อดีตผู้พิพากษาอาวุโสฯ ชี้คำวินิจฉัยศาลรธน. คดีบัตรเลือกตั้ง บททดสอบคุ้มครองสิทธิขั้นพื้นฐาน ปชช.

วัส ติงสมิตร ชี้คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญในเวลา 14.00 น. วันนี้ ไม่ได้เป็นเพียงการแก้ปัญหาทางเทคนิคของการเลือกตั้ง แต่เป็น บททดสอบครั้งสำคัญในการคุ้มครองสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชน ในการลงคะแนนโดยลับ

28 ก.ย.2569-นายวัส ติงสมิตร นักวิชาการอิสระ อดีตผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา โพสต์เฟซบุ๊ก “วัส ติงสมิตร กฎหมายและบ้านเมือง” เรื่อง “วิกฤตความลับบนบัตรเลือกตั้ง: คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญในวันที่ 28 ก.ย. 2569!” เนื้อหาดังนี้

วันนี้ (วันจันทร์ที่ 28 กันยายน 2569) เวลา 14.00 น. ศาลรัฐธรรมนูญได้นัดฟังคำวินิจฉัยคดีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมา ซึ่งมีปัญหาเกี่ยวกับบัตรเลือกตั้งที่ปรากฏรหัสเฉพาะบนบัตร นำไปสู่การร้องเรียนต่อผู้ตรวจการแผ่นดินและส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า ทำให้การลงคะแนนเป็นไปโดยลับหรือไม่  และนับเป็นห้วงเวลาสำคัญที่จะชี้ชะตาและกำหนดทิศทางว่าระบบการเมืองไทยจะเดินหน้าต่อไปอย่างไร

1. รากฐานของปัญหา: ละเมิดหลัก “การลงคะแนนโดยลับ”

หัวใจสำคัญของการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตย คือ หลักความลับของการออกเสียงลงคะแนน ดังที่รัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 83 วรรคสอง (ที่แก้ไขใหม่) และมาตรา 85 ได้บัญญัติไว้ชัดเจนว่า การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรให้ใช้วิธีออกเสียงลงคะแนนโดยตรงและลับ ความแตกต่างสำคัญของรหัสบนบัตรเลือกตั้งทั้งสองประเภท จึงนำไปสู่ผลลัพธ์ทางกฎหมายที่ต่างกันโดยสิ้นเชิง การเลือกตั้งเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 มีบัตรเลือกตั้ง ส.ส. 2 ประเภท บัตรสีเขียว ส.ส.แบบแบ่งเขต ใช้ QR Code บัตรสีชมพู  ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ ใช้ Barcode ข้อเท็จจริงเท่าที่ปรากฏสู่สาธารณะคือ ทั้ง QR Code และ Barcode เป็นรหัสเฉพาะของบัตรแต่ละใบ (Unique ID) มี Running Number แตกต่างกันทุกใบ และ Running Number นั้นตรงกับเลขลำดับบนต้นขั้วบัตร ขณะเดียวกัน ผู้มีสิทธิเลือกตั้งต้องลงชื่อหรือพิมพ์ลายนิ้วมือที่ต้นขั้วบัตรก่อนรับบัตร

2. ทางออกของปัญหา: 4 ทางเลือกบนทางแยกของการเมืองไทย

ในการตัดสินใจที่จะเกิดขึ้นในบ่ายวันที่ 28 กันยายน 2569 ศาลรัฐธรรมนูญมีแนวทางการพิจารณาอยู่ 4 แนวทางเลือกหลัก ดังนี้:  ทางเลือกที่ 1: ยกคำร้องโดยไม่มีเงื่อนไข ด้วยการให้เหตุผลว่า ระบบรหัสบนบัตรไม่สามารถสืบย้อนกลับไประบุตัวบุคคลได้จริง การเลือกตั้งสมบูรณ์ตามกฎหมาย  ทางเลือกที่ 2: ยกคำร้องโดยมีเงื่อนไข ด้วยการให้เหตุผลว่า แม้ไม่เป็นการลงคะแนนโดยลับก็จริง แต่ไม่ถึงขั้นทำลายสาระสำคัญของการเลือกตั้ง จึงให้ กกต. ปรับปรุงกระบวนการออกแบบบัตรเลือกตั้งในอนาคต

ทางเลือกนี้มีคดีในต่างประสนับสนุน เช่น 1)ศาลในรัฐเพนซิลเวเนีย และรัฐแคนซัส ของสหรัฐอเมริกา”สั่งให้หยุด/ปรับเปลี่ยนการใช้รหัสในการเลือกตั้งครั้งต่อไป โดยไม่สั่งให้การเลือกตั้งครั้งนั้นเป็นโมฆะ” ในคดีที่เกี่ยวข้องกับข้อบกพร่องทางกฎหมาย หรือข้อผิดพลาดทางเทคนิคด้านการออกแบบระบบ โดยศาลใช้บรรทัดฐานสำคัญ คือ “การรักษาเสถียรภาพของการเลือกตั้งและสิทธิของประชาชนที่ลงคะแนนไปโดยสุจริต” ร่วมกับหลักการพิจารณาผลกระทบจริง (Outcome Test)

2) ในสหราชอาณาจักร บัตรเลือกตั้งมีการพิมพ์หมายเลขตรงกันทั้งบนบัตรและต้นขั้ว (Counterfoil) ในทางทฤษฎีสามารถนำบัตรมาจับคู่เพื่อรู้ได้ว่าใครลงคะแนนให้ใคร (ซึ่งเคยถูกผู้ร้องยื่นโต้แย้งต่อศาลว่าขัดต่อหลักการลงคะแนนลับ) ศาลอังกฤษวางหลักไว้ว่า ระบบรหัสที่เชื่อมโยงได้ ไม่ได้ทำให้การเลือกตั้งตกเป็นโมฆะ เพราะระบบรหัสถูกออกแบบเพื่อป้องกันการทุจริต (สืบหาบัตรปลอม) และเอกสารต้นขั้วทั้งหมดถูก “ซ่อนและผนึกตราอย่างเคร่งครัด” (Sealed) ซึ่งจะเปิดได้ต่อเมื่อมีคำสั่งศาลสูงสุดในคดีอาญาทุจริตเท่านั้น ศาลจึงสั่งคงผลการเลือกตั้งไว้ และให้ปรับปรุงคู่มือปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ไม่ให้เปิดเผยรหัสต่อผู้สังเกตการณ์

ทางเลือกที่ 3: สั่งให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะและจัดเลือกตั้งใหม่เฉพาะ “แบบบัญชีรายชื่อ” แนวคิดและเหตุผลสนับสนุน: อาศัย “หลักการแยกส่วนความเสียหาย” (Severability Principle) เนื่องจากระบบการเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมเป็นระบบบัตร 2 ใบที่แยกออกจากกันอย่างชัดเจนโดยมีเหตุผลดังนี้ 1)คุ้มครองเจตนารมณ์ที่ชอบด้วยกฎหมาย: หากบัตรเลือกตั้งแบบแบ่งเขต (บัตรสีเขียว QR Code) ปรากฏข้อเท็จจริงว่า มี 1 รหัส ต่อบัตร 20 ใบ (1 เล่ม) จึงมิได้มีความบกพร่องเรื่องความลับและผ่านการลงคะแนนในวันเลือกตั้งทั่วไป (8 กุมภาพันธ์ 2569) พร้อมกันทั่วประเทศเรียบร้อยแล้ว การรักษาผลการเลือกตั้ง ส.ส. เขต 399 คนไว้ จึงเป็นการเคารพเสียงของประชาชนในแต่ละพื้นที่ 2) แก้ไขเฉพาะส่วนที่มีปัญหา: ปัญหา Barcode เกิดขึ้นเฉพาะบนบัตรเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อ (บัตรสีชมพู) การสั่งให้เป็นโมฆะและจัดเลือกตั้งใหม่เฉพาะบัตรสีชมพู (โดยใช้บัญชีรายชื่อผู้สมัครชุดเดิม) จึงเป็นการทำซ้ำเฉพาะกระบวนการที่บกพร่องให้ถูกต้องตามมาตรา 83 วรรคสอง

3) ประหยัดงบประมาณและลดผลกระทบ: เป็นทางออกที่สมเหตุสมผล (Proportionality) ไม่สร้างภาระเกินจำเป็นแก่ประเทศชาติ และช่วยให้ กกต. เร่งจัดการเลือกตั้งซ่อมบัญชีรายชื่อเพื่อนำ สส. 100 คนกลับมาเติมให้ครบเกณฑ์ 95% เพื่อเปิดสภาได้เร็วที่สุด

ทางเลือกที่ 4: สั่งให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะและจัดการเลือกตั้งใหม่ทั้ง 2 ระบบทั่วประเทศ  แนวคิดและเหตุผลสนับสนุน: อาศัยบรรทัดฐาน “หลักบูรณภาพและความเป็นเอกภาพของการเลือกตั้งทั่วไป” (Principle of Inseparability) คล้ายคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ 9/2549 (กรณีคูหาเลือกตั้ง) และคำวินิจฉัยที่ 2/2557 (กรณีไม่สามารถจัดเลือกตั้งวันเดียวกันทั่วราชอาณาจักร) ซึ่งมองว่าการเลือกตั้งทั่วไปตามมาตรา 83 ถูกออกแบบมาเป็นแพ็กเกจเดียวกัน หากสาระสำคัญส่วนใดส่วนหนึ่งของการเลือกตั้งขัดรัฐธรรมนูญ ย่อมส่งผลให้การเลือกตั้งทั่วไปทั้งคราวเสียไปทั้งหมด

หากข้อเท็จจริงปรากฏว่า ทั้งบัตรสีเขียว ส.ส.แบบแบ่งเขต ใช้ QR Code และบัตรสีชมพู ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ ใช้ Barcode

ทั้ง QR Code และ Barcode เป็นรหัสเฉพาะของบัตรแต่ละใบ (Unique ID) มี Running Number แตกต่างกันทุกใบ และ Running Number นั้นตรงกับเลขลำดับบนต้นขั้วบัตร ขณะเดียวกัน ผู้มีสิทธิเลือกตั้งต้องลงชื่อหรือพิมพ์ลายนิ้วมือที่ต้นขั้วบัตรก่อนรับบัตร การออกเสียงลงคะแนนเลือกตั้งจึงไม่เป็นไปโดยลับ  ข้อจำกัด: ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่องบประมาณแผ่นดิน และการเมืองของประเทศ

ผมเห็นด้วยกับทางเลือกที่ 4 นี้

สรุปส่งท้าย

คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญในเวลา 14.00 น. วันนี้ ไม่ได้เป็นเพียงการแก้ปัญหาทางเทคนิคของการเลือกตั้ง แต่เป็น บททดสอบครั้งสำคัญในการคุ้มครองสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชน ในการลงคะแนนโดยลับ การเลือกทางออกโดยสั่งให้มีการเลือกตั้งใหม่ทั้ง ส.ส. แบบแบ่งเขตเลือกตั้งและแบบบัญชีรายชื่อ จึงนับเป็นทางออกที่สามารถรักษาความถูกต้องตามหลักนิติธรรม กับการประพฤติปฏิบัติตามหลักความเป็นจริงทางการเมือง เพื่อพาประเทศออกจากปัญหาในปัจจุบัน โดยคืนอำนาจการตัดสินใจทางการเมืองให้ประชาชนอีกครั้งหนึ่ง

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดร.ธารินี สะท้อน ตอนนี้สิ่งที่ทำให้ประเทศไทยเปียกปอนสุด ไม่ใช่น้ำฝน เป็นน้ำลายที่สาดใส่กันไปมา

เวลาเห็นน้ำท่วมจังหวัดอื่น หลายคนถามหา สส. ในพื้นที่ ถามหา สจ. ถามหา อบต. ว่าอยู่ไหน ทำอะไรให้ชาวบ้านบ้าง แต่พอเป็นกรุงเทพฯ ทำไมบางคนข้ามผู้บริหารเมือง ข้ามสำนักงานเขต แล้วด่ารัฐบาลกันฉ่ำ

ชัดเจน! 'ศาลรธน.' เดินหน้าตัดสินคดีบัตรเลือกตั้ง 28 ก.ย. ลุ้นบ่าย2โมงรู้ผล โมฆะหรือยกคำร้อง

สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ มีเอกสารข่าวแจ้งว่า ตามที่ศาลรัฐธรรมนูญกำหนดนัดแถลงด้วยวาจา  ปรึกษาหารือ  และลงมติ  ในคดีเรื่องพิจารณาที่  ต.30/2569 และคดีอื่น ๆ  ในวันจันทร์ที่  28  กันยายน 2569 

ลุ้น!ศาลรธน.ชี้ขาดคดีบัตรเลือกตั้งพรุ่งนี้ หลัง ครม.ประกาศวันหยุดชดเชยน้ำท่วม

ศาลรธน.ยังไม่ส่งสัญญาณเลื่อนตัดสินคดีบัตรเลือกตั้ง หากไม่ยกเลิก บ่ายสองพรุ่งนี้รู้ผลเลือกตั้ง8 ก.พ.โมฆะหรือไม่ เปิดแนววินิจฉัยคดี ออกสูตรไหนได้บ้าง  

จันทร์นี้ระทึก! 'เลือกตั้งโมฆะ' หรือไม่ 'ศาลรธน.' ต้องยึด 3 หลักตีความเคร่งครัด

จันทร์นี้มีระทึก 'เลือกตั้งโมฆะ' หรือไม่ 'อดีตผู้พิพากษา' ย้ำ 9 ตุลาการศาลรธน. ต้องตีความโดยเคร่งครัด อย่าตีความขยายรัฐธรรมนูญ ชี้เสี่ยงบัตรเลือกตั้งไม่เป็นความลับ

จับตา! 3 ปรากฎการณ์ เขย่า 'ระบอบสีน้ำเงิน'

นายเทพไท เสนพงศ์ นักวิเคราะห์การเมือง อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์คลิปและข้อความผ่านเฟซบุ๊กในหัวข้อ "จับตาท่าทีอนุรักษ์นิยมต่อระบอบสีน้ำเงิน" โดยระบุว่า