เลขา ครป. เรียกร้องรัฐบาลพิสูจน์ตนเองไม่ต้องการสืบทอดอำนาจระบอบเดิม จี้เร่งแก้รธน.

เลขา ครป. เรียกร้องรัฐบาลเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญตามมาตรา 256 ตั้ง ส.ส.ร. ไม่ต้องรอประชามติ พิสูจน์ตนเองไม่ต้องการสืบทอดอำนาจระบอบเดิม

5 พ.ย.66 – ที่อนุสรณ์สถาน 14 ตุลา คณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย (ครป.) มีการจัดเวทีอภิปรายเรื่อง “กระบวนการขับเคลื่อนรัฐธรรมนูญฉบับประชาธิปไตย แก้ไข-ร่างใหม่-ประชามติ?” นายเมธา มาสขาว เลขาธิการคณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย (ครป.) กล่าวว่า 50 ปี 14 ตุลาผ่านไป คนไทยยังเรียกร้องรัฐธรรมนูญอยู่เหมือนเดิมตนเห็นว่าส่วนประกอบสำคัญในการขับเคลื่อนรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่เป็นประชาธิปไตยของประชาชนมีอยู่ 5 ส่วนในขณะนี้คือ

1.คณะกรรมการศึกษาแนวทางทำประชามติ ประกอบด้วยทุกพรรคการเมืองยกเว้นพรรคก้าวไกลเข้าร่วม คณะกรรมการแต่งตั้งอนุกรรมรับฟังความคิดเห็น และอนุกรรมการกำหนดจำนวนการประชามติ ซึ่งวันนี้มีการนำเสนอ 1 ครั้ง 2 ครั้ง หรือ 3 ครั้ง ซึ่งตนเห็นว่าประชามติแค่ครั้งเดียวเท่านั้นเพื่อเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญตามมาตรา 256 วรรค 8 หลังจากมีคณะ ส.ส.ร.ร่างฉบับใหม่เรียบร้อยแล้วจะประชามติอีกรอบก็ได้

2.การประชามติ ตามคำพิพากษาของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญนั้น ศาลรัฐธรรมนูญเคยมีมติเสียงข้างมากวินิจฉัยว่ารัฐสภามีอำนาจและหน้าที่จัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ได้ แต่ต้องจัดทำประชามติ 2 ครั้ง ครั้งแรกให้ประชาชนลงมติว่าต้องการให้มีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่ เพราะรัฐธรรมนูญเก่าผ่านประชามติมาในสมัยคสช. และครั้งที่ 2 เมื่อจัดทำร่างรัฐธรรมนูญเสร็จแล้ว ต้องจัดให้มีการลงประชามติว่าจะรับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ แต่นั่นคือการพิจารณาการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ในระบบกฎหมายมหาชน ในระหว่างนั้น  ไม่เกี่ยวกับการเสนอร่างกฏหมายแก้ไขรัฐธรรมนูญตามมาตรา 256 (8) ซึ่งรัฐบาลสามารถเสนอกฎหมายนี้ได้เลยตามที่หาเสียงไว้ จะเสนอคำถามพ่วงยกเลิก ส.ว.แต่งตั้งที่ค้ำบัลลังก์อำนาจหลังจากการเลือกตั้งร่วมด้วยเลยก็ได้ 

3.พรรคการเมือง ตอนนี้ประชาชนมีความหวังกับพรรครัฐบาล 2 พรรคที่มีนโยบายแก้ไขรัฐธรรมนูญ คือพรรคเพื่อไทยและพรรคประชาชาติ พรรคเพื่อไทยมีนโยบายให้มี ส.ส.ร.มาจากการเลือกตั้ง และผ่านประชามติประชาชน รวมถึงออกกฎหมายให้รัฐประหารเป็นความผิดฐานกบฎ พรรคเคยชูจุดเด่นแก้รัฐธรรมนูญ ผลักดันให้ประเทศเป็นประชาธิปไตย ขจัดการสืบทอดอำนาจเผด็จการ สร้างความเป็นธรรมให้ประชาชน และแก้ปมแรกของทุกปัญหา ด้วยการแก้รัฐธรรมนูญ ซึ่งต้องทวงถามความจริงใจจากพรรคเพื่อไทยในเรื่องดังกล่าว ซึ่งตนอยากให้เวลารัฐบาลได้ทำงานก่อน 3 เดือน แต่วันนี้มีคนพูดว่า “Pheuthai will not do now they think that they will replace Prayuth and will inherit everything from the present system” พรรคเพื่อไทยต้องพิสูจน์ข้อกล่าวหานี้ให้ได้

ส่วนพรรคประชาชาติมีนโยบายให้ทำประชามติการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับประชาชนด้วยเช่นกัน โดยให้ประชามติเรื่องจังหวัดจัดการตัวเองหรือเลือกตั้งผู้ว่าราชการด้วย 

4.โจทย์ในการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่เป็นประชาธิปไตยนั้น ปัจจุบันตั้งอยู่บนวิกฤตการเมืองที่มีข้อเสนอว่า

1) ต้องจัดวางความสัมพันธ์ทางอำนาจ ความสัมพันธ์ของรัฐท้องถิ่นกับรัฐบาลกลางใหม่ ความเป็นราชอาณาจักรไทย เป็นรัฐเดียวแบ่งแยกมิได้ แต่มีการแบ่งเขตการปกครองและการบริหารเป็นจังหวัด ที่มาด้วยการกระจายอำนาจ 

2) การได้มาซึ่งรัฐบาล หลายคนเสนอให้มีการเลือกตั้งนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีโดยตรง ให้มีการเลือกตั้งรอบสอง เพื่อแยกฝ่ายบริหารออกจากฝ่ายนิติบัญญัติหรือฝ่ายรัฐสภา เพื่อป้องกันมิให้พรรคการเมืองมีความเป็นเผด็จการเสียงข้างมาก โดยคุมทั้งฝ่ายคณะรัฐมนตรีและรัฐสภา และแก้ปัญหานายทุนครอบพรรคด้วย รวมถึงที่มาของฝ่ายตุลาการต้องยึดโยงประชาชนผ่านระบบรัฐสภา แก้ ระบบการเลือกตั้ง และกฎหมายพรรคการเมืองให้สอดคล้อง

3) สิทธิเสรีภาพของประชาชน และชุมชน การศึกษา การปฏิรูปกฎหมายและกระบวนการยุติธรรมที่ล้าหลัง การปฏิรูปตำรวจและกองทัพ เป็นต้น

4) ที่มาและอำนาจหน้าที่องค์กรอิสระ ต้องยึดโยงกับประชาชนผ่านกลไกรัฐสภาที่เป็นประชาธิปไตย และ 5) การจัดการเศรษฐกิจทุนนิยมผูกขาด การจัดการทรัพยากรสาธารณะของรัฐและประชาชน  ต้องสร้างประชาธิปไตยทางเศรษฐกิจและรัฐสวัสดิการ

5.การนิรโทษกรรมประชาชนในคดีการเมือง เป็นเรื่องที่ต้องเกิดขึ้นเป็นคู่ขนานของการผลักดันรัฐธรรมนูญเนื่องจากภายหลังพล.อ.ประยุทธ์ ยึดอำนาจฉีกรัฐธรรมนูญก็มีการนิรโทษกรรมตนเองด้วย การปรองดองและความยุติธรรมเชิงสมานฉันท์ควรจะต้องเกิดขึ้นในรัฐบาลเพื่อไทย

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

‘สุรเดช’ เสนอแก้ รธน. ลดอำนาจ สว. เลิก สส.เขต ตัดวงจรบ้านใหญ่

“สุรเดช” ยกมือหนุนแก้รธน. ตั้ง ส.ส.ร.ที่มาจากประชาชน ลดอำนาจ สว. ไม่ให้ตั้งองค์กรอิสระ ให้เป็นหน้าที่ตุลาการเลือกแทน แต่ยังคงถอดถอนได้ แนะ เลิก สส.เขต ให้มีแต่ปาร์ตี้ลิสต์ เพื่อลดอิทธิพลบ้านใหญ่-นายทุน แก้คอร์รัปชันได้ ชงสูตร ครม. มีนายกฯ คนเดียวที่เป็นผู้แทน ที่เหลือตั้งคนนอก ใช้คนเก่งทำงาน

'ดร.ณัฏฐ์' ชี้กับดักแก้ รธน. ต้องผ่านด่าน สว. 67 เสียง

นักกฎหมายมหาชนชื่อดังวิเคราะห์ แม้ประชามติรอบแรกมีผู้เห็นชอบกว่า 21.2 ล้านเสียง แต่การแก้รัฐธรรมนูญเพื่อนำไปสู่ฉบับใหม่ยังติด “กฎเหล็ก 2 ชั้น” ตามมาตรา 256 ต้องได้เสียง สว. ไม่น้อยกว่า 67 คนทั้งวาระ 1 และวาระ 3 มองโอกาสผ่านร่างแทบเป็นศูนย์หากรวบรวมเสียงวุฒิสภาไม่ได้

‘กล้าธรรม’ ถอนชื่อหนุนแก้ รธน.เพื่อไทย หวั่นขัดคำวินิจฉัยศาลฯ ปม สสร.

นายอรรถกร ศิริลัทธยากร สส.ฉะเชิงเทรา และโฆษกพรรคกล้าธรรม เปิดเผยว่า พรรคกล้าธรรมได้พิจารณารายละเอียดของร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญที่พรรคเพื่อไทยเป็นผู้เสนอ โดยเฉพาะใน

ดีอยู่พรรคเดียว! ณัฐพงษ์อัดร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญภูมิใจไทยผูกขาด

'ณัฐพงษ์' อัดร่างแก้ไข รธน. ภูมิใจไทย ขัด 3 หลักการ ชี้ ล็อกสเปกเปิดทางผูกขาด บอกขอไม่วิจารณ์แทน 'กล้าธรรม' อยู่ฝ่ายค้านจริงหรือไม่ พ้อไม่คิดเซ็น MOA รอบ 2 จ่อยื่นร่างฉบับ 'พรรคประชาชน' ภายใน 1-2 สัปดาห์นี้