2 มิ.ย.2565 - ดร.เสรี วงษ์มณฑา นักวิชาการด้านสื่อสารมวลชนและการตลาด โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก ว่าประชาธิปไตยคือเสียงข้างมากชนะ ถ้าคนไทยส่วนใหญ่พอใจเขา ไว้ใจให้เขาบริหารบ้านเมือง คนที่ไม่ชอบเขา เพราะมองเห็นความชั่วเขา จะทำอะไรได่เล่า นอกจากทำใจ
คงมีคนหลายคนท้อใจ จนไม่อยากรับรู้อะไร ไม่ดูข่าวการเมือง ไม่วิพากษ์วิจารณ์การเมือง อะไรจะเกิดก็เกิด ตั้งหน้าตั้งตาทำงานตามหน้าที่ให้เต็มศักยภาพ
สิ่งที่เกิดขึ้น จะพอใจหรือไม่พอใจก็ต้องยอมรับ เคารพเสียงข้างมากที่เขาพอใจคนที่เขาคิดว่าจะทำให้เขาอยู่ดีมีสุข ใครจะโกงก็โกงไป ถ้าหากเอามาแบ่งปันให้ประชาชน
เขาขโมยเนื้อสันในไป แล้วโยนซี่โครงให้ พวกเขาพอใจของเขาแค่นั้น พวกที่ต้องการเห็นหลักจริยธรรมก็ต้องทำใจ เพราะเป็นส่วนน้อย คนส่วนใหญ่ต้องการแบบไหน มันก็ต้องเป็นเช่นนั้น
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ตั้งใจด่าเขา...แต่เราเสียหาย
มีคนไทยกลุ่มหนึ่งบอกว่า “ประเทศไทยขับเคลื่อนด้วยการด่า” พวกเขาจึงมีพฤติกรรม “สร้างวาทกรรมด่าคนไปทั่ว” โดยเฉพาะวาทกรรมด่ารัฐบาล เรื่องที่เขาด่านั้น จริงบ้าง เท็จบ้าง
อดีตผู้พิพากษา ถอดรหัสกม.ฮั้วสว. เหตุใดตัดสิทธิทางการเมือง จึงไม่ควรอิงมาตรฐานเดียวกับคดีอาญา
การส่งหลักฐานอันควรเชื่อได้ไปศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งเพื่อปกป้องระบบ มิใช่การทำหน้าที่เป็นศาลที่พิจารณาคดีอาญาเพื่อลงโทษตัวบุคคล
ขิงก็รา...ข่าก็แรง
คำพังเพยไทยที่บอกว่า “ขิงก็รา ข่าก็แรง” เราจะใช้พูดถึงคนที่ขัดแย้งกัน ด่ากันไปด่ากันมา แต่พิจารณาจริงๆ แล้วก็แล้วร้ายทั้งคู่ ขิงที่ขึ้นราก็ใช้ไม่ได้ ข่าที่กลิ่นแรงเกินไปก็ใช้ไม่ดี รัฐบาลก็ทำหลายอย่างที่ไม่ดี
บี้ 'อนุทิน' สร้างตำนาน! หั่นสิทธิประโยชน์เกินจำเป็น 'สส.-สว.'
นักวิชาการรุกต่อ! จี้ยกเลิกสิทธิประโยชน์เกินความจำเป็นสมาชิกรัฐสภาไทย กระทุ้ง 'อนุทิน' สร้างตำนานโชว์หั่นรายจ่ายประจำที่ฟุ่มเฟือย
ใครโง่...ใครฉลาด
สังคมไทยเป็นสังคมที่ตกอยู่ในวังวนของความแตกแยก เพราะวาทกรรมทางการเมืองของนักการเมืองที่ก่อให้เกิดจุดยืนทางการเมืองที่ต่างกัน ขอเรียกว่าจุดยืนทางการเมืองก็แล้วกันนะ ไม่ขอเรียกว่าอุดมการณ์ทางการเมือง เพราะที่แตกแยกกันอยู่ทุกวันนี้เป็นเรื่องของจุดยืนทางการเมืองที่ก่อให้เกิดกีฬาสี ที่แต่ละสีไม่อาจจะเป็นมิตรกันได้

