
26 ก.ย.2565-รศ.หริรักษ์ สูตะบุตร อดีตรองอธิการบดีฝ่ายบริหารบุคคล มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว Harirak Sutabutr ระบุว่า แม้จะเป็นที่พิสูจน์อย่างไม่ต้องสงสัยแล้วว่า ขบวนการล้มล้างสถาบันพระมหากษัตริย์ ยากที่จะประสบผลสำเร็จได้ในระยะเวลาอย่างน้อยก็อีก 10 ปีจากนี้ไป ที่อ้างกันว่า ประชาชนนั้น ความจริงมีเพียงส่วนน้อยเท่านั้นที่จะเอาด้วย แต่ในทางการต่อสู้ก็จำเป็นต้องเลี้ยงกระแสไว้ ไม่อาจปล่อยให้เงียบหายไปได้
ด้วยเหตุนี้ เราจึงเห็นขบวนการนี้พยายามใช้ทุกโอกาสที่จะโจมตี กัดเซาะสถาบันพระมหากษัตริย์อย่างต่อเนื่อง เป้าหมายคือทำให้สถาบันพระมหากษัตริย์เสื่อมความนิยม และหมดความสำคัญในความรู้สึกของคนรุ่นใหม่ๆ ยิ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 10 ทรงมีจุดบางจุดที่ใช้โจมตีได้ ยิ่งพยายามสร้างเรื่องเท็จให้เด็กรุ่นใหม่ยิ่งเกลียดชังสถาบัน ข้อมูลจากฝ่ายตำรวจที่พูดคุยกับเด็กเยาวชนที่ถูกจับระหว่างการประท้วงป่วนเมือง พบว่าพวกเขาล้วนได้รับข้อมูลที่เป็นเท็จเกี่ยวกับพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 10
กรณีสมเด็จพระราชินีนาถ เอลิซาเบธที่ 2 เสด็จสวรรคต ที่พระราชพิธีพระบรมศพเพิ่งผ่านพ้นไป ก็เป็นอีกโอกาสของขบวนการล้มล้าง เราจึงได้เห็นคนกลุ่มนี้ออกมาเคลื่อนไหวกันอย่างเนื่องแน่น ตั้งแต่เรื่อง ทำไมเราจึงไม่ได้รับเชิญ บ้างก็ว่าได้รับเชิญแต่ไม่เสด็จ ซึ่งข้อเท็จจริงเรายังไม่ทราบ และก็ไม่มีการแถลงจากกระทรวงต่างประเทศแต่อย่างใด แต่ขบวนการนี้ก็สร้างเรื่องต่างๆนาๆไปก่อนแล้ว
อย่างไรก็ดี ที่มีคนแชร์กันมากนอกจากเรื่องดังกล่าว ก็คือพระราชดำรัสของสมเด็จพระราชินีนาถ เอลิซาเบ็ธที่ 2 ที่ทรงแสดงในโอกาสต่างๆในอดีต ซึ่งวอชิงตันโพสต์นำมาเผยแพร่ ซึ่งมีความตอนหนึ่งว่า “Criticism is good for people and institutions that are part of public life,” …. ” No institution – city, monarchy, whatever – should expect to be free from scrutiny of those who give their loyalty and support, not to mention those who don’t.”
พระองค์ตรัสด้วยว่า “But we are all part of the same fabric of our national society, and that scrutiny, by one part of another, can be just as effective if it is made with a touch of gentleness, good humor and understanding” ถอดความเป็นภาษาไทยได้ว่า “การถูกวิพากษ์วิจารณ์เป็นสิ่งที่ดีสำหรับคนหรือสถาบันที่เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตสาธารณะ”
“ไม่มีสถาบัน – เมือง สถาบันพระมหากษัตริย์ หรืออะไรก็ตาม ควรที่จะคาดว่าตัวเองจะปลอดจากการถูกตรวจสอบโดยผู้ที่สนับสนุนและมีความภักดี ยิ่งไม่ต้องพูดถึงคนอื่นๆที่ไม่มีความภักดี”
“แต่เราทุกคนเปรียบเสมือนเป็นเส้นใยเส้นหนึ่งของผ้าชิ้นเดียวกัน นั่นคืออยู่ในสังคมเดียวกัน การตรวจสอบโดยใครก็ตาม สามารถมีประสิทธิผลได้เหมือนกัน หากทำด้วยความอ่อนโยน ด้วยความปรารถนาดี และด้วยความเข้าใจที่ดี”
คนที่นำพระราชดำรัสที่เผยแพร่อยู่ในวอชิงตันโพสต์ คงอยากให้คนอ่านเฉพาะย่อหน้าแรกและย่อหน้าที่ 2 ไม่อยากให้อ่านย่อหน้าที่ 3 เพราะคนแชร์ในประเทศไทยจงใจตัดตอนมาให้อ่านเพียงเท่านั้น หากต้องการอ่านทั้งหมดต้องเข้าไปดูฉบับเต็ม แต่คาดว่าน้อยคนที่จะเข้าไปอ่านฉบับเต็ม ยิ่งคนที่มีอคติต่อสถาบันพระมหากษัตริย์อยู่แล้วก็ยิ่งรีบแชร์โดยไม่อ่านทั้งหมด
ขอถามว่า ขบวนการที่พยายามล้มสถาบันพระมหากษัตริย์ พยายามให้มีการตรวจสอบสถาบันพระมหากษัตริย์ ทั้งที่สำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ไม่ได้ใช้เงินงบประมาณแผ่นดินที่มาจากภาษีของประชาชนแม้แต่บาทเดียว กิจกรรมต่างฯ ป้ายต่างๆ และการปราศรัยต่างๆในม็อบ เคยทำด้วยความอ่อนโยน ด้วยความปรารถนาดี และด้วยความเข้าใจที่ดีหรือไม่ มีแต่อ้างว่าทำด้วยความหวังดี แต่พฤติกรรมต่างๆที่แสดงออกทั้งหมดกลับใช้ความรุนแรง หมิ่นพระเกียรติ เย้นหยัน ล้อเลียน และย่ำยีสถาบันพระมหากษัตริย์กันอย่างสนุกสนาน เมื่อถูกดำเนินคดี ก็ก่อม็อบเรียกร้องให้ “ปล่อยเพื่อนเรา”ไม่ใช่แต่ม็อบ ส.ส.ของพรรคการเมืองพรรคหนึ่งก็ยังไปยกป้ายเช่นนี้ในสภา
อย่าลืมว่าประเทศไทยไม่ใช่ประเทศอังกฤษ คนไทยส่วนใหญ่ยังให้ความเคารพและให้ความสำคัญต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ และยังยึดถือขนบธรรมเนียมประเพณีไทยในเรื่องเกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์อยู่ พวกคุณจะรีบร้อนกันไปไหน เพราะอะไรที่ทำให้พวกคุณรอไม่ได้ อะไรที่ทำให้รอไม่ได้คิดว่า พวกคุณก็คงรู้อยู่แก่ใจ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'นักวิชาการ' จับตาอาจมีผู้ที่มีขีดความสามารถสูงกว่า 'บีอาร์เอ็น' ไม่ต้องการให้เกิดความสงบ
'อ.หริรักษ์' สงสัย กลุ่มก่อการร้าย หากเป็น'บีอาร์เอ็น'เท่ากับเปิดศึกกับฝ่ายความมั่นคงไทยและไม่ต้องเจรจากันอย่างสันติ เผยวงในลึกๆบอกว่า เป็นคนที่ถูก recruit จากจังหวัดอื่น ได้รับการฝึกและวางแผนมาเป็นอย่างดี อาจมีใครที่มีขีดความสามารถสูงกว่า บีอาร์เอ็น มาเลเซีย และกองทัพไทย ไม่ต้องการให้เกิดความสงบก็ได้
'ดร.เอนก' แพร่บทความ 'สนธิระบบอุปถัมภ์แบบไทย เข้ากับคุณธรรมและนวัตกรรมสมัยใหม่'
ศ.ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ ภาคีราชบัณฑิต อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เผยแพร่บทความเรื่อง "สนธิระบบอุปถัมภ์แบบไทยเข้ากับคุณธรรมและนวัตกรรมสมัยใหม่"
สถาบันพระมหากษัตริย์ ช่วยสร้างซอฟต์พาวเวอร์ ทำให้ 'วัฒนธรรมไทย' มีสถานะบนเวทีโลก
นายอัษฎางค์ ยมนาค นักวิชาการอิสระ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า "สถาบันพระมหากษัตริย์มีไว้ทำไม?" สถาบันพระมหากษัตริย์ช่วยสร้าง Soft power ในแบบที่ทำให้วัฒนธรรมไทยมีสถานะบนเวทีโลก
'ดร.เอนก' แพร่บทความ 'บ้านเมืองเราในรอบ 94 ปี : ยิ่งเปลี่ยนก็ยิ่งเหมือนเดิม'
ศ.ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ ภาคีราชบัณฑิต และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เผยแพร่บทความเรื่อง "บ้านเมืองเราในรอบ 94 ปี : ยิ่งเปลี่ยนก็ยิ่งเหมือนเดิม" มีเนื้อหาดังนี้
'ดร.เอนก' แพร่บทความ ประชาธิปไตยกับราชาธิปไตย : ความย้อนแย้งในการเมืองไทย
ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ ภาคีราชบัณฑิต และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เผยแพร่ บทความเรื่อง ประชาธิปไตยกับราชาธิปไตย: ความย้อนแย้งในการเมืองไทย มีเนื้อหาดังนี้
'หริรักษ์' แนะจับตา 'อสส.' ยื่นอุธรณ์คดี 'ธนาธร' ผิดม.112 ปมวัคซีนพระราชทานหรือไม่ หลังศาลอาญายกฟ้อง
จากนี้ไปภาระหนักจะไปตกอยู่ที่อัยการเจ้าของคดีและสำนักงานอัยการสูงสุด เพราะจะต้องตัดสินใจว่าจะยื่นอุทธรณ์หรือไม่ แต่เมื่อดูจากข้อเท็จจริงทั้งหมดแล้ว อัยการไม่ยื่นอุทธรณ์คงไม่ได้

