25 ม.ค. 2565 - ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลอาญานัดฟังคำพิพากษา คดีหมายเลขดำ อ.2890/2562 ที่น.ส.ชลิตา บัณฑุวงศ์ อาจารย์คณะสังคมศาสตร์ ม.เกษตรศาสตร์ เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง ร.อ.ทรงกลด ชื่นชูผล หรือผู้กองปูเค็มเป็นจำเลย ในความผิดฐานหมิ่นประมาทผู้อื่นโดยการโฆษณา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326, 328
คดีนี้โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 2 ต.ค. 2562 จำเลยโพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊กส่วนตัวใช้ชื่อว่า “ผู้กองปูเค็ม” ทำนองว่า“พรุ่งนี้จะยื่นหนังสือร้องอธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กรณี ดร.ชลิตา บัณฑุวงศ์ รองหัวหน้าภาควิชาสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา คณะสังคมศาสตร์ ยุยง ปลุกปั่นประชาชนแยกดินแดน ขัดรัฐธรรมนูญ มาตรา 1 ขอเชิญสื่อมวลชนด้วยครับ" ทำให้เพื่อนในเฟซบุ๊กและบุคคลที่สามเห็นข้อความแล้วแสดงความคิดเห็นด้วยข้อความดูหมิ่นเกลียดชัง และด่าทอโจทก์ด้วยถ้อยคำหยาบคาย ต่อมาวันที่ 3 ต.ค. 2562 เวลาประมาณ 08.00 น.จำเลยไลฟ์สด ผ่านทางเฟซบุ๊ก เผยแพร่ข้อความใส่ความโจทก์ว่า "จัดเต็มแม่งอย่างเดียวครับ นี่คือแม่พิมพ์นะครับ แม่พิมพ์ขอมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์มีแนวคิดกบฏ แยกแผ่นดินนะครับ แล้วลูกศิษย์ลูกหา นิสิตจะเป็นยังไง คงไม่ต้องเดานะครับ" และข้อความว่า “เอาผลประโยชน์การเมืองของตัวเองไปแลกกับผลประโยชน์ของชาติของประเทศ"
จากนั้นเวลาประมาณ 10.30 น. จำเลยยังได้ไลฟ์สดผ่านทางเฟซบุ๊กขณะไปยื่นหนังสือถึงอธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ขอให้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยโจทก์ มีข้อความว่า การกระทำดังกล่าว ส่อว่าเป็นการกล่าวเพื่อให้มีการแบ่งแยกรัฐคือประเทศไทยออก หรือสนับสนุนให้มีการแบ่งแยก หรือเปลี่ยนแปลงรูปแบบของรัฐ อันเป็นความผิดต่อกฎหมายสูงสุดของประเทศ และเป็นการเติมเชื้อไฟให้แก่สถานการณ์ในสามจังหวัดชายแดนอย่างปฏิเสธไม่ได้ และ วันที่ 31 ต.ค. 2562 จำเลยโพสต์ข้อความว่า “การแอบอ้างเสรีทางวิชาการเพื่อแบ่งแยกแผ่นดินนั้น ควรถูกตัดหัวเสียบประจาน จริงมั้ย ชลิตา?” ทำให้โจทก์ถูกดูหมิ่นเกลียดชัง โจทก์มิได้ยุยงปลุกปั่นประชาชนแยกดินแดนแต่อย่างใด
ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว มีคำสั่งให้ยกฟ้อง เนื่องจากเห็นว่า แม้จะเป็นข้อความที่มีถ้อยคำรุนแรงไปบ้าง ก็ถือเป็นเพียงการกล่าวถ้อยคำไม่สุภาพและคำหยาบเท่านั้น ไม่ถึงขนาดเป็นการหมิ่นประมาทโจทก์ หรือทำให้โจทก์เสียชื่อเสียงแต่อย่างใด การกระทำของจำเลยจึงไม่เป็นความผิดฐานหมิ่นประมาท ต่อมาโจทก์ยื่นอุทธรณ์คำสั่ง
ศาลอุทธรณ์ตรวจสำนวนแล้ว เห็นว่า จำเลยไม่ได้วิพากษ์วิจารณ์และแสดงความคิดเห็นในเนื้อหาเกี่ยวกับการเสวนาของจำเลย แต่มุ่งแสดงความเห็นที่เป็นการทำลายชื่อเสียง ศักดิ์ศรี และคุณค่าฐานะทางสังคมของโจทก์ ในชั้นนี้ยังฟังไม่ได้ว่าแสดงความคิดเห็นโดยสุจริต หรือติชมด้วยความเป็นธรรม อุทธรณ์ของโจทก์ฟังขึ้นว่าคดีมีมูล จึงพิพากษากลับให้ประทับรับฟ้องคดีไว้พิจารณา
ศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานโจทก์และจำเลย ประกอบกับระหว่างพิจารณาจำเลยแถลงยอมรับว่าโพสต์ข้อความและถ่ายทอดสด (ไลฟ์สต) ผ่านทางเฟซบุ๊ก มีการเผยแพร่ข้อความและถ้อยคำตามฟ้องจริง ทำให้ประชาชนทั่วไปได้รับชมขณะจำเลยไปยื่นหนังสือถึงอธิการบดี ม.เกษตรศาสตร์ ให้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยโจทก์ จากกรณีที่โจทก์พูดแสดงความคิดเห็นในการเสวนา และอัปโหลดหนังสือดังกล่าวบนหน้าเฟซบุ๊กของจำเลยเพื่อให้เพื่อนในเฟชบุ๊ก ซึ่งเป็นบุคคลที่สามรวมทั้งสื่อมวลชนได้ดาวน์โหลด แล้วสื่อมวลชนหลายสำนักนำไปเผยแพร่ทั่วประเทศ เห็นว่าข้อความของจำเลยที่ระบุว่า โจทก์ยุยงปลุกปั่นประชาชนแยกดินแดนนั้น ไม่ใช่การแสดงความคิดเห็นหรือติชม เพราะไม่มีข้อเท็จจริงหรือเหตุผลตามความคิดเห็นของจำเลย ไม่มีการวิพากษ์วิจารณ์แนวคิดของโจทก์ในการเสวนาว่าไม่ถูกต้องอย่างไร มีเพียงการใส่ความโดยการกล่าวหาเรื่องร้ายให้แก่โจทก์ด้วยข้อหาร้ายแรงว่ายุยงปลุกปั่นประชาชนแยกดินแดน เป็นเหตุให้ต้องยื่นหนังสือถึงอธิการบดี ม.เกษตรศาสตร์ ตั้งกรรมการสอบสวนวินัยโจทก์ ทำให้เพื่อนในเฟซบุ๊กหรือบุคคลทั่วไปที่อ่านข้อความเข้าใจไปตามข้อความของจำเลย ส่งผลกระทบต่อเกียรติและสถานะทางสังคมของโจทก์ มิใช่การติชมด้วยความเป็นธรรมตามวิสัยของประชาชนย่อมกระทำ แม้จำเลยไม่มีเหตุจูงใจส่วนตัวเพื่อกลั่นแกล้งใส่ความโจทก์ แต่จำเลยย่อมเล็งเห็นได้ว่า ข้อความหรือคำพูดของจำเลยดังกล่าวจะทำให้โจทก์เสียหาย
จึงพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 328 การกระทำเป็นความผิดหลายกรรมต่างกันให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวล กฎหมายอาญา มาตรา 91 ให้จำคุกกระทงละ 6 เดือน และปรับกระทงละ 50,000 บาท รวม 2 กระทง เป็นจำคุก 12 เดือน และปรับ 100,000 บาท อย่างไรก็ตามพิเคราะห์พฤติการณ์แห่งคดีประกอบกับไม่ปรากฏว่าเคยได้รับโทษจำคุกมาก่อน เห็นสมควรให้โอกาสจำเลยกลับตนเป็นพลเมืองดี โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปี กับให้จำเลยลบข้อความหรือคลิปไลฟ์สดที่มีข้อความหรือคำพูดหมิ่นประมาทโจทก์ตามคำพิพากษา
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ดร.ณัฏฐ์ ชี้ชัด พรก.กู้เงิน 4 แสนล้าน เข้าข่ายฉุกเฉินตาม รธน.
“ดร.ณัฏฐ์” ระบุรัฐบาล “อนุทิน” มีอำนาจออก พรก.กู้เงินแก้วิกฤติพลังงาน เหตุเข้าข่ายภัยความมั่นคงทางเศรษฐกิจและกรณีเร่งด่วนตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 172 ย้ำศาลรัฐธรรมนูญมีอำนาจวินิจฉัยภายใน 60 วัน หากฝ่ายค้านรวบรวมรายชื่อ สส.ยื่นตรวจสอบความชอบด้วยกฎหมายของ พรก.ดังกล่าว
สะท้อนจิตใต้สำนึก! คำมั่น 'เท้ง' หลังรับสนองพระบรมราชโองการ
รศ.หริรักษ์ สูตะบุตร อดีตรองอธิการบดีฝ่ายบริหารบุคคล มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า “ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรครับ ผมขอให้คำมั่นสัญญาต่อพ่อแม่พี่น้องประชาชน
'จุลพันธ์' ย้ำจุดยืนเพื่อไทย แก้ รธน. ทุกฝ่ายยอมรับได้ ชี้เวลานี้แก้ปากท้องสำคัญที่สุด
นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ในฐานะหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีจุดยืนของพรรคเพื่อไทยยังเดินหน้า
ดราม่าแดงเดือดลาม! 'นิกกี้' แจ้งจับเกรียนคีย์บอร์ดด่าบุพการี ตร.เตรียมออกหมายเรียก
“นิกกี้ ณฉัตร” ดารานักแสดงและพิธีกรชื่อดัง พร้อมด้วย นายกองตรี ดร.ธนกฤต จิตรอารีย์รัตน์ ทนายความ กรณีถูกบุคคลโพสต์ข้อความในลักษณะก่อให้เกิดความเสียหาย ระหว่างการถ่ายทอดสดการแข่งขันฟุตบอลคู่แดงเดือด
กัมพูชามั่ว! ไทยอย่ารั่วตาม 'ไกล่เกลี่ยภาคบังคับ' ไม่จำเป็น
รศ.ดร.ชิดตะวัน ชนะกุล อาจารย์คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กในหัวข้อ *กัมพูชามั่ว…ไทยอย่ารั่วตาม! โดยระบุว่า
ฟันธง! ศึกชิง 50 สก. ได้สภา กทม. 4 สี 'เขียว-ส้ม-ฟ้า-แดง'
นักวิชาการคาด ศึกชิง สก. 50 ที่นั่ง ได้สภากทม.สี่สี 'เขียว-ส้ม-ฟ้า-แดง' มองพวกแอบอ้างโหนชัชชาติจบแล้ว ชี้คนกรุงฉลาด เลือกผู้ว่าฯ เมืองหลวง ต่างจากสนามการเมืองระดับชาติ

