
19 ส.ค.2567-นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก “เทพไท – คุยการเมือง” หัวข้อ “ขอชัดๆ จะเอาอย่างไร? เงินดิจิทัลวอลเล็ต กลืนไม่เข้าคายไม่ออก” ระบุว่า ผมเห็นการให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน ของคุณอุ๊งอิ๊ง น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หลังจากพิธีรับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯแต่งตั้งตำแหน่งนายกรัฐมนตรีแล้ว รู้สึกว่า การตอบคำถามไม่ตรงประเด็นมากนัก พยายามตอบแบบสั้นๆ ใช้ความระมัดระวัง ไม่เจาะลงในประเด็นคำถาม ใช้วิธีการตอบแบบตีกรรเชียง ไม่ฟันธง แบบตรงๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งคำถาม เรื่องนโยบายแจกเงิน ดิจิทัลวอลเล็ตจะเดินหน้าต่อหรือไม่
ในช่วงรัฐบาลนายเศรษฐา ทวีสิน การผลักดันโครงการนโยบายดิจิทัลวอลเล็ต เป็นไปอย่างทุลักทุเล มีอุปสรรคขวากหนามมากมาย มีเสียงคัดค้านจากหลายฝ่าย ทำให้โครงการต้องเลื่อนออกไปเป็นระยะๆ จนนายเศรษฐา ทวีสิน เจ้าของนโยบายนี้ พ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีไป
เมื่อมีนายกรัฐมนตรีคนใหม่ คือคุณอุ๊งอิ๊ง น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ทำให้นโยบายดิจิทัลวอลเล็ตเป็นที่สนใจของสังคมว่า รัฐบาลชุดใหม่จะเดินหน้าต่อหรือพอแค่นี้ จนสื่อมวลชนต้องตั้งคำถามต่อคุณอุ๊งอิ๊ง ตอนแถลงข่าวในวันรับสนองพระบรมราชโองการ แต่คำตอบที่ได้รับก็ไม่มีความชัดเจน ตอบคำถามแบบอ้ำๆอึ้งๆ ประเภทจะเดินหน้าก็มีปัญหา จะถอยหลังหรือหยุดอยู่กับที่ก็กลัวจะโดนด่า จึงขอเวลาตั้งหลักก่อน เพื่อปรึกษากับพรรคร่วมรัฐบาล และจะใช้เป็นเหตุผลและข้ออ้างในการยุตินโยบายแจกเงินดิจิทัลวอลเล็ต
สำหรับนโยบายแจกเงินดิจิทัลวอลเล็ต เปรียบเหมือนกับดาบสองคม จะเดินหน้าไปก็สุ่มเสี่ยงที่จะผิดกฎหมาย และอาจเป็นเงื่อนไขทำให้รัฐบาลคุณอุ๊งอิ๊งพ้นสภาพได้ แต่ถ้าหากไม่เดินต่อก็กลัวถูกสังคมโจมตี เพราะเป็นนโยบายที่ใช้ในการหาเสียง เพียงนโยบายเดียวที่พอจะมีแนวทางเดินต่อไปได้ เพราะนโยบายอื่นๆที่คุณอุ๊งอิ๊งประกาศบนเวทีหาเสียง ไม่สามารถทำได้เลย จนเกิดเป็นคลิปล้อเลียนสนั่นโลกโซเชียล และที่สำคัญอาจจะมีคนไปฟ้องต่อกกต.เพื่อให้เอาผิดในข้อหาหลอกลวงประชาชน เพื่อหวังผลให้ได้มาซึ่งคะแนนเสียงในการเลือกตั้ง
สรุปได้ว่านโยบายดิจิทัลวอลเล็ต เป็นนโยบายที่รัฐบาลพรรคเพื่อไทย ยังแก้ปัญหาไม่ตก ยังอยู่ในภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออกจริงๆ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
กัมพูชามั่ว! ไทยอย่ารั่วตาม 'ไกล่เกลี่ยภาคบังคับ' ไม่จำเป็น
รศ.ดร.ชิดตะวัน ชนะกุล อาจารย์คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กในหัวข้อ *กัมพูชามั่ว…ไทยอย่ารั่วตาม! โดยระบุว่า
'เอกนิติ' เปิดเบื้องหลัง 'มูดี้ส์' ปรับเครดิตไทย ไม่กังวลกู้ 4 แสนล้าน
'เอกนิติ' เปิดเบื้องหลังดึงความเชื่อมั่นไทย 'มูดี้ส์' ปรับมุมมองเศรษฐกิจไทยสู่ระดับ Stable แจงแผนมุ่งสร้างการเติบโต เร่งเครื่องการลงทุน ย้ำจุดยืนวินัยการคลัง
นายกฯ เงาโชวกึ๋น! เท้งแนะอนุทินใช้เวทีอาเซียนซัมมิตแสดงบทบาทนำ
'เท้ง ณัฐพงษ์' ยก 3 วาระประชาชน ที่ 'นายกฯอนุทิน' ควรใช้เวทีอาเซียนซัมมิตแสดงบทบาทนำของไทยแก้ปัญหา แนะ เคลียร์ปมพื้นที่ทับซ้อนไทย-กัมพูชา ไทยต้องคุมเกมเจรจาทวิภาคี
นายกฯ ชี้จ่ายเงินเยียวยาแพะ 8 พันล้านไม่ใช่ผลงานแต่เป็นความอัปยศ!
นายกฯ เปิดงาน '24 ปีการช่วยเหลือเหยื่อผู้บริสุทธิ์' สั่งการผู้ว่าฯ ทั่วประเทศ ทำงานรวดเร็ว ทั่วถึงเป็นธรรม ชี้จ่ายเงินเยียวยา 8 พันล้าน ไม่ใช่ผลงานแต่เป็นความอัปยศ ยกระดับกระบวนการยุติธรรมไทยสู่สากล
เดินหน้าตามนโยบายนายกฯ ลุยปราบ 'นอมินี' โชว์ไตรมาสแรกกวาดล้างบริษัทกลุ่มเสี่ยงลดลง 60%
โฆษกรัฐบาล แจง รัฐลุยปราบ ‘นอมินี’ มุ่งสร้างธุรกิจโปร่งใส เป็นธรรม ตอกย้ำคำประกาศนายกฯ ‘ไม่มีเคลียร์ เด็ดขาดทุกคดี’ ชวนปชช.แจ้งเบาะแส 1570
รัฐบาลน้อมรับนิด้าโพล 'แลนด์บริดจ์' ต้องสื่อสารวงกว้าง
4 พ.ค. 2569 - นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงผลสำรวจนิด้าโพลในหัวข้อ “คนใต้ว่าไง โครงการแลนด์บริดจ์จะมาแล้ว” ที่พบว่า กลุ่มผู้ที่เคยรับรู้ข้อมูลโครงการ จำนวน 1,333 คน (เคยได้ยิน และเข้าใจดีมาก / เคยได้ยิน และพอจะเข้าใจบ้าง /เคยได้ยิน แต่เข้าใจเพียงเล็กน้อย) ส่วนใหญ่ร้อยละ 67.22 เห็นด้วยกับโครงการ โดยแบ่งเป็น เห็นด้วยมาก 34.21% และค่อนข้างเห็นด้วย 33.01% ขณะที่มีประมาณร้อยละ 32.78 ไม่เห็นด้วย สะท้อนทั้งโอกาสของโครงการ และบทบาทของภาครัฐในการสื่อสารข้อมูลอย่างต่อเนื่องและโปร่งใส ส่วนกรณีพบว่าเกินครึ่งหรือร้อยละ 54.53 เคยได้ยินแต่เข้าใจเพียงเล็กน้อยเกี่ยวกับโครงการแลนด์บริดจ์นั้น นางสาวรัชดา กล่าวว่า นี่คือโจทย์ที่รัฐบาลต้องเร่งสื่อสารสร้างการรับรู้ ทั้งกลุ่มประชาชนที่ยังไม่เคยได้ยินหรือไม่เข้าใจ ให้เข้าถึงความข้อมูลมากยิ่งขึ้น “นายกรัฐมนตรี ได้กำชับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งสร้างความเข้าใจต่อสาธารณชนเกี่ยวกับโครงการแลนด์บริดจ์ ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของประเทศ พร้อมเปิดรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การตัดสินใจและการขับเคลื่อนโครงการเป็นไปอย่างรอบด้าน และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศ” โฆษกประจำสำนักนายกฯ ระบุ สำหรับนักวิชาการและผู้สนใจหลายฝ่ายออกมาแสดงความคิดเห็นทั้งสนับสนุนและตั้งข้อสังเกตต่อโครงการอย่างต่อเนื่อง แต่ความเห็นที่สอดคล้องกัน คือ โครงการแลนด์บริดจ์เป็นยุทธศาสตร์สำคัญในการยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของไทย ทั้งด้านโลจิสติกส์ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การสร้างงาน และการดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ ซึ่งอาจเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญต่อเศรษฐกิจในระยะยาว อย่างไรก็ตาม ภาครัฐยังให้ความสำคัญกับข้อคำถามสำคัญ อาทิ มูลค่าการลงทุน ความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ รวมถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชนในพื้นที่ โดยทุกประเด็นต้องถูกศึกษาในรายละเอียด เพื่อกำหนดมาตรการรองรับอย่างเหมาะสม ให้โครงการสามารถดำเนินไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ โปร่งใส และตรวจสอบได้ “นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำให้ทุกประเด็นต้องอธิบายได้อย่างชัดเจน แม้ภาพรวมจะได้รับการสนับสนุน แต่ยังมีข้อกังวลจากประชาชน ภาครัฐจึงต้องเร่งสื่อสาร สร้างความเข้าใจ และเปิดรับฟังความคิดเห็นอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การขับเคลื่อนโครงการเป็นไปอย่างรอบคอบและได้รับการยอมรับ” นางสาวรัชดา กล่าว.

