กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นมีหนังสือด่วนที่สุดถึงผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ สั่งยกเลิกการจัดทำข้อเสนอแผนงานหรือโครงการขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภายใต้ พ.ร.ก.กู้เงินเพื่อแก้ปัญหาวิกฤตพลังงานและเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน 2569 ระบุเพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปตามเจตนารมณ์ของกฎหมาย หลังโครงการถูกตั้งข้อสังเกตจากฝ่ายค้านเรื่องความโปร่งใส
11 กรกฎาคม 2569 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายบุญประสงศ์ นวลสายย์ รองอธิบดี รักษาราชการแทนอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ได้ลงนามในหนังสือ ด่วนที่สุด ที่ มท 0810.6/ว 2569 ลงวันที่ 10 กรกฎาคม 2569 ถึงผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด เรื่อง "ยกเลิกการจัดทำข้อเสนอแผนงานหรือโครงการภายใต้พระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน เพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ. 2569 สำหรับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น"
หนังสือระบุว่า ก่อนหน้านี้กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นได้กำหนดแนวทางให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) จัดทำข้อเสนอแผนงานหรือโครงการเพื่อขอรับการสนับสนุนงบประมาณ ภายใต้พระราชกำหนดดังกล่าว โดยให้บันทึกข้อมูลผ่านระบบสารสนเทศเพื่อขอรับการสนับสนุนงบประมาณเงินอุดหนุนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (SOLA) ภายในวันที่ 17 กรกฎาคม 2569
จากนั้นให้จังหวัดเสนอคณะกรรมการบริหารงานจังหวัดแบบบูรณาการ (ก.บ.จ.) พิจารณาให้ความเห็นชอบ พร้อมให้สำนักงานท้องถิ่นจังหวัดรายงานผลผ่านระบบ SOLA และจัดส่งเอกสารพร้อมรายละเอียดโครงการมายังกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ภายในวันที่ 31 กรกฎาคม 2569 เพื่อรวบรวมเสนอรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยพิจารณาให้ความเห็นชอบ
อย่างไรก็ตาม หนังสือฉบับนี้ระบุว่า กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นพิจารณาแล้วเห็นว่า เพื่อให้การดำเนินการเสนอแผนงานหรือโครงการขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นภายใต้พระราชกำหนดดังกล่าว เป็นไปตามเจตนารมณ์แห่งพระราชกำหนด จึงขอยกเลิกการจัดทำข้อเสนอแผนงานหรือโครงการที่กำหนดตามหนังสืออ้างถึง พร้อมแจ้งจังหวัดดำเนินการแจ้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ทราบโดยทั่วกัน
การยกเลิกดังกล่าวเกิดขึ้นภายหลังจากที่ก่อนหน้านี้ พรรคฝ่ายค้านอภิปรายตั้งข้อสังเกตต่อการใช้งบประมาณตามพระราชกำหนดกู้เงินวงเงิน 200,000 ล้านบาท เพื่อแก้ไขปัญหาวิกฤตพลังงานและการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน โดยแสดงความกังวลว่าอาจมีการนำโครงการที่ไม่เกี่ยวข้องกับวัตถุประสงค์ของกฎหมาย หรืออาจมีการ "สอดไส้" โครงการโดยอ้างความเดือดร้อนของประชาชนเพื่อเอื้อประโยชน์แก่บางฝ่าย จนนำไปสู่การจับตาการดำเนินงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'อนุทิน' มั่นใจจีดีพีโตเกิน 2.1% โชว์ลงทุน-ส่งออกพุ่ง น้ำมันล้นสต็อกจนต้องส่งออก
นายกฯ มั่นใจเศรษฐกิจไทยปีนี้โตเกิน 2.1% หลังพบตัวเลขลงทุนต่างชาติ ส่งออก จ้างงาน และจัดเก็บภาษีดีขึ้น
'พาณิชย์'ยกระดับดูแลราคาสินค้าหลังน้ำท่วม-พลังงานพุ่ง
กรมการค้าภายในปรับมาตรการติดตามสินค้าเข้มขึ้น หลังน้ำท่วม ราคาพลังงานพุ่งกระทบต่อต้นทุน พร้อมมอนิเตอร์ราคาสินค้าใกล้ชิด หลังต้นทุนเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง และเตรียมมาตรการรับมือ ยึดหลักสมดุล ทุกฝ่ายอยู่ร่วมกันได้
'ภราดร' ผุด 'ข้าวสารแซนด์บ็อกซ์' เชือดจนท.รัฐรับส่วยผับ ขีดเส้นรู้ผลใน 30 วัน
“ภราดร” ผุด “ข้าวสารแซนด์บ็อกซ์” คุมเข้มสินบนเจ้าหน้าที่รัฐ เอื้อเปิดสถานบันเทิงผิดกฎหมาย ฮึ่ม! ฟันวินัย-อาญา ตีกรอบ 30 วัน ชงเข้ากระบวนยุติธรรม
EGCO Group ซื้อหุ้นโรงไฟฟ้า Linden Cogen เพิ่มเป็น50%
EGCO Group ปักธงฐานสหรัฐฯ ซื้อหุ้นเพิ่มเป็น 50% ในโรงไฟฟ้าLinden Cogen 980 MW ฐานผลิตไฟฟ้าป้อนนิวยอร์ก-นิวเจอร์ซีย์ รับรู้กำไรสุทธิ-เงินปันผลทันที
รัฐบาลโต้ประเมินน้ำท่วมพลาด 4 เท่า ท้าโชว์ที่มางบเพิ่ม 1.2 หมื่นล้าน
รองโฆษกรัฐบาลแจงปมมหาดไทยประเมินความเสียหายน้ำท่วมต่ำกว่าความจริง 4 เท่า ชี้ยอดคำร้องไม่ใช่ยอดผู้

