กมธ.อากาศสะอาด ผนึกตัวแทนผู้เสนอร่าง 7 ฉบับ หลอมรวมเป็นกฎหมายที่ยั่งยืน

25 ม.ค. 2567 - ที่รัฐสภา คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) อากาศสะอาด วาระที่ 1 นำโดย นายจักรพล ตั้งสุทธิธรรม รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการฯ กล่าวว่า ผลการประชุมวันนี้ มีตัวแทนจากผู้เสนอร่าง พ.ร.บ.ทั้ง 7 ฉบับ เพื่อให้หลอมรวมออกมาเป็น พ.ร.บ.อากาศสะอาด ฉบับภาคประชาชน ให้ผ่านวาระที่ 2 และ 3 ภายในกรอบเวลา 1 ปี โดยวันนี้มีการแต่งตั้งตำแหน่งต่างๆ รวมถึงแต่งตั้งที่ปรึกษา และเชิญผู้ทรงคุณวุฒิมาเติมความสมบูรณ์ให้กับคณะกรรมาธิการดังกล่าว

โดยนายจักรพล กล่าวว่า ร่าง พ.ร.บ.ทั้ง 7 ฉบับมีทั้งความคล้ายและส่วนต่าง จึงอยากให้เกิดความสบายใจว่าทุกภาคส่วนในการศึกษาพิจารณาครั้งนี้ เป็นไปเพื่อส่วนรวมของภาคประชาชนอย่างแท้จริง ทั้งมาตราที่มีความแตกต่างและความสอดคล้อง จะมีการมาสรุปสารัตถะ และถอดองค์ความรู้ของทุกท่านมาพิจารณาให้เกิดประโยชน์สูงสุด

พร้อมขอให้ประชาชนรักษาสุขภาพ และให้กำลังใจกับทุกหน่วยงานที่จะบูรณาการอย่างเข้มข้น เนื่องจากช่วงนี้ฝุ่น PM 2.5 เริ่มกลับมา โดยกระบวนการของร่าง พ.ร.บ. อาจไม่ทันท่วงทีจะทำให้ค่าฝุ่นลดลงในปีนี้ แต่การทำงานของคณะกรรมาธิการนี้ร่วมกับคณะกรรมการ PM 2.5 แห่งชาติ จะทำงานควบคู่กันในเชิงปฏิบัติ

นายจักรพล กล่าวต่อว่า ขอบเขตในการศึกษาคือสาเหตุของการเกิดฝุ่นควันพิษข้ามประเทศ และหมอกควันข้ามพรมแดน กรรมาธิการฯ จะคิดวิเคราะห์เพื่อพิจารณาวิธีแก้ไขปัญหา รวมถึงมาตรการเช่นเพิ่มบทลงโทษ หรือผู้ก่อมลพิษต้องรับโทษหนักผ่านกลไกภาษีบาป เพื่อให้เกิดการแก้ไขปัญหาทั้งระยะสั้นระยะกลางและระยะยาว ทั้งนี้ จะมีการประชุมกรรมาธิการฯ ทุกวันศุกร์ ตั้งแต่เวลา 9.30 น. เป็นต้นไป

ด้าน น.ส.คนึงนิจ ศรีบัวเอี่ยม ผู้เสนอร่าง พ.ร.บ.กำกับดูแลการจัดการอากาศสะอาดเพื่อสุขภาพแบบบูรณาการ ร่วมกับประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 22,251 คน ในฐานะรองประธานคณะกรรมาธิการฯ คนที่ 1 กล่าวขอบคุณสำหรับการเดินทางที่ยาวนานถึง 7 ปีของภาคประชาชน ที่มาด้วยแรงศรัทธา ปรากฏการณ์นี้ถือว่าไม่ธรรมดาที่ สส. ทั้งพรรคฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาล ช่วยกันยกมือโหวดอย่างเป็นสมานฉันท์ ถือเป็นนิมิตหมายที่ดี และเป็นวาระแห่งชาติ

น.ส.คนึงนิจ กล่าวว่า ร่าง พ.ร.บ.ของภาคประชาชน มีความแตกต่างจากร่างฉบับอื่น เนื่องจากทำการศึกษามาอย่างนานมาก จึงขอฝากคณะกรรมาธิการไว้ ว่านอกจากได้รับเกียรติให้ได้รับการพิจารณาแล้ว ขอให้คำนึงถึงประชาชนนอกสภาที่กำลังเดือดร้อน ส่วนเรื่องเนื้อหาขอให้ไม่ต้องกังวล เมื่อลงเรือลำเดียวกันแล้ว ก็จะมีการสงวนจุดต่าง ปลดล็อคหาทางออกแก้ปัญหาฝุ่นพิษ PM 2.5 และหมอกควันข้ามแดน ที่มีมิติสลับซับซ้อน เป็นปัญหาเชิงโครงสร้างและมหกรรมที่ต้องร่วมกันทุกฝ่าย โดยไม่เลือกข้าง เพื่อจัดทำร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาด ที่สมบูรณ์แข็งแรง ยั่งยืน และแก้ไขปัญหาได้จริง.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'วัชระ' บุกรัฐสภา นำคกก.สอบข้อเท็จจริง ดูให้เห็นกับตา พื้นไม้ผุพัง ไม่ใช่ 'ตะเคียนทอง' ตามสัญญาก่อสร้าง

นายวัชระ เพชรทอง อดีตสส. พรรคประชาธิปัตย์ เดินทางมาให้ปากคำกับคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง กรณีไม้ปูพื้นอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ผุพัง ที่มีนายณัฐกิตติ์ ขำหิรัญ เป็นประธานตามคำสั่งสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรที่ 3032/2568 ลงวันที่ 26 ธันวาคม 2568

ปธ.สภาฯ เดินหน้าปรับโฉมรัฐสภา-ศาลาแก้ว เปิดพื้นที่สีเขียว สู่พื้นที่สาธารณะของประชาชน

วันที่ 22 พ.ค.69 นายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภาและประธานสภาผู้แทนราษฎร ประชุมคณะทำงาน ร่วมกับ สมาคมนักผังเมืองไทย หรือ Thai City Planners Society เพื่อหาแนวทางปรับปรุงทัศนียภาพทั้งภายในและภายนอกอาคารรัฐสภา โดยมุ่งยกระดับภาพลักษณ์ของรัฐสภาให้มีความสวยงาม เป็นระเบียบ

'รัฐสภา' น้ำท่วมขังอีกแล้ว!

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากที่เมื่อวานนี้ (20 พ.ค.) ฝนตกลงมาอย่างหนักในพื้นที่กรุงเทพมหานครหลายจุด ทำให้ ชั้น B1 ซึ่งเป็นลานจอด

มติ 435 เสียงผ่าน กม.อำนวยความสะดวกพิจารณาอนุญาตและให้บริการ ปชช.

สภาเห็นชอบร่าง กม.อำนวยความสะดวกพิจารณาอนุญาต ตามวุฒิสภาแก้ไข 'พริษฐ์' ถามความจริงใจ 'อนุทิน' ปมสินบนใบอนุญาต เหน็บทั้งที่อยู่มาทุกรัฐบาล แทนที่จะรีบออกกฎหมายลูกปิดช่องคอร์รัปชัน

'เท้ง' ไล่บี้รัฐบาลปัดตกร่างแก้รธน. โวยกติกาสูงสุดฐานอำนาจระบอบสีน้ำเงิน

'เท้ง' จี้ ‘รัฐบาล’ ตอบให้ชัดหลังปัดตก กม.หลายฉบับ ถามอำนาจถกกฎหมายอยู่ใครกันแน่ เหน็บคุยหลังบ้านทั้งสภาล่าง-สภาบน ถึงมั่นใจทั้ง 34 ฉบับผ่านฉลุย ซัดกติกาสูงสุดประเทศกำลังเป็นฐานอำนาจระบอบสีน้ำเงิน

ท่านประธานโสภณ ไอเดียฟุ้ง ดันรัฐสภาเป็นปอดแห่งใหม่คนกรุง ให้ประชาชนเข้าถึงใช้สอยคุ้มค่า

นายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภา พร้อมด้วย ผู้บริหารสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร และคณะทำงาน ลงสำรวจบริเวณลานพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่7) และศาลาแก้ว เพื่อหารือแนวทางปรับปรุงภูมิทัศน์และการใช้ประโยชน์พื้นที่ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด