'ดร.เอ้' สรุป 4 ข้อ ทำไมลาดกระบัง กรุงเทพตะวันออกจมน้ำ พร้อมแนะวิธีแก้ปัญหา

8 ก.ย.2565 - ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ อดีตอธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง และอดีตผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม. โพสต์เฟซบุ๊กเรื่อง "ทำไมลาดกระบัง กรุงเทพตะวันออกจมน้ำ มีคำตอบ" มีเนื้อหาดังนี้ เช้าวันนี้ แทบไปส่งลูกที่โรงเรียนไม่ได้ ท่วมทั้งถนนจริงๆ เด็กสนุกตื่นเต้นกับน้ำท่วม แต่ผู้ใหญ่ไม่สนุก

เข้าใจ และเห็นใจ เพราะเจอกับตัวเองเหมือนชาวบ้านทุกคน แต่ชาวบ้านที่ไม่มีรถ หนักหนาสาหัส ยิ่งกว่าเราเยอะ ขอเป็นกำลังใจให้ครับ

ผมขอแสดงความคิดเห็นในฐานะชาวบ้านในพื้นที่ และวิศวกรธรณีเทคนิคคนหนึ่งว่า การแก้ปัญหาน้ำท่วมซ้ำซาก พื้นที่กรุงเทพตะวันออก ตั้งแต่คลองสาวา หนอกจอก มีนบุรี ลงมาลาดกระบัง ประเวศ เราควรทำอะไรบ้าง

1. ต้องรู้ว่าพื้นที่กรุงเทพตะวันออก เป็นพื้นที่ลุ่มต่ำระดับต่ำใกล้น้ำทะเล ฝนตกมา ก็เป็นแอ่งกะทะ น้ำท่วมได้ทันที และจะท่วมหนักขึ้นเพราะเป็นดินอ่อน ทรุดตัวง่ายมากที่สุดในกรุงเทพ ปล่อยปัญหาไว้ไม่ได้

2. ทางรอดเร่งด่วนทางเดียว คือ การระบายน้ำท่วมออกจากพื้นที่ให้เร็วที่สุด ทำไดัโดยการใช้ระบบเครือข่ายเครื่องสูบน้ำไฟฟ้า ที่มีประสิทธิภาพ ทำงานอัตโนมัติ เพราะหากเครื่องสูบน้ำไม่เพียงพอ ยังทำงานแบบรอคนมาเปิดปิด ไม่ทัน ยิ่งหากยังใช้เครื่องดีเซลอยู่ ต้องรอเติมน้ำมัน ไม่ทันการณ์

3. เส้นทางสูบน้ำท่วมออก ช่วยพื้นที่กรุงเทพตะวันออก มี 2 เส้นทางหลัก คือ 1. ทางตะวันออก ออกทางจังหวัดฉะเชิงเทรา ผ่านทางคลองพระองค์เจ้าไชยานุชิต และ 2. ทางใต้ ออกทางคลองประเวศบุรีรัมย์ มุ่งสู่สถานีสูบน้ำพระโขนง เพื่อสูบน้ำขึ้นระบายบนแม่น้ำเจ้าพระยา ที่อยู่สูงกว่า

4. เมื่อเห็นภาพตาม ข้อ 1 ถึงข้อ 3 แล้ว ความจริงคือ 1. การประสานงานระหว่างจังหวัด กทม. และฉะเชิงเทรา เป็นอุปสรรค ทำให้ไม่สามรถบริหารจัดการปัญหาน้ำท่วมร่วมกันไดัจริงๆ น้ำท่วมจึง (ไม่ค่อย) ได้ถูกระบายทางตะวันออก ซึ่งอยู่ใกล้จุดน้ำท่วมมากที่สุด มีประสิทธิภาพมากที่สุด
จึงเหลือเพียง ทางออกทางแม่น้ำเจ้าพระยา ที่อยู่ห่างไกลร่วม 30 กิโลเมตร ผ่านทางคลองประเวศฯ แต่วันนี้ ไม่ยอมให้น้ำไหลออกทางนี้มากนัก ประตูน้ำปิด เพราะตลิ่งในเขตชั้นในยังทำไม่เรียบร้อย กลังคุมระดับน้ำไม่ได้

น้ำจึงท่วมลาดกระบังสาหัสมาก เพราะไปทางไหน ไม่ได้เลย ไม่มีใครยอมช่วย ตะวันตกก็ไม่ยอม ทางใต้ก็กีดกันไม่ให้น้ำไป

สุดท้าย ลาดกระบังจมน้ำ ทั้งที่เราจะแก้ปัญหา ก็ทำได้

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

กรมอุตุฯ เตือน 27-30 ส.ค. ฝนถล่มหนักหลายพื้นที่ เสี่ยงน้ำท่วมฉับพลัน-น้ำป่า

กรมอุตุฯ คาด 7 วันข้างหน้า ไทยตอนบนฝนเพิ่มช่วง 27-30 ส.ค. ภาคตะวันออก ใต้ฝั่งตะวันตก และตะวันตกของภาคกลาง เจอฝนหนักถึงหนั

อุตุฯ เตือนฝนฟ้าคะนอง 33 จังหวัด อัปเดตพายุโซนร้อน 'นาร์รา'

กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้าว่า ประเทศไทยมีฝนฟ้าคะนอง และมีฝนตกหนักบางพื้นที่บริเวณภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก เนื่องจากร่องมรสุมพาดผ่านตอนบนของภาคเหนือ

'สุชาติ' สั่งกรมป่าไม้ลุยปฏิรูปพื้นที่สูง หลังพบเขาหัวโล้นต้นน้ำปัว ย้ำทำกินได้ต้องรักษาป่า-เร่งทำความเข้าใจชาวบ้าน ยึดกติกาเข้ม

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า ได้รับรายงานจากนายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ภายหลังขึ้นเฮลิคอปเตอร์สำรวจพื้นที่ต้นน้ำ อำเภอปัว จังหวัดน่าน ซึ่งได้รับผลกระทบจากฝนตกหนัก ดินสไลด์ และถนนถูกตัดขาด จนประชาชนหลายหมู่บ้านได้รับความเดือดร้อนและต้องใช้เฮลิคอปเตอร์ลำเลียงเสบียงเข้าไปช่วยเหลือ

'วันวิชิต' ชี้ รัฐบาล-มหาดไทย-ปภ. วางระบบรับมือน้ำท่วมเห็นผล วิกฤตน่านจบเร็ว ไม่ชุลมุน ชี้บทเรียนหนักในอดีต ได้รับการปรับใช้แล้ว

“วันวิชิต” ชื่นชมรัฐบาล-มหาดไทย-ปภ. ถอดบทเรียนวิกฤตในอดีต รับมือน้ำท่วมน่านมีประสิทธิภาพ มองรัฐบาล “อนุทิน” วางระบบและปรับแก้มาตลอด หลังเผชิญบททดสอบน้ำท่วมใหญ่หลายครั้ง เริ่มออกดอกผล เห็นชัดทั้งการเตรียมพร้อม ซ้อมแผน แจ้งเตือน อพยพ และประสานงานในพื้นที่ ชี้ฝนตกหนัก-น้ำหลากห้ามไม่ได้ แต่รัฐทำให้ไม่ชุลมุนและลดความสูญเสียได้ จากนี้ต้องปิดงานให้ครบวงจร เร่งฟื้นฟู-เยียวยาประชาชนหลังน้ำลด

'รมว.สุชาติ' ย้ำ ทส. ไปให้ถึง แม้พื้นที่ห่างไกล ส่ง 2 เฮลิคอปเตอร์บิน 6 เที่ยว นำถุงพระราชทาน-ถุงยังชีพช่วยชาวบ้านบ้านห้วยปูด

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยถึงภารกิจช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่จังหวัดน่าน

พิษณุโลกอ่วม! ท่วม 150 ครัวเรือน ผู้ว่าฯ ลงพื้นที่เยียวยา

ผู้ว่าฯ พิษณุโลก ลงพื้นที่เนินมะปราง ติดตามสถานการณ์น้ำคลองชมพู มีประชาชนได้รับผลกระทบ 150 ครัวเรือน พร้อมกำชับเร่งช่วยเหลือประชาชนและกลุ่มเปราะบาง