบสวนก็ต้องรอฟังคำชี้แจงของเจ้าตัวก่อน ส่วนกรณีที่ในรูปภาพแผนผังความเชื่อมโยงสัมพันธ์ปรากฏมีภาพชายปริศนารายหนึ่ง มีเส้นทางการเงินเกี่ยวข้องกับบริษัท คิวอาร์เอส โกลบอล จำกัด : QRS Global และรายงานการสืบสวนยังระบุว่ารู้จักและสนิทสนมกับนายภาวุธ เพราะเคยไปเที่ยวปารีสด้วยกัน มีภาพร่วมงานประชุมสัมมนาร่วมกันนั้น ข้อมูลจากการสืบสวนเพิ่มเติมพบว่าชายปริศนารายนี้มีบทบาทเป็นทั้งโบรกเกอร์ และยังเป็นผู้มีบทบาทเกี่ยวข้องในบริษัท คิวอาร์เอส โกลบอล จำกัด : QRS Global อีกด้วย
ส่วนกรณีบทบาทของนายรัฐภูมิ โตคงทรัพย์ หรือฟิล์ม จะอยู่ในกลุ่มของบริษัทโบรกเกอร์ 2 แห่ง คือ 1.บริษัท อีเทอร์เวลธ์ จำกัด ซึ่งประกอบกิจการรับจัดฝึกอบรมสัมมนา และ 2.บริษัท HF Markets (SV) Ltd ซึ่งเป็นบริษัทที่จดทะเบียนในเซนต์วินเซนต์และเกรนาดีนส์ ประเทศในหมู่เกาะแคริบเบียน โดยมีเส้นทางการเงินเกี่ยวข้อง ทั้งนี้ เบื้องต้นพนักงานสืบสวนยังไม่พบข้อมูลเส้นทางการเงินจากบริษัท สปาร์ก ดิจิทัล จำกัด เชื่อมโยงถึงนายรัฐภูมิแต่อย่างใด
“ตอนนี้ทั้งนายภาวุธและนายรัฐภูมิ ยังไม่ได้มีการประสานขอเข้าพบพนักงานสืบสวนเพื่อขอชี้แจงข้อมูลแต่อย่างใด ส่วนหลังจากนี้พนักงานสืบสวนก็จะได้เร่งขยายผลเพื่อดูว่ามีบุคคลอื่นเกี่ยวข้องเพิ่มเติมอีกหรือไม่ โดยไม่ได้มุ่งเน้นแค่คนในแวดวงทางการเมืองหรือวงการบันเทิง เพราะถ้าหากใช้หลักฐานเชื่อมโยง ก็เป็นหน้าที่ของผู้เกี่ยวข้องที่จะต้องชี้แจงข้อเท็จจริง” แหล่งข่าว ระบุ
สำหรับกรณีที่นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ภายหลังดีเอสไอแถลงผลการปฏิบัติการปราบปรามเครือข่ายธุรกิจ Forex ผิดกฎหมาย โดยมีการเปิดชื่อนายภาวุธ พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า ผู้ต้องหาไม่มีใครถูกเอ่ยชื่อ แต่ว่าในส่วนของผู้ต้องสงสัย ผู้ถูกสงสัยที่ยังไม่ถูกหมายเรียกกลับถูกเอ่ยชื่อมาอย่างชัดเจน พร้อมทั้งมอบหมายให้ฝ่ายกฎหมายในพรรคพิจารณาเรื่องกฎหมายมาตรา 157 หากเจอเจ้าหน้าที่รัฐใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบนั้น ทางดีเอสไอยืนยันว่า พนักงานสืบสวนทำทุกอย่างโดยเป็นไปตามพยานหลักฐานและขั้นตอนกฎหมาย ซึ่งบุคคลใดก็ตามที่มีรายชื่อเกี่ยวข้องมีหน้าที่ต้องชี้แจงข้อเท็จจริง.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'อนุทิน' สวนเจ็บ 'ไอซ์ รักชนก' จะขึ้นเทศน์ล้างเท้าให้สะอาดก่อน ไม่ต้องมายุ่งเรื่องพรรคคนอื่น
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย กล่าวถึงการตั้งเป้าผลงานของรัฐบาลภูมิใจไทย ในระยะเวลา 1 ปี ทั้งในส่วนของสส.และกรรมาธิการ มองแล้วเป็นอย่างไรบ้าง เนื่องจากล่าสุด น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) ออกมาโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กในทำนองเรียกร้องให้สส.ของพรรคภูมิใจไทย ออกมาปกป้องโครงการของพรรคตนเอง ว่า
เดือด! 'อนุทิน'ลั่นไม่เคยคิดเรื่องชั่วๆ ไม่ทำเรื่องสับปะรังเค ให้ดีเอสไอกลั่นแกล้ง 'ภาวุธ-ปชน.'
‘อนุทิน‘ลั่นไม่เคยคิดเรื่องชั่วๆ หลัง ’พรรคประชาชน‘โยงดีเอสไอ กลั่นแกล้งคดี’ภาวุธ‘จวกไม่ทำเรื่องสับปะรังเคดิสเครดิต
มีเราไม่มีเทา! ปชน. ยังกระเตง 'ภาวุธ' พร้อมตั้งคำถามถึง DSI
'เท้ง-พิจารณ์' ป้อง 'ภาวุธ' พร้อมแจงดีเอสไอ ลั่นพรรคมีมาตรฐานวินัย ไม่ปกป้องคนผิด ชี้เป็นหน้าที่เจ้าตัวแจงข้อสงสัยสังคม หลังหายตัวเกือบสัปดาห์ โวยโดนดิสเครดิต เห็นใจขรก.ทำสนองฝ่ายการเมือง
'จตุพร' กระทุ้งส้ม รีบยื่น ป.ป.ช. สอบ TH-AI Passport เย้ย 'ภาวุธ' ไม่กล้าซด DSI
'จตุพร' เย้ย ปชน. นักตรวจสอบทุจริต ขักช้าอยู่ไย รีบยื่น ป.ป.ช. สอบ TH-AI Passport 1.6 พันล้าน เหน็บ 'ภาวุธ' หากไม่เกี่ยว Forex ต้องกล้ายืนซด ตั้งโต๊ะแถลง อย่าหลบหลังแจงผ่านเฟซบุ๊ก
'ภาวุธ' ดิ้นหาหลักฐานแจงดีเอสไอ เคลียร์ปม Forex
'ภาวุธ' ยันยินดีให้ความร่วมมือดีเอสไอ บอกกำลังเตรียมหลักฐานอยู่ อ้างเหตุการณ์เกิดขึ้นหลายปี ต้องใช้เวลารวบรวม เผยประสานขอเอกสารจากสถาบันการเงิน
รัฐบาลลุยปราบแก๊งข้ามชาติ ดัน SHIELD ผนึก AI จับตาพื้นที่เสี่ยง
รัฐบาลเดินหน้าปราบอาชญากรรมข้ามชาติเต็มรูปแบบ ดัน SHIELD เชื่อมข้อมูลนานาชาติ ผสาน AI เฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยง

