'อ.วรัชญ์' ชำแหละคำชี้แจง 'ไทยพีบีเอส' กรณีนำเสนอข่าวปลากุเลาเค็มตากใบ เหมือนการต่อต้านการไม่ยอมรับและยังถือว่าตนเองทำในสิ่งที่ถูกต้อง อ่านแล้วยิ่งมีคำถามมากกว่าเดิม ยันอาจจะร้องเรียน กสทช. อีกช่องทาง
16 พ.ย.2565 - ผศ.ดร.วรัชญ์ ครุจิต รองคณบดีฝ่ายวางแผนและพัฒนา คณะนิเทศศาสตร์และนวัตกรรมการจัดการ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก ภายหลังสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส ชี้แจงกรณีการนำเสนอข่าว "ปลากุเลาเค็มตากใบ" ว่า
1. ผมอ่านคำชี้แจงนี้จนจบแล้วก็สะดุดอยู่กับหลายตอน โดยเฉพาะข้อสุดท้าย
"ไทยพีบีเอสขอยืนยันเจตนารมณ์ในฐานะสื่อสาธารณะในการรายงานข่าวและนำเสนอข้อมูลอย่างถูกต้องรอบด้าน เป็นธรรม และให้ความสำคัญกับการประชุมเอเปค ซึ่งมีความสำคัญต่อประเทศไทยเป็นอย่างยิ่ง เช่นเดียวกับการสะท้อนความรู้สึก ความคิดเห็นของประชาชนทุกระดับ"
การทิ้งท้ายด้วยประโยคนี้ มันให้ความรู้สึกเหมือนการต่อต้าน การไม่ยอมรับ และยังถือว่าตนเองทำในสิ่งที่ถูกต้องแล้ว ซึ่งมันทำให้การขออภัยในข้อก่อนหน้านั้นลดความหมายลงไปมาก (อย่างน้อยในความรู้สึกผมนะครับ)
อย่าลืมหลักการของทฤษฎี Symbolic Interactionism นะครับ "คำพูดคน สะท้อนความคิด"
2. การสะท้อนความรู้สึกของประชาชน เป็นสิ่งที่ดี ไม่มีใครว่าอะไรหรอกครับ ถ้าทำอย่างรอบด้าน ถ้าไม่ได้เป็นการบิดเบือนข้อเท็จจริง ถ้าไม่ใช่ความคิดเห็นที่เกิดจากความเข้าใจผิด
3. แล้วปัญหาหลักของข่าวนี้ ก็ไม่ใช่การสะท้อนความคิดเห็นของประชาชน แต่เป็นการใช้ข้อความที่ชี้นำให้ประชาชนเข้าใจผิด การฟันธงว่า "ไม่ได้มาจากตากใบจริง" หรือ "จับโป๊ะ" ที่หมายถึงการโกหกของรัฐบาล / เชฟ
4. อีกข้อหนึ่งที่ผมติดใจอยู่พอสมควรก็คือ ข้อ 1 ที่ระบุว่า "ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ อ.ตากใบ ด้วยความตั้งใจที่จะนำเสนอความภาคภูมิใจของชาวตากใบ" ซึ่งเป็นสิ่งที่ดีมาก แต่เนื้อหานี้อยู่ตรงไหนในรายงานข่าวครับ? คำตอบคือไม่มี ในข่าวมีแต่เสียงบ่น การกล่าวหาว่าไม่ใช่ปลากุเลาตากใบ ถ้าข่าวนี้อยากนำเสนอความภาคภูมิใจจริง ต้องมีเนื้อหาที่แสดงถึงความเลื่องชื่อในรสชาติ หรือความโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์จนได้รับ GI แล้วค่อยจบด้วยคำถามว่า ต้องติดตามดูว่าจริงหรือไม่ ก็ยังพอได้ แต่เนื้อหาทั้งหมดคือการโจมตี จึงยากที่จะเชื่อได้ว่ามีความตั้งใจนำเสนอความภูมิใจของชาวตากใบ หรือว่าพอเห็นประเด็นใหม่ก็เปลี่ยนทันที?
5. แล้วเมื่อได้รับข้อมูลแล้ว ที่บอกว่าได้นำเสนอข้อมูลที่ถูกต้องแล้ว (ซึ่งก็เป็นการนำเสนอข้อมูลถูกต้องที่เน้นไปที่ข้อมูลที่ผิดมากกว่าถูก) (ดูคลิปที่คอมเมนท์แรก) แต่ข่าวที่ผิดพลาดก็ยังคงอยู่ จนผมมาเขียนโพสต์ตอนประมาณ 5 ทุ่ม ถึงได้เอาออก
จริงๆไทยพีบีเอส แค่ขอโทษในความผิดพลาดของตัวเอง (ข้อ 5-6) ก็พอแล้ว แต่นี่ต้องเกริ่นที่มา และพาดพิงความผิดของผู้อื่น (ผู้ประกอบการที่เข้าใจผิด และหน่วยงานรัฐที่ลงรูปผิด) ก็เลยทำให้ตนเองเข้าใจผิด ซึ่งก็เหมือนเป็นการย้ำความผิดตัวเองที่ไม่ตรวจสอบข้อมูลก่อนลงข่าว
ซึ่งตามคำชี้แจงของไทยพีบีเอสครั้งนี้ ทำให้ผมเพิ่งรู้ว่า ข่าวที่ผิดพลาดนี้ ได้นำไปออกอากาศในข่าวค่ำด้วย (คำชี้แจงข้อ 3) ก็แสดงว่า ไม่ใช่เพียงแค่ข่าวออนไลน์ ที่บก.และระบบตรวจสอบข้อมูล หายไปไหนไม่ทราบ แต่ข่าวค่ำก็ไม่มีการตรวจสอบข้อมูลอีกชั้นหนึ่งเช่นกัน เอาข้อมูลเดียวกันมาออกอากาศได้เลย (ซึ่งผมอาจจะร้องเรียน กสทช. อีกช่องทางด้วย)
ผมไม่ทราบว่าใครเป็นคนเขียนคำชี้แจงนี้ แต่กลายเป็นว่าผมอ่านแล้วยิ่งมีคำถามมากกว่าเดิม รวมถึงคำถามที่ยังไม่ได้รับคำตอบว่า "ไทยพีบีเอสจะรับผิดชอบอย่างไร?"
https://www.thaipbs.or.th/news/content/321541
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'นักวิชาการสื่อ' ชำแหละ อินฟลูฯเล่าข่าว-ดาราพิธีกรเล่าข่าว แต่ใช้ ข่าวคนอื่น ทำกันมานานแล้ว
ดร.นันท์วิสิทธิ์ ตั้งแสงประทีป (นิพนธ์) อาจารย์ประจำคณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ และสื่อมวลชนอิสระ โพสต์ข้อความ ว่า อินฟลูฯเล่าข่าว-ดาราพิธีกรเล่าข่าวแต่ใช้ข่าวคนอื่นทำกันมานานแล้ว?
'โรม' ติงรัฐปราบสแกมเมอร์ 'ลดเสา-ตัดเน็ต' แก้ปัญหาผิดจุด ทำคนชายแดนเดือดร้อนหนัก
นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน อดีตประธานคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศ สภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ชาวบ้านในพื้นที่ชายแดนถูกลดเสาสัญญาณตามมาตรการรัฐ ทำให้ไม่สามารถใช้โทรศัพท์ได้ จะมีวิธีการที่จะให้ทางรัฐแก้ไขอย่างไร
กสทช. เตรียมพักใบอนุญาตบริษัทส่งสัญญาณอินเทอร์เน็ตไปเขมร
ตามที่องค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน ส่งจดหมายไปยัง กสทช. เมื่อวันที่ 24 ม.ค.69 เพื่อขอให้เร่งเพิกถอนใบอนุญาตบริษัทเอกชนเจ้าใหญ่ของไทยที่ลักลอบส่งสัญญาณอินเทอร์เน็ตให้ประเทศกัมพูชา
'วิโรจน์' จี้ถาม 'ธปท.-กสทช.' ถ้า ปชช.ดนสแกมเมอร์หลอก จะไปขอหน่วยงานไหนรับเรื่อง
วิโรจน์ บอกมาตรา 8/10 พ.ร.ก.ไซเบอร์ ฉบับที่ 2 กำหนดให้ธนาคาร และเครือข่ายมือถือร่วมรับผิดชอบ
NT ร่วมกับ กรุงเทพมหานคร และ กสทช. เปิดบริการ ‘สายด่วน 1818’
บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือ NT ร่วมกับ กรุงเทพมหานคร และสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดให้บริการ หมายเลขโทรศัพท์สายด่วน “1818” เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชน

