1 ก.ค.2566 - ดร.เสรี วงษ์มณฑา นักวิชาการด้านการตลาดและการสื่อสาร โพสต์เฟซบุ๊กว่า คำก็ฝ่ายประชาธิปไตย 2 คำก็ฝ่ายประชาธิปไตย แล้วอีกฝ่ายไม่ใช่ประชาธิปไตยตรงไหน ก็ผ่านการเลือกตั้งมาในครั้งเดียวกัน กติกาเดียวกัน
แล้วแบบนี้อีกฝ่ายไม่เป็นประชาธิปไตยตรงไหนมิทราบ
มันเป็นวาทกรรมแบบแผ่นเสียงตกร่องที่ไม่ตรงความจริง
คำก็เพื่อประชาชน สองคำก็เพื่อประชาชน มันไม่ใช่เป้าหมายทางการเมืองของพวกคุณหรอกหรือที่ต้องการเปลี่ยนประเทศไทย
คุณคิดว่าที่คนเขาเลือกคุณนั้น เขาเห็นด้วยกับการแก้ไขมาตรา 112 กระนั้นหรือ มันคงมีบ้าง แต่ไม่ใช่ 14 ล้านแน่นอน เพราะมันมีเหตุผลอื่น
เขาอยากได้สวัสดิการที่พวกคุณไปหลอกเขาว่าจะได้ทันทีบ้าง ภายใน 100 วันบ้าง และแล้วคุณก็ทำไม่ได้ตามที่หาเสียงไว้
บางคนก็อยากได้ค่าแรง 450 แล้วคุณก็ให้ไม่ได้
บางคนไม่อยากให้ลูกให้แฟนต้องถูกเกณฑ์ทหาร
คำก็ฉันทาคติ สองคำก็ฉันทามติ ตกเลขเหรอคะ 14 ล้านไม่ใช่ 50% ของ 52 ล้านนะ แล้วมันจะเรียกว่าฉันทามติได้อย่างไร
โกหกบ้าง บิดเบือนบ้าง ตรรกะบิดเบี้ยวบ้าง ทัศนะเรื่องสถาบันบ้าง เรื่องนโยบายต่างประเทศบ้าง น่ากลัวทั้งนั้น แบบนี้จะให้ครองอำนาจได้อย่างไรคะ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
เขาจะเลือกตั้งอะไรกัน
มีคนจำนวนมากเห็นป้ายติดตามเสาไฟฟ้า มีลักษณะเป็นป้ายหาเสียงเลือกตั้ง เพราะเห็นมีหมายเลขประกบกับรูปของคนที่สมัครลงรับเลือกตั้ง หลายคนเห็นก็พอจะรู้ว่ากำลังจะมีการเลือกตั้งผู้ว่าฯ
พระมหากษัตริย์ไทยคือธรรมราชา
คนไทยโชคดี เพราะตั้งแต่เรามีประเทศที่เป็นเอกราช พระมหากษัตริย์ของเราก็เป็นธรรมราชา คือทรงเป็นพระราชาที่ทรงธรรม ทรงมีทศพิธราชธรรมเป็นหลักธรรม 10 ประการที่พระมหากษัตริย์ของเราทรงยึดถือปฏิบัติเพื่อประโยชน์สุขของอาณา
ระบอบสีน้ำเงิน...อย่าฟังเพลินๆ...คิดให้ดี
ฝ่ายตรงกันข้ามกับรัฐบาลยังคงรุมด้อยค่า ด่ารัฐบาล ชักจะไปไกลอย่างน่าเป็นห่วง จากระบอบเนวิน ระบอบอนุทิน มาจนถึง “ระบอบสีน้ำเงิน”
'พรรคส้ม' ป้อง 'ดร.สุรพล' เปลี่ยนความเชื่อเดิมที่เคยอยู่ข้างรัฐประหาร เลือกยืนอยู่ข้างฝ่ายปชต.
เลขาฯพรรคส้ม ร่ายยาว เลือก 'ดร.สุรพล' ประธานที่ปรึกษาแคนดิเดตผู้ว่าฯกทม. เป็นการผสมผสาน'คนใน'ที่มีอุดมการณ์มั่นคง กับ 'คนนอก' ที่มีความเชี่ยวชาญ รับดร.สุรพล เปลี่ยนความเชื่อเดิมที่เคยเป็นสนช.หลังรัฐประหาร ขอเลือกทางเดินที่ถูกต้องยืนอยู่เคียงข้างฝ่ายประชาธิปไตย
วาทกรรมครอบงำสาวกผู้ภักดี
สังคมยุคนี้เขาเรียกกันว่าเป็น “สังคมข่าวสาร” เป็นสังคมที่มีการแข่งขันทางการเมืองใช้ “ข่าว” มากกว่า “เงิน” ดังนั้น คนที่ต้องการชัยชนะทางการเมืองจะต้องเก่งด้านการข่าวในทุกๆ มิติ 1)
เล่นการเมืองเพื่อใคร
ในสังคมประชาธิปไตย เมื่อมีการเลือกตั้งเสร็จแล้ว ก็จะมีพรรคที่ชนะจัดตั้งรัฐบาล โดยรวมเสียงพรรคต่างๆ เข้าด้วยกันให้มากกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวน สส.ในสภา และต้องมากกว่ากึ่งหนึ่งมากพอสมควร

