สภาขยี้ขยะพิษ ยุปชช.ฟ้องรัฐ! อุตฯลุยฟอกเงิน

"ปชน.” ซัดรัฐเมินแก้สารพิษน้ำท่วมภาคตะวันออก “สุชาติ” โต้รู้มาก รอให้มาเป็น รมต.  ใช้ทิฐิบันเทิงธิปไตย “อรรถวิชช์” จี้สางขยะพิษ “วราวุธ” ดันกฎหมายฟอกเงินขยายผลยึดทรัพย์นอมินี  “พูนศักดิ์” แนะประชาชนฟ้องเรียกค่าเสียหายจากหน่วยงานรัฐที่มีหน้าที่รับผิดชอบ 

ที่รัฐสภา วันที่ 29 ต.ค. ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ทำหน้าที่ประธานการประชุม   พิจารณากระทู้ถามสดของนายภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์ สส.เชียงใหม่ พรรคประชาชน (ปชน.) สอบถามนายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ถึงปัญหาแม่น้ำกก แม่น้ำสาย รวมถึงปัญหาขยะอิเล็กทรอนิกส์ จากอุทกภัยภาคตะวันออกที่ประชาชนได้รับการแจ้งเตือนสารพิษเรื่องสารหนู สารตะกั่ว จากภาคประชาชน

นายภัทรพงษ์กล่าวว่า ไม่เคยเห็นการสั่งการจากนายสุชาติให้ควบคุมมลพิษเลย มีการประชุมคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมปีนี้ 3 ครั้ง แต่นายสุชาติไม่เคยเข้าประชุมแม้แต่ครั้งเดียว

ด้านนายสุชาติชี้แจงว่า ปัญหาสารพิษในแม่น้ำมักเกิดในช่วงน้ำหลากที่มีดินตะกอนจากแม่น้ำเพื่อนบ้านไหลเข้ามาในไทย แต่ ทส.ไม่ได้นิ่งนอนใจ ในแม่น้ำสายจากการตรวจสอบพบค่าสารหนูเกินมาตรฐาน จึงส่งเรื่องต่อให้ผู้ว่าราชการจังหวัดติดตาม ขณะที่แม่น้ำโขงที่ลามไปถึงจังหวัดภาคอีสานนั้น ได้ขอความร่วมมือกับประเทศลาว เพื่อขอติดตั้งสถานีวัดอ่านค่ามาตรฐาน ให้ประเทศลาวทราบว่าปล่อยสารพิษออกมา

นายสุชาติกล่าวว่า ส่วนปัญหาสารพิษจากขยะอิเล็กทรอนิกส์ในเหตุอุทกภัยภาคตะวันออกนั้น ยืนยันลงพื้นที่ตรวจสอบและดำเนินการแก้ไขทันที และเป็นหน่วยงานแรกที่ไปร้องทุกข์กล่าวโทษโรงงานอุตสาหกรรมที่ทำให้น้ำเป็นสายรุ้ง มีการฟ้องแพ่งเอาผิด และประสานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ยึดทรัพย์ และใช้ยาแรงเอาผิด ส่วนกรณีเกิดน้ำสีรุ้งจากคราบน้ำมันนั้น ทส.ไปตรวจสอบก่อนใคร และส่งปัญหาให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องบังคับใช้กฎหมาย และแก้ปัญหา

 “ขอให้ไปศึกษาก่อนพูด ไม่รู้นายภัทรพงษ์รู้มากกว่าผมหรือไม่ จะรอให้มาเป็น รมว.ทรัพยากรธรรมชาติฯ จะลองดูว่ารู้เหมือนผมไหม ดังนั้นสภาควรหารือเรื่องปัญหาประชาชน ไม่ใช่เอาทิฐิส่วนตัวมาพูดเป็นบันเทิงธิปไตย” นายสุชาติระบุ

ขณะที่ นายอรรถวิชช์​ สุวรรณภักดี สส.บัญชีรายชื่อ พรรครวมไทยสร้างชาติ ได้ถามกระทู้ด้วยวาจากับนายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.อุตสาหกรรม  ถึงความชัดเจนในการนำเข้าเศษเหล็ก คุณภาพเหล็ก และการจัดการกากอุตสาหกรรมว่า คุณภาพของเหล็กข้ออ้อย จากมติบอร์ดของสำนักมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) ออกมาแล้วว่าจำกัดกำหนดเหล็กเส้นใหม่ ไม่มี IF หนังสือเวียนออกแล้วจากเลขาธิการ สมอ.จะต้องมีการออกประกาศกระทรวงตามมา ขอความชัดเจนจากรัฐมนตรีว่าจะออกประกาศกฎกระทรวงได้เมื่อไหร่  และดุลยพินิจเป็นอย่างไรในการออกประกาศกฎกระทรวง

นายวราวุธชี้แจงว่า กระทรวงอุตสาหกรรมยืนยันไม่มีนโยบายที่จะยกเลิกการนำเข้าเศษเหล็ก ส่วนกรณีเหล็กข้ออ้อย ตนจะรับไปพิจารณา เพราะเป็นเรื่องความปลอดภัยของประชาชน หากเหล็ก EF ดีกว่า IF และทาง กมอ.ประชุมกันและเห็นอย่างไร จะรีบดำเนินการและออกมาเป็นกฎหมายโดยเร็ว ซึ่งที่ผ่านมามีเพียงการแก้ไขความคิดเห็นของคณะกรรมการบางคนในที่ประชุม กมอ.เท่านั้น

ขณะเดียวกัน เครือข่ายภาคประชาชนจังหวัดปราจีนบุรี ร่วมกับพรรค ปชน. แถลงข่าวสะท้อนความล้มเหลวในการบริหารจัดการภัยพิบัติอุทกภัยปี 2569 ของภาครัฐ ที่ขาดมาตรการป้องกันและรับมือปัญหามลพิษปนเปื้อนทั้งก่อน ระหว่าง และหลังเกิดเหตุ ส่งผลให้น้ำเสียและสารพิษจากเขตประกอบการอุตสาหกรรม บ่อฝังกลบขยะอุตสาหกรรม และโรงงานรีไซเคิลขยะอิเล็กทรอนิกส์ในพื้นที่ต้นน้ำ ถูกน้ำท่วมขังและไหลล้นลงสู่แม่น้ำปราจีนบุรี ลามไปถึง จ.ฉะเชิงเทราและเตรียมทะลักสู่ปากอ่าว

น.ส.นฤมาศ เปี่ยมบัณฑิต สส.ชลบุรี พรรค ปชน. กล่าวว่า จากการลงพื้นที่เก็บตัวอย่างน้ำร่วมกับนายพูนศักดิ์ จันทร์จำปี สส.บัญชีรายชื่อ พรรค ปชน. ในระยะเวลาสั้นๆ ตนมีอาการคันและแสบผิวหนังอย่างรุนแรง สะท้อนถึงอันตรายสะสมที่ชาวบ้านต้องเผชิญในชีวิตประจำวัน ขอเรียกร้องให้คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติเร่งประกาศให้ จ.ปราจีนบุรีเป็นเขตควบคุมมลพิษ เพื่อเปิดทางให้มีการควบคุมและแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบ และให้ทบทวนความเหมาะสมของการผังเมืองและจุดตั้งโรงงานอุตสาหกรรมทั่วประเทศ โดยเฉพาะโรงงานสุ่มเสี่ยงที่ตั้งอยู่ในพื้นที่รับน้ำ

นายณฐชนน ชนะบูรณาศักดิ์ สส.พิษณุโลก พรรค ปชน. กล่าวว่า ขอยื่น 4 ข้อเสนอดังนี้ 1.ตรวจคุณภาพน้ำเชิงรุกอย่างเร่งด่วน 2.เร่งตรวจสอบน้ำใต้ดินและน้ำบาดาล ซึ่งเป็นแหล่งน้ำสำคัญในการอุปโภคบริโภคของชาวปราจีนบุรี 3.สุ่มตรวจน้ำตกค้างในท่อและถังเก็บน้ำตามบ้านเรือน โดยประกาศวันหยุดล่วงหน้าเพื่อให้ประชาชนและหน่วยงานร่วมกันล้างทำความสะอาดระบบประปาทั้งระบบ และ 4.จัดทำแผนฟื้นฟูความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจ ช่วยเหลือผู้ประกอบการร้านค้าต่างๆ 

ด้านนายพูนศักดิ์ จันทร์จำปี สส.บัญชีรายชื่อ พรรค ปชน. กล่าวว่า พรรค ปชน.พร้อมสนับสนุนให้ผู้ได้รับความเสียหายฟ้องเรียกค่าเสียหายจากหน่วยงานรัฐที่มีหน้าที่รับผิดชอบโดยตรงใน 5 ประเด็นหลัก ได้แก่ 1.การอนุญาตให้ตั้งหลุมฝังกลบและโรงงานรีไซเคิลในพื้นที่ลุ่มต่ำ หรือพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วม 2.การปล่อยให้โรงงานรีไซเคิลดำเนินกิจการโดยไม่มีใบอนุญาต และขาดระบบควบคุมมลพิษที่เหมาะสม

เขากล่าวว่า 3.การปล่อยปละละเลยให้มีการลักลอบทิ้งกากขยะอุตสาหกรรมซ้ำซาก โดยไม่มีการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม 4.การอนุญาตให้ผู้ประกอบการที่เคยสร้างความเสียหายต่อสิ่งแวดล้อมในจังหวัดอื่น ย้ายมาขออนุญาตประกอบกิจการแบบเดิมในพื้นที่จังหวัดใหม่ และ 5.การขาดแผนฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมที่ชัดเจน

วันเดียวกัน นายภาสกร ชัยรัตน์ ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า ได้เข้าหารือกับ พล.ต.ท.เทพสุ บวรโชติดารา เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เพื่อพิจารณาแนวทางเพิ่มความผิดด้านสิ่งแวดล้อมเป็นความผิดมูลฐาน พร้อมบูรณาการแลกเปลี่ยนข้อมูล ตรวจสอบเส้นทางการเงิน และดำเนินมาตรการยึดหรืออายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับการกระทำผิด เพื่อขับเคลื่อนการแก้ปัญหาตามข้อสั่งการของ รมว.อุตสาหกรรมให้เกิดผลเป็นรูปธรรม

ทั้งนี้ สำนักงาน ปปง.ได้เปิดเผยความคืบหน้าการจัดทำร่างแก้ไขกฎหมายป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน โดยจะเพิ่มความผิดด้านสิ่งแวดล้อมเป็นความผิดมูลฐาน ครอบคลุมกฎหมายว่าด้วยโรงงาน วัตถุอันตราย และการส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ คาดว่าจะมีผลบังคับใช้อย่างเร็วกลางปี 70 เพื่อเพิ่มเครื่องมือตรวจสอบธุรกรรมและติดตามทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับการกระทำผิด ตลอดจนขยายผลถึงผู้เกี่ยวข้องเบื้องหลัง

นายภาสกรกล่าวอีกว่า กระทรวงอุตสาหกรรมและสำนักงาน ปปง. เตรียมจัดทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) เชื่อมโยงข้อมูลเส้นทางการเงินและทรัพย์สิน บูรณาการสืบสวนสอบสวนคดีอาญาควบคู่กับมาตรการยึดและอายัดทรัพย์สิน พร้อมวางระบบส่งต่อข้อมูล สำนวนคดี และพยานหลักฐาน รวมถึงพัฒนาศักยภาพบุคลากร เพื่อให้การแก้ปัญหาครอบคลุมทั้งการตรวจโรงงาน การดำเนินคดี และการตัดวงจรผลประโยชน์ของผู้กระทำผิดด้านสิ่งแวดล้อม.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

หนูฉุนโยงเอื้อซิโนไทย

นายกฯ ควันออกหู โยงโซลาร์ภาคประชาชนเอื้อนายทุน อัดสื่อเปิดชื่อ “ซิโน-ไทย”-บริษัทใหญ่ ส่อกินรวบ

ซักฟอก7-11ธ.ค. ฝ่ายค้าน51ชม.ลากถึงตี3 จับเพจดัง/ไอซ์ดิ้นสู้อนุทิน

เคลียร์จบ 4+1! “วิป 3 ฝ่าย” เคาะวันอภิปรายไม่ไว้วางใจ 7-11 ธ.ค.นี้ รวมเวลา 72 ชม. ฝ่ายค้านจัดหนัก 51 ชม. รัฐบาลแจง 17 ชม. ประธาน 4 ชม. ช่วง 3 วัน