'ดร.เสรี'ชำแหละวาทกรรมสามนิ้ว 'ล้มล้าง' ภายใต้การใช้วาทกรรมว่า'ปฏิรูป'

'ดร.เสรี'ชี้ข้อความที่อ้างว่าเป็นการปฏิรูปนั้น ลองดูว่าข้อความทั้ง 10 ข้อมันคือ การทำให้ดีขึ้น ตามความหมายของคำว่า ปฏิรูป หรือเปล่า แต่ละข้อนั้นสะท้อนชัดเจนว่าต้องการ ลิดรอน พระราชฐานะ และพระราชอำนาจ

11 พ.ย.2564-ดร.เสรี วงษ์มณฑา ผู้ร่วมก่อตั้งสถาบันทิศทางไทย บรรณาธิการบริหาร เพื่อวางกลยุทธ์สื่อสาร ศบค. โพสต์เฟซบุ๊กว่า อย่าเล่นคำเลยค่ะ ถ้ายึดที่คำตามตัวอักษร มันก็จริงว่า "ปฏิรูป" ไม่เท่ากับ "ล้มล้าง" เพราะสองคำนี้ความหมายไม่เหมือนกันแน่ๆ แต่ถ้าเราดูที่พฤติกรรม มันคือการ "ล้มล้าง" ภายใต้การใช้วาทกรรมว่า "ปฏิรูป"

ข้อความที่อ้างว่าเป็นการปฏิรูปนั้น ลองดูสิว่าข้อความทั้ง 10 ข้อนั้นมันคือ "การทำให้ดีขึ้น" ตามความหมายของคำว่า "ปฏิรูป" หรือเปล่าล่ะ แต่ละข้อนั้นสะท้อนชัดเจนว่าต้องการ "ลิดรอน" พระราชฐานะ และพระราชอำนาจ
บนเวทีที่ปราศรัยก็บอกว่า "ไม่ต้องการปฏิรูป" แต่ต้องการ "ปฏิวัติ"

คำว่า "ปฏิวัติ" แปลว่า "การเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครอง" ดังนั้นเมื่อบอกว่าต้องการ "ปฏิวัติ" มันก็ต้องแปลว่าต้องการเปลี่ยนระบอบการปกครองอย่างชัดๆ จะสร้างวาทกรรมโฆษณาชวนเชื่อทำไม

การดูหมิ่น การแสดงท่าทีอาฆาตมาดร้าย การใช้ความเท็จกล่าวหาพระมหากษัตริย์ในการปราศรัย การเขียนป้ายถากถาง การเผาพระบรมฉายาลักษณ์ ไม่ใช่การ "ปฏิรูป" อย่างแน่นอน

ชอบอ้างว่าต้องฟังเสียง "ประชาชน" ซึ่งหมายถึงพวกของตนแค่หยิบมือ แล้วคนที่เขาต้องการดำรงรักษาสถาบันพระมหากษัตริย์ที่มีมากกว่า พวกเขาไม่ใช่ประชาชนหรือ

ศาลท่านพิจารณาอย่างรอบคอบ ดูพฤติกรรมของผู้ถูกร้องอย่างละเอียด และท่านคำนึงถึงความรู้สึกของประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศที่ถูกผู้ถูกร้องและพรรคพวกละเมิดสิทธิ์

การกระทำที่เป็นขบวนการและทำอย่างต่อเนื่องเช่นนี้ มันยังมีคนที่เกี่ยวข้องร่วมขบวนการอีกมากมาย เราต้องตามดูว่าพวกเขาทั้งหลายจะต้องคดีอาญาอะไรบ้าง

อย่าใช้วาทกรรม "นิติสงคราม" ของรัฐบาลอีกนะ กรณีนี้ประชาชนที่ทำหน้าที่พลเมืองตามมาตรา 50 เป็นคนร้อง ไม่ใช่การดำเนินการของรัฐบาลนะ อย่าบิดเบือนอีกล่ะ

วาทกรรมของคนบางคนที่ไม่ยอมขึ้นเวทีปราศรัย แต่ให้สัมภาษณ์แสดงการกล่าวหาด้วยข้อความที่เป็นเท็จ เป็นการให้ร้ายที่จงใจทำลายล้มล้าง ไปตามดูได้ว่าพวกเขาพูดอะไรไว้บ้าง.

.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตั้งใจด่าเขา...แต่เราเสียหาย

มีคนไทยกลุ่มหนึ่งบอกว่า “ประเทศไทยขับเคลื่อนด้วยการด่า” พวกเขาจึงมีพฤติกรรม “สร้างวาทกรรมด่าคนไปทั่ว” โดยเฉพาะวาทกรรมด่ารัฐบาล เรื่องที่เขาด่านั้น จริงบ้าง เท็จบ้าง

'ดร.เอนก' แพร่บทความ 'สนธิระบบอุปถัมภ์แบบไทย เข้ากับคุณธรรมและนวัตกรรมสมัยใหม่'

ศ.ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ ภาคีราชบัณฑิต อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เผยแพร่บทความเรื่อง "สนธิระบบอุปถัมภ์แบบไทยเข้ากับคุณธรรมและนวัตกรรมสมัยใหม่"

ขิงก็รา...ข่าก็แรง

คำพังเพยไทยที่บอกว่า “ขิงก็รา ข่าก็แรง” เราจะใช้พูดถึงคนที่ขัดแย้งกัน ด่ากันไปด่ากันมา แต่พิจารณาจริงๆ แล้วก็แล้วร้ายทั้งคู่ ขิงที่ขึ้นราก็ใช้ไม่ได้ ข่าที่กลิ่นแรงเกินไปก็ใช้ไม่ดี รัฐบาลก็ทำหลายอย่างที่ไม่ดี

ใครโง่...ใครฉลาด

สังคมไทยเป็นสังคมที่ตกอยู่ในวังวนของความแตกแยก เพราะวาทกรรมทางการเมืองของนักการเมืองที่ก่อให้เกิดจุดยืนทางการเมืองที่ต่างกัน ขอเรียกว่าจุดยืนทางการเมืองก็แล้วกันนะ ไม่ขอเรียกว่าอุดมการณ์ทางการเมือง เพราะที่แตกแยกกันอยู่ทุกวันนี้เป็นเรื่องของจุดยืนทางการเมืองที่ก่อให้เกิดกีฬาสี ที่แต่ละสีไม่อาจจะเป็นมิตรกันได้

สถาบันพระมหากษัตริย์ ช่วยสร้างซอฟต์พาวเวอร์ ทำให้ 'วัฒนธรรมไทย' มีสถานะบนเวทีโลก

นายอัษฎางค์ ยมนาค นักวิชาการอิสระ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า "สถาบันพระมหากษัตริย์มีไว้ทำไม?" สถาบันพระมหากษัตริย์ช่วยสร้าง Soft power ในแบบที่ทำให้วัฒนธรรมไทยมีสถานะบนเวทีโลก

ค้านด้วยเหตุด้วยผล...ย่อมดลให้เกิดประโยชน์

ในสังคมประชาธิปไตยโดยทั่วไป ก็จะมีฝ่ายรัฐบาลทำหน้าที่บริหารประเทศด้วยนโยบายที่แถลงไว้กับสภาผู้แทนราษฎร และจะทำโครงการต่างๆ เพื่อทำตามสัญญาที่หาเสียงไว้ ในขณะเดียวกันก็จะมีฝ่ายค้านทำหน้าที่ตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล