เลขาครป. จี้นายกฯ รับผิดชอบคดีค้ามนุษย์ แถมยังปล่อยนายทุนผูกขาดสินค้าแพง

เลขา ครป.จี้นายกฯ รับผิดชอบข่าว Al Jazeera ร้องรัฐแก้ปัญหาค่าน้ำมัน-ค่าไฟ-สินค้าราคาแพงด้วย ‘เศรษฐกิจตลาดเพื่อสังคม’ จี้ ‘วิษณุ’ เปิดสัญญาสัมปทานเอกชน ถามประยุทธ์ เป็นลูกผู้ชายแบบไหนให้คนอื่นขอโทษแทนคดีมิลลิ

24 เม.ย. 2565 – นายเมธา มาสขาว เลขาธิการคณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย (ครป.) กล่าวถึงกรณีนายกฯ สั่งการ ก.พานิชย์ เร่งกำหนดมาตรการช่วยเหลือประชาชน โดยไม่ให้กระทบกลไกตลาดว่า พล.อ.ประยุทธ์ ไม่มีไอเดียอะไรเลยที่จะแก้ปัญหาด้วยตัวเอง จึงสั่งงานแบบปลัด และไม่ได้เข้าใจระบบเศรษฐศาสตร์เพื่อแก้ไขปัญหาสังคมและความเหลื่อมล้ำ ที่รัฐจะต้องเข้าไปแทรกแซงกำกับกลไกตลาดในระบบทุนนิยมเสรี ไม่ให้เกิดการผูกขาดและสร้างความเหลื่อมล้ำมากขึ้น กลับกันเมื่อทุนผูกขาดพยายามควบรวมกันซึ่งทำลายกลไกตลาด เช่น กรณีซีพีกับเทสโกโลตัส, ทรูกับดีแทค นายกฯ กลับเพิกเฉยเงียบกริบเลือกปฏิบัติ

นายกฯ เคยพูดว่าประเทศไทยไม่ใช่สังคมนิยมประชาธิปไตยแบบในยุโรป แต่ประเทศไทยก็ไม่ควรเป็นทุนนิยมผูกขาดแบบที่จอมพลสฤษดิ์เดินหน้าฟันเฟืองทุนนิยมเสรีเต็มรูปแบบจนเกิดความเหลื่อมล้ำอันดับหนึ่งของโลกในวันนี้ ประเทศไทยต้องการระบบเศรษฐกิจตลาดเพื่อสังคม (social market economy) เที่คำนึงถึงผลประโยชน์ของประชาชนส่วนใหญ่ ไม่ใช่ทุกอย่างอยู่ภายใต้อิทธิพลของทุนผูกขาดและทุนสามานย์ อยากให้รัฐบาลไปเรียนรู้เรื่องเศรษฐกิจตลาดเพื่อสังคม ที่ปรากฎเป็นรูปธรรมในเยอรมัน และสแกนดิเนเวีย เพื่อแก้ปัญหาสินค้าราคาแพงและความเหลื่อมล้ำทางรายได้ของประชาชน

นายเมธากล่าวว่า สิ่งที่รัฐบาลควรทำอย่างเร่งด่วนก่อนยุบสภาคือ การแก้ปัญหาราคาน้ำมันและค่าไฟแพง ตอนนี้ค่าไฟแพงมากสาเหตุเป็นเพราะอะไร ปตท.เคยเป็นของรัฐตอนนี้รายได้หลายแสนล้านบาทเข้ากระเป๋าเอกชน กฟผ.เคยผลิตไฟฟ้าได้เองเพียงพอกับความต้องการ วันนี้ต้องลดพลังการผลิตของรัฐลงเพื่อประโยชน์เอกชน เพื่อซื้อไฟฟ้ากับเอกชนตามสัญญาสัมปทานที่ไม่เป็นธรรม 20 ปีกับบริษัทที่คนไทยทราบกันดี ปล่อยให้บริษัทเอกชนผลิตไฟฟ้าขายมากกว่าครึ่งหนึ่ง ถ้าไม่จริงอยากให้ นายวิษณุ เครืองาม ช่วยเปิดเผยสัญญาสัมปทานดังกล่าวให้ประชาชนเห็น ว่ามีการหมกเม็ดฉ้อฉลคนไทยอย่างไรบ้างหรือไม่ วันนี้ กฟผ.นำเงินกำไรส่งภาครัฐถึงครึ่งหนึ่งหรือเปล่า กว่าครึ่งหนึ่งนำสมทบการลงทุนโรงไฟฟ้าต่างๆ เพื่อแสวงหากำไรให้เอกชนต่อไปใช่หรือไม่

นอกจากนี้ กรณี Al Jazeera ออกมาระบุว่า พล.อ.ประยุทธ์ พล.อ.ประวัตร และพล.ต.อ.จักรทิพย์ อาจมีส่วนเกี่ยวข้องในคดีค้ามนุษย์โรฮิงญา ผมอยากเรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์ นายกรัฐมนตรี ควรจะออกมาแถลงการณ์แสดงความรับผิดชอบต่อเรื่องดังกล่าว และแก้ข้อกล่าวหานี้ต่อนานาชาติ เพราะถือเป็นภาพลักษณ์ของประเทศไทย ผู้มีอำนาจรัฐถูกกล่าวหาขนาดนี้แล้วไม่ทำอะไรเลยไม่ได้ ถ้าเป็นเกาหลี ญี่ปุ่น ต้องแสดงสปิริตลาออกทั้งคณะแล้วแล้วเปิดให้มีการสอบสวนเปิดเผย

“พล.อ.ประยุทธ์ ยังไม่เข้าใจ Soft power เรียกผิดเรียกถูกเพราะไม่ได้เรียนด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ หรือเรียนรัฐศาสตร์อย่างเข้าใจเลย จึงบังคับใช้กฎหมายแบบอำนาจนิยม ไม่สนใจความถูกต้องชอบธรรม นอกจากนี้ยังไม่ใช่ลูกผู้ชายพอ ไม่กล้าขอโทษในการส่งคนไปตั้งข้อหามิลลิ สุดท้ายกลับคำต้องขอโทษประชาชนแต่ให้นายนิโรธออกมาพูดแทน ถือว่าไม่จริงใจ กลัวเสียหน้าตลอดเวลา ต้องยกเลิกให้ตัวแทนฟ้องร้องหมิ่นประมาทประชาชนทั้งหมดและยุบคณะกรรมการตรวจสอบและดําเนินคดีแก่ผู้เผยแพร่ข้อความอันเป็นเท็จเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ของนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีผ่านโซเชียลเน็ตเวิร์ค” นายเมธา กล่าว

คดีคนรุ่นใหม่อนาคตของชาติอีกหลายคนที่พล.อ.ประยุทธ์ ควรยุติการดำเนินคดี จะได้ไม่ต้องมาขอโทษภายหลัง ไม่ว่าจะเป็นคดีทานตะวัน และกรณีการติดตามสอดแนมนักต่อสู้เพื่อสิทธิมนุษยชนหลายคนให้เป็นบุคคลเฝ้าระวังพิเศษระดับแดง รวมถึงนางสิตานัน พี่สาวของวันเฉลิม เป็นการปฏิบัติการข่าวสารเพื่อข่มขู่คุกคามประชาชน และตรวจสอบการเพิกถอนหนังสือเดินทางโดยไม่ใช่อคำสั่งศาลด้วย อายต่างประเทศเขา

นายเมธายังกล่าวว่า ปรากฎการณ์คนเล่นน้ำสงกรานต์กันทั่วประเทศนั้น แสดงว่าประชาชนไม่ฟังรัฐบาลแล้ว เพราะตระหนักว่ารัฐบาลแก้ไขปัญหาอะไรไม่ได้ ประชาชนต้องดูแลตนเองอยู่ดี จึงเกิดการท้าทายอำนาจรัฐทุกพื้นที่ อำนาจรัฐบาลเสื่อมมากแล้ว สมควรยุบสภาหรือลาออกโดยเร็วดีกว่า คนใกล้ตัวนายกฯ ก็กระทำผิดโดนศาลปลดออกและลาออกกันหมดแลว พล.อ.ประยุทธ์ควรมีความรับผิดชอบทางการเมืองและจริยธรรม โดยเฉพาะต่อกรณีการแต่งตั้งนายเสกสกลและนางจุรีพร.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ไม่ใช่ทาสแต่เป็นไท

เลขา ครป. โต้เจ้าสัว! ให้คนไทยเป็นคนใช้ดูแลบ้าน ห่วงต่างชาติถือครองแผ่นดินไทยเกินครึ่ง  เตือนอันตรายทุนจีนรุกคืบโกยผลประโยชน์กลับ

สวนดุสิตโพลเผยคนไทยจนขึ้น 54% รายได้ไม่พอรายจ่าย

สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต สำรวจความคิดเห็นของประชาชนทั่วประเทศ จำนวนทั้งสิ้น 1,067 คน ระหว่างวันที่ 3-6 ตุลาคม 2565 พบว่า ณ วันนี้รายได้ของประชาชนไม่เพียงพอกับรายจ่าย

เขย่า 3 แกน 'บิ๊กตู่' ต้นเหตุความเหลื่อมล้ำ-ยากจน ภายใต้ทุนนิยมเผด็จการ

เลขา ครป. ชี้ 3 แกนของนายกฯ เป็นต้นเหตุความเหลื่อมล้ำและความยากจนของคนไทยทั้งประเทศ เพราะบริหารแบบทุนนิยมเผด็จการ หยุดสร้างหนี้และหลอกขายฝันประชาชน