ดร.เสรี จี้ใช้กฎหมายเด็ดขาด จัดการม็อบ 'หยุดเอเปก' รับงานเซาะกร่อนประเทศไทย

17 พ.ย.2565 - ดร.เสรี วงษ์มณฑา นักวิชาการด้านการตลาดและการสื่อสาร โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กว่า "พวกมันทำไมจึงได้ชั่วช้าสามานย์ได้ขนาดนี้จึงออกมาชุมนุม "หยุด APEC" เขาให้ชุมนุมที่ลานคนเมือง ก็ยังประกาศกร้าวที่จะเดินทางไปชุมนุมที่ศูนย์การประชุมสิริกิติ์

อ้างว่าจะไป หยุด APEC เพื่อปกป้องทรัพยากรของชาติ โดยไม่มีข้อมูลเชิงประจักษ์ว่าเรากำลังทำลายทรัพยากรของประเทศชาติอย่างไรในการจัดประชุม APEC

แล้วยังบอกอีกว่าจะไปปลดปล่อยประชาชนที่ถูกกดขี่ กดทับ ทั้งๆที่พวกเขาใช้เสรีภาพได้เต็มที่ถ้าหากไม่ทำผิดกฎหมาย แต่พฤติกรรมของพวกเขาทำผิดกฎหมาย ทั้งมาตรา 112 และ 116

แกนนำทั้งหลายก็คือคนที่โดนคดี 112 และ 116 เป็นคนที่โดนคดี และอยู่ในช่วงประกันตัว แต่ก็ยังออกมาป่วนประเทศชาติด้วยความเท็จแบบไม่เกรงกลัวกฎหมาย

มุ่งโจมตีสถาบันพระมหากษัตริย์ นายกรัฐมนตรี และประเทศจีน ด้วยข้อความที่เป็นเท็จ เป็นการทำลายภาพลักษณ์ของประเทศ เหมือนไม่ต้องการให้การประชุม APEC สร้างประโยชน์ให้ประเทศ

ในขณะที่ประเทศไทยจะได้ประโยชน์มากมายจากการประชุมครั้งนี้ กลับตั้งคำถามโง่ๆว่าเราได้อะไรจากการจัดประชุม หรือกล่าวหาว่าเป็นประโยชน์กับเจ้าสัวเพียงหยิบมือ

เราไม่เชื่อว่าคนพวกนี้ออกมาด้วยอุดมการณ์ แต่น่าจะรับงานมาจากกลุ่มคนที่ต้องการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยไปในทางที่คนส่วนใหญ่ไม่ต้องการ และคนที่ต้องการเปลี่ยนขั้วอำนาจ

เราจะปล่อยให้สถานการณ์เป็นอย่างนี้ต่อไปไม่ได้แล้ว เราจะต้องบังคับใช้กฎหมายให้มีความเด็ดขาดมากกว่านี้ จะปล่อยให้คนพวกนี้เหิมเกริมแบบนี้ไม่ได้แล้ว

พวกมันกำลังเซาะกร่อนประเทศไทยอย่างเลวร้ายที่สุดแล้ว มันทำตัวเหมือนไม่ใช่คนไทย มีพฤติกรรมทำลายชาติเพื่อผลประโยชน์ของตนและผู้สนับสนุน

ต้องหยุดขบวนการของพวกมันด้วยการใช้กฎหมายให้เข้มกว่านี้ค่ะ"

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ของใหม่ไม่ได้ดีเสมอไป

ในความทันสมัย เราจะเห็นภาษาอังกฤษว่า “neo” ที่แปลว่าใหม่ และภาษาไทย เราก็จะเจอคำว่า “นว” (อ่านว่า “นะวะ” ซึ่งก็แปลว่าใหม่เหมือนกัน นอกจากนี้ในวิชาการจัดการที่จะต้องสอนเรื่องการวาง

คิดจะฟ้องไทย...ไงกลายเป็นหมาหัวเน่า

สันดานโจร สันดานคนโกหก กล่าวหาไทยด้วยข้อความเป็นเท็จ พูดจาด้วยท่าทีที่รุนแรง หวังที่จะฟ้องประชาคมโลกให้ช่วยรุมประณามไทย ดรามาว่าข้อพิพาทระหว่างเขากับเราในเวลานี้ ไทยเราเป็นคนเริ่มต้น ไทยเราเป็นผู้ใหญ่รังแกเด็กอย่างไร้มนุษยธรรม ดรามาทำตัวเป็นผู้ถูกกระทำที่น่าสงสาร ใช้คนแก่

แสนคนด่า...แต่ว่าล้านคนรัก

เมื่อนักการเมืองคนหนึ่งทำตัวชั่วร้ายแบบมีหลักฐานเชิงประจักษ์ชัดเจนจนกลายเป็นคดีความและผ่านการไต่สวนของศาล จนถูกตัดสินว่ามีความผิดจริงต้องติดคุกติดตาราง แต่เขาก็ใช้อำนาจทางการเมืองและทางการเงินเอาชนะกระบวนการยุติธรรมของไทย ทำให้กฎหมายไม่ศักดิ์สิทธิ์ ทำให้คำตัดสินของศาลไร้ความหมาย ประชาชนผู้รักความยุติธรรม

วิกฤตในคราวนี้...สามัคคีคือพลัง

ด้วยความรักและความห่วงใยบ้านเมือง เมื่อเราติดตามสถานการณ์ของบ้านเมืองเรา ก็จะเห็นว่าบ้านเมืองเรากำลังเผชิญกับวิกฤตทั้งศึกนอกและศึกในที่พวกเราต้องสามัคคีและร่วมมือกันในการฝ่าวิกฤตครั้งนี้

ใครทำให้เสือกลายเป็นแมวขี้เซา

ตอนเด็กๆ จำได้ว่าคุณครูบอกว่าประเทศไทยเป็น 1 ในเสือ 3 ตัวของ ASEAN ร่วมกับสิงคโปร์และมาเลเซีย บัดนี้ 2 ประเทศนั้นก็ยังคงเป็นเสือ มีความเจริญก้าวหน้าเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

กว่าจะรู้ตัวก็เกือบจะสาย

จำได้ว่าเมื่อจบปริญญาตรีน้ำหนักตัว 49 กิโลกรัม เอว 22 รู้สึกว่าตัวเองผอมเกร็ง ไปเรียนต่อปริญญาโทที่อเมริกาครั้งแรก กลับมาน้ำหนักตัว 55 กิโลกรัม ก็รู้สึกว่าดูดีขึ้นไม่อ้วนไม่ผอม สอนอยู่ 2 ปี