22 ม.ค.2568 - นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์คลิปพร้อมเนื้อหาบนเฟซบุ๊กในหัวข้อ “ยึดหลักประชาธิปไตย ต้องทำประชามติ” ระบุว่า ผมคนหนึ่งที่เปิดประเด็นเรียกร้องให้รัฐบาลทำประชามติ สอบถามความเห็นของประชาชน เรื่องการจะสร้างบ่อนกาสิโนหรือไม่เป็นคนแรกๆ เพราะส่วนตัวเคยเป็น คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาการเปิดสถานบันเทิงแบบครบวงจร (เอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์) การจัดเก็บรายได้ และภาษีจากธุรกิจกาสิโนถูกกฎหมาย และมาตรการในการป้องกัน และแก้ไขปัญหาบ่อนการพนันผิดกฎหมาย การแพร่ระบาดของตู้เกมพนันไฟฟ้าและการพนันออนไลน์ สภาผู้แทนราษฎร มาก่อน ได้รับฟังข้อดีและข้อเสียของบ่อนกาสิโนของทั้ง 2 ฝ่าย และต่างฝ่ายต่างก็มีเหตุผลน่ารับฟังทั้งสิ้น ทำให้ลังเลไม่สามารถตัดสินใจได้ว่า ควรจะมีการสร้างบ่อนกาสิโนหรือไม่ จึงขอเสนอให้รัฐบาลจัดทำประชามติ ถามความเห็นของประชาชนคนไทยทั้งประเทศดีกว่า เพื่อรองรับผลกระทบเกิดขึ้นในอนาคต ด้วยเหตุผลดังต่อไปนี้คือ
1.ไม่มีพรรคการเมืองใดชูนโยบายเปิดบ่อนกาสิโนในการหาเสียงประชาชนโดยตรง ทำให้ประชาชนไม่ได้พิจารณาเลือกนโยบายของพรรคการเมืองเลย
2.ไม่ได้ระบุเรื่องการสร้างบ่อนกาสิโน ในคำแถลงนโยบายต่อรัฐสภา มีเพียงนโยบายเพิ่มแหล่งท่องเที่ยวที่มนุษย์สร้างขึ้น (Man-made Destination)เช่น สวนน้ำ สวนสนุก ศูนย์การค้าสถานบันเทิงครบวงจร (Entertainment complex) นำคอนเสิร์ต เทศกาล และการแข่งขันกีฬาระดับโลก
3.การเปิดบ่อนกาสิโน เป็นเรื่องสำคัญระดับชาติ ประชาชนคนไทยทั้งประเทศ ต้องมีมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ
4.การเปิดบ่อนกาสิโนมีผลกระทบทางสังคม และมีผลต่อระบบเศรษฐกิจ ต้องให้ประชาชนชั่งน้ำหนัก และเลือกระหว่างปัญหาสังคมกับรายได้ทางเศรษฐกิจ
5.จะได้พิสูจน์คำกล่าวของนายทักษิณว่า เสียงส่วนใหญ่สนับสนุนให้มีกาสิโน มีแต่เสียงส่วนน้อยที่คัดค้าน ทำตัวเป็นไอ้เข้ขวางคลอง จริงหรือไม่
6.เพื่อยืนยันความคิดของนายทักษิณในสมัยพรรคไทยรักไทย ที่ต้องการสร้างบ่อนกาสิโนก่อนประเทศสิงคโปร์ ว่าถูกคัดค้านจากพวกมือถือสากปากถือศีล ถูกต้องหรือไม่
7.ถ้านายทักษิณมั่นใจว่า นโยบายเปิดบ่อนกาสิโน จะได้รับเสียงสนับสนุนจากประชาชนแน่นอน ทำไมไม่กล้าทำประชามติ จะได้มีข้อยุติไม่ต้องถกเถียงกันต่อไป
สำหรับการที่นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้สัมภาษณ์ว่า การที่รัฐบาลเปิดบ่อนกาสิโนเป็นเรื่องที่ได้แถลงนโยบายต่อรัฐสภา จึงอยากให้เป็นไปตามกระบวนการทางประชาธิปไตย ไม่ฟังข้อเสนอให้ทำประชามติของพรรคร่วมรัฐบาลอย่างพรรคประชาธิปัตย์
ถ้าหากต้องการให้เป็นไปตามหลักประชาธิปไตยจริง ต้องยึดเสียงข้างมาก รัฐบาลต้องทำประชามติ ถามความเห็นของประชาชนทั่วประเทศ ถึงจะเป็นหลักประชาธิปไตยที่ถูกต้อง ไม่ใช่มามัดมือชกกันแบบนี้
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'กรวีร์' กระตุกปม 'สสร.' หวั่นซ้ำรอยประชามติ
“กรวีร์” มองปม สสร.ไม่อยากเห็นการเดินหน้าแก้รธน.แล้วโดนแพ้ฟาล์ว ชี้ความเห็นไม่ใช่คำวินิจฉัยหวั่นซ้ำรอยประชามติ
'ดร.ณัฏฐ์' ชี้กับดักแก้ รธน. ต้องผ่านด่าน สว. 67 เสียง
นักกฎหมายมหาชนชื่อดังวิเคราะห์ แม้ประชามติรอบแรกมีผู้เห็นชอบกว่า 21.2 ล้านเสียง แต่การแก้รัฐธรรมนูญเพื่อนำไปสู่ฉบับใหม่ยังติด “กฎเหล็ก 2 ชั้น” ตามมาตรา 256 ต้องได้เสียง สว. ไม่น้อยกว่า 67 คนทั้งวาระ 1 และวาระ 3 มองโอกาสผ่านร่างแทบเป็นศูนย์หากรวบรวมเสียงวุฒิสภาไม่ได้
'ไอติม' เล่นใหญ่! ปลุก 21 ล้านเสียง ชน 'ระบอบสีน้ำเงิน'
ที่รัฐสภา นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) ให้สั
กางไทมไลน์จัดทำรธน.ฉบับใหม่ คาดประกาศใช้กลางปี 72
“นิกร" เผยไทม์ไลน์จัดทำ รธน.ฉบับใหม่ คาดประกาศใช้ เม.ย.-พ.ค.72 เข้าวาระแรก มิ.ย.69 โหวตวาระ 2-3 ต.ค. 69 ทำประชามติครั้งที่สอง ม.ค.- ก.พ. 70 ประชามติครั้งที่สาม ก.พ. 72
เคาะกะลาแตก! นักวิชาการ ชี้แถลงการณ์พรรคส้มตีความหลักประชาธิปไตยแบบแข็งทื่อ คับแคบ
รศ.ดร.บุญส่ง ชเลธร สถาบันรัฐประศาสนศาสตร์ฯ มหาวิทยาลัยรังสิต เผยแพร่บทความเรื่อง "เมื่อความหวาดระแวงถูกยกให้เป็นหลักประชาธิปไตย" มีเนื้อหาดังนี้
'ภราดร' ลั่นภูมิใจไทย พรรคแรกประกาศตัวจัดทำ รธน.ใหม่ ขานรับผลประชามติ
นายภราดร ปริศนานันทกุล รมต.ประจำสำนักนายกฯ ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคภูมิใจไทยว่า วันที่ 19 พ.ค. จะเสนอร่างให้ที่ประชุมสส.ของพรรคพิจารณา หากที่ประชุมเห็นชอบจะเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคภูมิใจไทยต่อประธานรัฐสภาวันที่ 20 พ.ค.

