
'จตุพร' ซัดกมธ.ศึกษานิรโทษกรรมฯ โง่ดักดานศึกษาแล้วศึกษาอีก เสนอเริ่มต้นดูวิธีการออกนโยบาย 66/23 พร้อมนำผลศึกษาสมัย"ประยุทธ์"มารื้อสร้างเอาจริงกัน แนะดันออก พรก. ไม่ต้องหารือกันแล้ว
8 มี.ค. 2567 - นายจตุพร พรหมพันธุ์ วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชน เฟซบุ๊คไลฟ์ ว่า การทำนิรโทษกรรมประชาชนที่ขัดแย้งทางการเมืองเป็นเรื่องของคนต้องมีใจใหญ่เพื่อประเทศกันจริงๆ และสิ่งสำคัญควรลงมือทำจริง ไม่แค่ทำท่าพูดคุยเพื่อกลบกระแสแรงเหวี่ยงจากบางสถานการณ์ที่กำลังก่อหวอดขึ้นในอนาคต
นายจตุพร กล่าวว่า นายชูศักดิ์ ศิรินิล สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาศึกษาแนวทางการตราพระราชบัญญัตินิรโทษกรรม (กมธ.ศึกษาการนิรโทษกรรม) จะชวนผู้มีส่วนร่วมในเหตุการณ์ต่างๆ มาหารือ ซึ่งไม่ใช่เรื่องแปลก
อย่างไรก็ตาม เคยมีการตั้งวงพูดคุยเพื่อนิรโทษกรรมไม่เป็นทางการมาแล้ว โดยชวนตัวแทนทุกพรรคการเมืองและนายชูศักดิ์ ประธาน กมธ. รวมทั้งผู้เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ความขัดแย้งตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงปัจจุบันไปหารือกันก่อนหน้านี้แล้ว
"ผมเสนอในวงพูดคุยนี้ โดยให้เริ่มต้นก่อนว่า จะทำจริงหรือไม่ เพราะที่ผ่านมาได้แต่ทำท่าศึกษา แล้วก็ศึกษา เมื่อศึกษาเสร็จก็เอาเก็บใส่ลิ้นชักเหมือนเดิม ดังนั้นการทำนิรโทษกรรมจะเรียกชื่ออย่างใดก็ตาม แต่คนที่จะทำเรื่องนี้ต้องใจใหญ่ และต้องศึกษาแนวทาง วิธีการของจุดเริ่มต้นเพื่อไม่ต้องเสียเวลาอีก"
นายจตุพร กล่าวว่า การทำนิรโทษกรรมมีโอกาสความสำเร็จยากมาก โดยส่วนใหญ่หากเริ่มต้นจากผู้มีอำนาจมาจากพรรคการเมืองหรือถือปืนเข้ามาก็ตาม จะหาความสำเร็จได้ยาก เพราะต้องการยกเรื่องนี้มาพูดทำท่าเพื่อลดกระแสแรงเหวี่ยงของสังคม
อีกทั้ง ย้ำว่า ขณะนี้เมื่อเดินหน้าสู่การนิรโทษกรรม แต่คดีความขัดแย้งเก่าได้อยู่ในรัฐบาลทั้งหมด ส่วนความขัดแย้งใหม่อยู่ในฝ่ายค้าน และภาคประชาชน ดังนั้น ถ้าประเมินถึงโอกาสจะทำได้แล้ว ย่อมเกิดจากการพิจารณาแรงรุกจากภายในของฝ่ายรัฐบาลกันเอง หากต้องการทำจริง ไม่แค่ทำท่าเท่านั้น
"ผมเสนอแนวทางเพื่อไม่ต้องการให้เสียเวลา ขอฝากความไปถึงนายกฯเศรษฐา ทวีสิน ให้ไปดูที่กรณีของ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ อดีตนายกฯ ที่ออกนโยบาย 66/23 ต้องไปพบใครก่อนที่จะเป็นจุดเริ่มต้นของความสำเร็จในการหยุดยั้งสงครามกลางเมืองฆ่ากันมาเป็นสิบปี ตายฝ่ายละเป็นหมื่นๆ ชีวิต ซึ่งเทียบกับความขัดแย้งตั้งแต่ปี 2548 ถึงปัจจุบันเป็นเรื่องขี้ปะติ๋วมาก"
นายจตุพร กล่าวว่า ถ้าต้องการแค่ทำท่าจะทำนิรโทษกรรมโดยตั้ง กมธ.ศึกษา ซึ่งใช้เวลาไปแล้ว 60 วัน แล้วยังต้องการขยายเวลาอีก จึงเท่ากับเป็นการศึกษาแล้วศึกษาอีก แสดงถึงความโง่ดักดานที่สุด เพราะสมัยพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกฯ ก็ศึกษาเรื่องนี้อยู่หลายรอบ แล้วเอาผลการศึกษาใส่ไว้ในลิ้นชักเหมือนเดิม ไม่เคยนำมาปฏิบัติ
"ผมจึงขอฝากความไปว่า ถ้าต้องการความสำเร็จต้องเริ่มที่แห่งใด หากทุกอย่างลงตัวแล้วไม่ต้องโชว์กันก็ตราเป็นพระราชกำหนดก็เรียบร้อย ถ้ายังพูดกันในที่ประชุมสภาผู้แทนหรือสภา สว. ซึ่งไม่มีวันจบสิ้นได้เลย เพราะต่างฝ่ายต้องสำแดงฤทธิ์กันอย่างเต็มที่ และยังจะตัดตอนให้นิรโทษกรรมถึงปี 2557 เท่านั้น ส่วนหลังจากนั้นที่มีปัญหา ม.112 ก็ไม่พร้อมเดินหน้าต่อไป"
นายจตุพร ย้ำว่า ถ้าจะนิรโทษกรรมกันแล้วควรเริ่มต้นในแต่ละกรณีกันเลย หากกลัวจะถูกทำซ้ำอีก ก็เขียนสกัดไว้ในกฎหมายนิรโทษกรรม ซึ่งจะเป็นประโยชน์ทั้งสถาบันพระมหากษัตริย์ รวมถึงประเทศและประชาชน
"ดังนั้น ถ้าต้องการความสำเร็จกับการนิรโทษกรรมจริงแล้ว ตนไม่รู้ว่านายเศรษฐา จะอยู่ถึงความสำเร็จนั้นหรือไม่ แต่ขอเสนอความฝากย้ำถึงว่า ไปศึกษาสมัยพล.อ.เปรม ทำอย่างไร"
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'จตุพร' แนะ 'อนุทิน' กางแลนด์บริดจ์สื่อสารให้ชัด หวั่นจะเสียค่าโง่แบบตอม่อโฮปเวลล์
นายจตุพร พรหมพันธุ์ วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชน เฟซบุ๊คไลฟ์ (LIVE) รายการประเทศไทยต้องมาก่อน ว่า รัฐบาลโดยนายอนุทิน ชา
เตือน สถานการณ์ปั่นป่วนรอบไทย ชายแดนใต้ปลุกปั่นแยกดินแดน บี้รบ.รีบตัดไฟยิวแต่ต้นลม
'จตุพร' เตือน สถานการณ์ปั่นป่วนบีบรอบไทย ชายแดนใต้ยังสนุกปลุกปั่นแบ่งแยกดินแดน บี้ รบ.หนู รีบตัดไฟยิวแต่ต้นลม ต้าน 'แลนด์บริดจ์' โครงการหากิน ยกที่ดินให้ทุนต่างชาติ ติงอยากขึ้น VAT ก็ลองดู แค่อดีตขึ้นค่ารถเมล์ 25 สต.รมต.ยังเด้งพ้นตำแหน่ง
'จตุพร' หนุน 'เอกนัฏ' ลดค่าการกลั่น 2 บ.แต่โรงกลั่นยังฮึดฮัด เตือนพ.ค.ชี้ชะตาน้ำมัน-ปุ๋ยหมด
'จตุพร' เตือน วิกฤตไทยลุกลาม ถาโถมหนักอึ้ง คาดเมษา-พฤษภา ดีเซลแพงทะลุกว่า 60 บ. ซ้ำร้ายน้ำมัน-ปุ๋ยหมดสต็อกทุกข์ระทมอดอยากระบาดทั่วหย่อมหญ้า ส่วนพ่อค้าน้ำมันหอบกำไรกันเบิกบาน ให้กำลังใจ รมว.พลังงาน ขอลดค่ากลั่น 2 บ.ยังฮึดฮัด เชื่อ 'ศุภจี' เหนื่อยแบกปัญหา
'จตุพร' จี้ นายกฯ เปลี่ยนแถลงนโยบาย เน้นรับมือยามวิกฤต วางแผนแก้ปัญหาผลกระทบ
'จตุพร' จี้ นายกฯ อนุทิน เปลี่ยนแถลงนโยบาย เน้นรับมือยามวิกฤต วางแผนแก้ปัญหาผลกระทบด้านอาหาร ชูมาตรการให้ ปชช.มีอยู่มีกิน ฟาดโรงกลั่นรัฐถือหุ้นข้างมากนิ่งเงียบโกยกำไร ฉะพวกเห็นแก่ตัว ทิ้งคนไทยหิวโซ ต้องพึ่งตนเอง ส่วนกลุ่มทุนปากพะงาบรอโกยกำไร บี้รื้อโครงสร้างพลังงานก่อนจะไปไม่รอด
ปล่อย“ไอ้โม่ง”ลอยนวล รัฐบาล“อนุทิน”เสี่ยงพัง!
เหตุการณ์ “ลักหลับประชาชน” คืนวันที่ 25 มีนาคม ต่อเนื่องถึงเช้าวันที่ 26 มีนาคม กลายเป็นแรงกระแทกทางการเมืองครั้งใหญ่ หลังรัฐบาลตัดสินใจปล่อยลอยตัวดีเซล ส่งผลให้ราคาน้ำมันพุ่งขึ้นทันทีถึง 6 บาทต่อลิตร สร้างภาระค่าครองชีพที่ถาโถมใส่ประชาชนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
'จตุพร' กระตุกนายกฯ ปชช.ไม่ได้คิดรวย ขอแค่อยู่รอดก็พอ บี้เด็ดขาดทลายพ่อค้าสูบกำไร
'จตุพร' กระตุ้นนายกฯ ใช้ความกล้าหาญ เป็นผู้นำเด็ดขาดรื้อโครงสร้างน้ำมัน สร้างระบบตลาดยุติธรรม ยันไม่ใช่การตื่นตระหนกของประชาชน แต่น้ำมันที่กลั่นเพิ่มแล้วยังสูญหาย ลั่นยามวิกฤตหนักหน่วงปชช.ไม่ได้คิดถึงเรื่องรวย แต่คิดจะอยู่รอดอย่างไร เตือนประเทศจะพังทุกระบบ

