'จตุพร' ยุเพื่อไทยเร่งแก้ รธน. มั่นใจจบไม่สวยแน่

24 ก.ย. 2567 - นายจตุพร พรหมพันธุ์ วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชน เฟซบุ๊คไลฟ์ว่า ความอยากแก้ รธน. 2567 รายมาตรา กำลังเป็นของร้อนของพรรคเพื่อไทยและพรรคร่วมรัฐบาล เพราะคำประกาศแก้ไขใน 6 ประเด็นล้วนมีผลประโยชน์ทับซ้อนกับการมุ่งสนองให้ทักษิณ ชินวัตร ได้ประโยชน์ แต่ไม่ใช่การแก้ปัญหาของบ้านเมืองอีกทั้งกล่าวว่า เมื่อทักษิณและแกนนำพรรคเพื่อไทยกำลังถูกดำเนินคดีกระทำการขัด รธน. กรณีไม่เป็นที่ซื่อสัตย์โดยสุจริต ขาดมาตรฐานทางจริยธรรม และครอบงำพรรคการเมือง ดังนั้น จึงต้องแก้ รธน. แต่สวนความรู้สึกของประชาชนย่อมทำให้พรรคร่วมคงคิดมากอย่างหนักที่จะให้ความร่วมมือกับพรรคเพื่อไทย

นายจตุพร กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยเคยเสนอแก้ รธน.โดยจะเลือกตั้ง สสร.บางส่วนมายกร่างใหม่ แต่ทำถ่วงเวลาไว้ เมื่อเกิดปัญหานรกกำลังจะมาเยื่อน กลับเร่งรีบเสนอแก้ รธน.เป็นรายมาตราก่อน เพื่อหวังจะนำไปเปลี่ยนแปลงข้อเท็จจริงของปัญหาให้เป็นอย่างอื่น

"เมื่อตัวเองรู้ว่าภัยกำลังถึงตัว จึงเสนอแก้ รธน.เป็นรายมาตราเสียก่อนเพื่อเอาให้ตัวเองรอดที่เรียกว่ามีผลประโยชน์เกี่ยวข้อง คิดเป็นอื่นไม่ได้ และความจริงพวกนี้ไม่หลาบจำ เพราะเคยตายกับเรื่องนี้อยู่แล้ว"

พร้อมทั้งย้ำว่า การแก้ รธน.เร่งด่วนนั้น สะท้อนถึงการรักตัวกลัวตาย จึงต้องทำอะไรอย่างสิ้นคิด ดังนั้น ไม่แน่ใจว่า พรรคร่วมรัฐบาลและ สว.จะร่วมมือด้วยหรือไม่ เพราะการเสนอแก้ รธน.อย่างเร่งรีบเป็นการเอื้อประโยชน์เพื่อตัวเองของนักการเมือง พรรคการเมือง สภาซึ่งคิดเป็นอื่นไปไม่ได้ สิ่งสำคัญถ้าจำเป็นต้องแก้ รธน. แล้ว การหลีกปัญหาของตัวเองแล้ว ย่อมไม่มีทางอื่นนอกจากการเลือกตั้ง สสร.มาจัดการแก้ไข

"ดูท่วงทำนองของพรรคร่วมรัฐบาล เริ่มส่งสัญญาณไม่เห็นด้วย เรื่องนี้จะเป็นปัญหา และความจริงเป็นการควักมือเรียกรถถัง เพราะทันทีที่แก้ไขเรื่องนี้ ม็อบที่ว่าจุดไม่ติดนั้น ก็ลองดูแต่ละคนเก่งนักหนา เสนอแก้ไขมาเลยตามที่ประกาศ 6 ประเด็น ผมต้องการคนแน่คนจริงเช่นกัน เราจะได้พิสูจน์กันว่า ถ้าคุณชนะ ทุกอย่างในแผ่นดินนี้คุณก็เอาไป ถ้าแผ่นดินนี้มีความศักดิ์สิทธิ์เหลืออยู่บ้าง คุณจะจบลงอย่างที่คุณเคยจบ สำรองเก็บเสื้อผ้าไว้ด้วยก็แล้วกัน"

นายจตุพร กล่าวว่า การแก้กฎหมายเพื่อประโยชน์แห่งตนนั้น เป็นเรื่องที่ไม่ควรกระทำ อีกอย่างเมื่ออ้างแต่ไฟเขียวให้ทำอะไรก็ได้แล้ว ก็ทำเลย เรามาพิสูจน์กันว่า ไฟเขียวมีจริงหรือไม่

“สิ่งสำคัญช่วง 1 ปีที่ผ่านมา เมื่อได้ประโยชน์จาก รธน. 2560 โหวตให้นายเศรษฐา ทวีสิน เป็นนายกฯ แล้ว กลับทำยื้อเวลา ยังไม่กระตือรือร้นเลือกตั้ง สสร.มาแก้ รธน.เลย จน สว.ชุดเก่าหมดวาระไป กระทั่งปัญหามาจ่อคอหอยตัวเองกลับมารีบเสนอแก้ไข รธน.เพื่อตัวเอง”

อีกทั้งกล่าวว่า หากใช้กระบวนการ สสร.มาแก้ รธน.แล้ว ย่อมไม่ถูกกล่าวหาว่าทำเพื่อตัวเอง แต่เมื่อเกิดกรณีนายเศรษฐาขึ้น แล้วถึงปัญหาสนามกอล์ฟอัลไพน์ และมากรณีครอบงำพรรคการเมืองเข้าบ้านจันทร์ส่องหล้าเมื่อ 14 ส.ค.ที่ผ่านมา จึงเร่งรีบเสนอแก้ รธน. เพื่อตัวเอง ดังนั้น เมื่ออยากทำก็ทำเลย จะได้พิสูจน์ว่า ไฟเขียวมีอยู่จริงหรือไม่

"การอ้างว่ามีไฟเขียว ทำอะไรก็ได้ จนเกิดความเสียหายกับบ้านเมือง อ้างจนเหิมเกริมเสนอทำบ่อนคาสิโนเป็นนโยบายเร่งด่วน แล้วซ่อนขายแผ่นดิน 99 ปีในโครงการแลนด์บริดจ์กับคอนโดฯ อีกทั้งเจรจาเขตพื้นที่แหล่งพลังงานทับซ้อนทางทะเลซึ่งไม่รู้ว่าผลประโยชน์ตกกับประเทศหรือเปล่า ส่วนเรื่องดิจิทัลก็ไม่รู้เป็นอะไรไปแล้ว หาสภาพเดิมไม่เจอ จนมาถึงความอยากแก้ รธน.เพื่อสนองแก้ปัญหาของตัวเอง เอาเลย เราจะได้พิสูจน์กัน"

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เพื่อไทยเล็งเสนอแก้ พ.ร.บ. โรงแรมฯ ปลดล็อกข้อจำกัดที่พักขนาดเล็ก

ปลดล็อกข้อจำกัดที่พักขนาดเล็ก! เพื่อไทยหารือ Airbnb เร่งดัน พ.ร.บ. โรงแรมฯ เข้าสภา พร้อมเสนอแนวคิด ‘ที่พักในภาวะฉุกเฉิน’ ดึงเอกชนช่วยรับมือในสถานการณ์วิกฤต

อย่าอินมาก! นักวิชาการชี้ ภาพ 'ทักษิณ' พบผู้นำอินโดนีเซีย แค่สีสันการเมือง เผย 'ปราโบโว' เพื่อนเก่าทักษิณ พบกันไม่ใช่แปลก ย้ำ นานาชาติเข้าใจ นายกฯ-รัฐบาล ผู้มีอำนาจตัวจริง

ผศ.ดร.วันวิชิต บุญโปร่ง นักวิชาการด้านรัฐศาสตร์ ม.รังสิต กล่าวว่า การพบกันระหว่างนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กับนายปราโบโว ซูเบียนโต ประธานาธิบดีอินโดนีเซีย ไม่ใช่เรื่องผิดปกติ เพราะทั้งสองมีความสัมพันธ์ส่วนตัวที่สั่งสมมาเป็นเวลานาน ภาพที่ออกมา เป็นสีสันการเมืองเท่านั้น

'ธนพร' ซัดขบวนการไอโอ สร้างกระแสอวย 'ทักษิณ' เคลมผลงานปิดดีลกุ้งไทยกับมาเลเซีย

นายธนพร ศรียากูล นักวิเคราะห์การเมือง แสดงความคิดเห็นถึงกระแสข่าวที่ระบุว่า นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นผู้มีบทบาทสำคัญในการแก้ไขปัญหาการส่งออกกุ้งไทยไปยังประเทศมาเลเซีย โดยระบุว่า ข่าวดังกล่าวเป็นเพียงการสร้างกระแสจากผู้สนับสนุนทางการเมืองเท่านั้น

เชียร์ 3 อดีตนายกฯชินวัตร เดินเกมเศรษฐกิจ ชูเป็น 'ทูตเศรษฐกิจภาคประชาชน'

อดีตโฆษกพรรคเพื่อไทย มองการพบปะผู้นำอาเซียนของ “ทักษิณ-ยิ่งลักษณ์-แพทองธาร” เป็นโอกาสสร้างประโยชน์ทางเศรษฐกิจ ย้ำไม่ใช่การวัดพลังการเมือง แต่เป็นการใช้คอนเนกชันส่วนตัวช่วยเปิดตลาดใหม่ ดึงการลงทุน พร้อมวอนกลุ่มที่จับตาเลิกมองด้วยอคติ หันมามองผลลัพธ์ต่อประชาชน

'จตุพร' ฟาดคนเชียร์นิรโทษฯ 112 แค่สร้างภาพ ไม่ช่วยคนติดคุก

“จตุพร” วิจารณ์ผู้ที่หยิบประเด็นคดี ม.112 มาพูดโดยไม่สามารถช่วยผู้ต้องโทษออกจากเรือนจำได้ ระบุการเคลื่อนไหวที่หวังเพียงคะแนนนิยมไม่แก้ปัญหา พร้อมชี้ช่องทางขอพระราชทานอภัยโทษเป็นทางเลือกที่มีโอกาสมากที่สุด

กมธ.งบประมาณชี้ 'บุหรี่เถื่อน' ทำรายได้รัฐหดหาย!

'กมธ.งบฯ 70' ถกภาษีบุหรี่-บุหรี่เถื่อนฉุดรายได้รัฐ พร้อม จี้ 'กรมธนารักษ์' เร่งใช้ที่ราชพัสดุให้เกิดประโยชน์สูงสุด ขณะที่ 'กรวีร์' ย้ำไม่ได้ดูแค่ตัวเลขงบประมาณ แต่ติดตามประสิทธิภาพการใช้เงินพ่วงข้อเสนอแนะ