งงตรรกะ 'เศรษฐา' อ้างลงพื้นที่ฟังปัญหา จังหวัดไม่ได้ไปคงไม่มีหรือ

'จตุพร' ฟาด 'เศรษฐา' แถไปเรื่อย อ้างลงพื้นที่ ตจว.รับฟังปัญหา ซัดไปภูเก็ตกับเชียงใหม่บ่อยถี่คงมีปัญหามาก ย้อนจังหวัดไม่ได้ไปคงไม่มีปัญหาต้องแก้ไขใช่หรือไม่ ซัดแค่ทำงานอีเว้นท์การเมือง ตะเพิดบริหาร ปท.ด้วยข้ออ้างสารพัด อย่ามาเป็นนายกฯ เลย ไล่ไปขายอสังหาฯ ตามเดิมดีกว่า

10 ก.ค. 2567 - นายจตุพร พรหมพันธุ์ วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชน เฟซบุ๊คไลฟ์กังขาตรรกะนายเศรษฐา ทวีสิน นายกฯ ซึ่งอ้างลงพื้นที่ต่างจังหวัดเพื่อรับฟังปัญหา ย้อนไปแต่ภูเก็ตกับเชียงใหม่ถี่บ่อย แสดงว่า มีปัญหามาก ส่วนจังหวัดอื่นไม่ได้ไปเลยคงไม่มีปัญหาหรือเปล่าหรือยังไม่รู้ปัญหาใช่หรือเปล่า

นายจตุพีร กล่าวว่า สภาพปัญหาของแต่ละจังหวัดมีการแบ่งให้รองนายกฯ ดูแลแล้ว และมีทีมงานมากมายวางแผนศึกษา รวมถึงมีผู้ว่าราชการจังหวัดคอยรายงานข้อมูลให้เรียบร้อย อยากได้อยากรู้อะไร นั่งอยู่ตึกบัญชาการสั่งการเอาได้ ดังนั้น เมื่อนายกฯ ลงพื้นที่บ่อยครั้งเป็นพิเศษจึงมีความสงสัยว่า จะได้ปัญหาอะไรติดตัวมาด้วย

"การลงพื้นที่แต่ละครั้งนั้น สิ่งที่รายงานให้นายกฯ รับทราบล้วนเป็นผักชี้โรยหน้า ได้ผ้าขาวม้าผูกเอว แล้วถ่ายรูป และขึ้นพูดบนเวทีก็มีการเขียนบทให้อ่าน ดังนั้น จึงอย่าอ้างว่า ไปฟังปัญหา เพราะปกตินักการเมืองเมื่อไปถึงพื้นที่ ลงเครื่องบินแล้วถูกพาไปไหน ย่อมไม่รู้อะไรทั้งสิ้น จึงยากจะรู้ถึงปัญหาของจังหวัดนั้นๆ ได้ชัดเจน"

พร้อมกล่าวว่า เมื่อนายกฯ เป็นฝ่ายบริหารจะลงพื้นที่ย่อมเป็นไปได้ แต่ต้องจัดระบบให้เข้าถึงปัญหาเฉพาะของจังหวัดอย่างเต็มที่ ส่วนการลงพื้นที่ที่ผ่านมาเป็นเพียงงานอีเว้นท์อย่างหนึ่งทางการเมือง และทำให้คนไทยได้รู้จักประโยชน์ผ้าขาวม้าในยุคนายเศรษฐานี่เองหรือไม่

นายจตุพร กล่าวว่า สิ่งสำคัญการบัญชาการสั่งราชการของนายกฯ นั้น ต้องมีสมาธิและหากต้องการรู้สิ่งใดย่อมหาจากพื้นที่ได้ทั้งหมดอยู่แล้ว ไม่ใช่ต้องลงพื้นที่อย่างเดียว ถ้าอ้างไม่ลงพื้นที่ไม่รู้ปัญหา นายเศรษฐา ควรไปทำธุรกิจหมู่บ้านอย่างเดียวดีกว่า อย่าได้มาเป็นนายกฯ บริหารประเทศเลย

"การลงพื้นที่เพื่อรับฟังปัญหาจึงเป็นการใช้เป็นข้ออ้างทางการเมือง อีกหลายจังหวัดที่ไม่ได้ลงไปแสดงว่าจะไม่แก้ไขอะไรเลยเหรอ เพราะที่ผ่านมายังไม่ได้ยินจะแก้ไขอะไรเลย ดังนั้นตรรกะเช่นนี้แสดงให้เห็นแล้วว่า เมื่อครั้งไปต่างประเทศเพื่อให้ต่างชาติมาลงทุน แล้ววันนี้ไทยได้อะไรบ้าง นอกจากธุรกิจในประเทศปิดโรงงานและย้ายฐานการผลิต แต่เกิดไอเดียหายนะจากการขายคอนโด 75 % แล้วให้ต่างชาติอยู่ถึง 99 ปี” นายจตุพร กล่าว

 

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

มติกกต.คดีฮั้วสว.ซ้ำเติมวิกฤตศรัทธา จับตา 28 ก.ย. เติมเชื้อไฟให้ม็อบปชช.ลุกโชน

'จตุพร' ฟาด กกต.สะสมปัญหามากมาย ทำองค์กรเสมือนเลือกข้าง ลามการทำงานสิ้นความน่าเชื่อถือ เลือกตัดสินปัญหาทางใดย่อมก่อวิกฤตศรัทธา รอคดีขึ้นศาล จับตา 28 ก.ย.ศาล รธน.ตัดสินบาร์โคัดบัตรเลือกตั้ง จะเติมเชื้อไฟให้ม็อบ ปชช.ลุกโชนยิ่งขึ้น

'จตุพร' แนะล้มรัฐบาลหนู ต้องยุให้ กกต. ไม่ส่งฟ้องคดีฮั้ว สว. เรียกคนชุมนุมมากขึ้น

นายจตุพร พรหมพันธุ์ วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชน กล่าวในรายการประเทศไทยต้องมาก่อนว่า สถานการณ์บ้านเมืองขณะนี้ แต่ละฝ่ายเปิดเกมรุกเข้าใส่กันจนทำให้ช่วง 14 วันตั้งแต่ 14 ก.ย.-28 ก.ย. อยู่ในสภาวะปัญหามะรุมมะตุมจนชุลมุนวุ่นวายกันไปหมด

'จตุพร' เผยความเป็นพี่น้องกับ 'สนธิ' ยังบริบูรณ์ แต่หลักคิดไม่ผลีผลาม เพราะผลีผลามมาหลายเรื่องแล้ว

นายจตุพร พรหมพันธุ์ วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชน กล่าวในรายการประเทศไทยต้องมาก่อนกรณีนายมีชัย ฤชุพันธุ์ อดีตประธานร่าง

กันยาเดือด! 'สนธิ' นำม็อบลงถนน กกต. เติมเชื้อ 'ฮั้ว สว.' ผสมศาลชี้คดีบาร์โค้ด

กันยาสะสมอารมณ์เดือด ปชช.เริ่มลงถนน 7 ก.ย. 'สนธิ' ไล่ทุนเทาทวงประเทศคืน หวั่น 14 ก.ย. กกต. เติมเชื้อ 'ฮั้ว สว.' ผสมศาล รธน.ชี้ชะตาบัตรเลือกตั้ง 28 ก.ย. ขณะที่ดาต้าเซ็นเตอร์ภัยวายวอด

'จตุพร' ฟันธง ตั้งแต่ 14 ก.ย.การเมืองร้อนแรง จับตาม็อบลงถนนทวงคืนประเทศ จากจีนเทา-ยิว

'จตุพร' ลั่นโกงสอบยังไม่จบเรื่อง จี้รัฐบริหารอารมณ์ประชาชน ขยายผลลากขบวนการโกงมีกลไกรัฐคุ้มกันมาลงโทษ เร่งล้างบางการทุจริตรัฐ ออก กม.ลดอำนาจ กสถ. เชื่อตั้งแต่ 14-28 ก.ย.การเมืองร้อนแรง จับตาม็อบลงถนนทวงคืนประเทศ จากจีนเทา-ยิว

'จตุพร' เชื่อมติ กกต. เสี่ยงราดน้ำมันบนกองไฟ โหมคนไม่พอใจลงถนน

นายจตุพร พรหมพันธุ์ วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชน กล่าวในรายการประเทศไทยต้องมาก่อน โดยประเมินสถานการณ์ว่า ในเดือนกันยายนนี้เริ่มประกาศขยับลงถนนชุมนุมใหญ่เพื่อกดดันคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ดังนั้น ช่วงเวลารอยต่อ 14 วัน ตั้งแต่ 14-28 ก.ย.ยิ่งตึงเครียดร้อนแรงราวกับราดน้ำมันใส่กองไฟ