'สว.อังคณา' เปิดข้อสังเกต การเสียชีวิต 'อดีตผู้กำกับโจ้'

8 มีนาคม 2568 - นางอังคณา นีละไพจิตร สมาชิกวุฒิสภา (สว.) และประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การพัฒนาการเมือง การมีส่วนร่วมของประชาชน สิทธิมนุษยชน สิทธิเสรีภาพ และการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา โพสต์เฟซบุ๊ก ว่า กรณี ผกก. โจ้ ถือเป็นการเสียชีวิตระหว่างการควบคุมตัวในเรือนจำ แม้ทางทัณฑสถานจะแจ้งว่าเป็นการฆ่าตัวตาย แต่มีหลายสิ่งที่เป็นข้อสังเกต คือ

1. ก่อนการเสียชีวิตไม่นาน ครอบครัวได้ร้องเรียนต่อกรมราชทัณฑ์ว่า ผกก โจ้ถูกทำร้ายร่างกายโดยผู้คุม ซึ่งมีเอกสารทางการแพทย์ยืนยันปรากฏรอยช้ำจากของแข็งไม่มีคม ที่จริงเรื่องนี้ตาม พรบ ทรมานอุ้มหาย ญาติสามารถร้องเรียนต่ออัยการ หรือฝ่ายปกครองได้หากเกรงว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรมในการสอบสวน กรณีนี้ชี้ให้เห็นว่าเรือนจำไม่ได้แจ้งสิทธิแก่ครอบครัว อีกทั้งครอบครัวก็อาจไม่รู้กฎหมาย

2. #การแยกขังเดี่ยว จากประสบการณ์ตรวจเยี่ยมเรือนจำ กรณี ผตข/นักโทษ ที่กระทำผิด จนท อาจทำโทษ ผตข โดยการขังเดี่ยว ในห้องที่ไม่มีแสงสว่าง และมีความแคบมากๆ แต่ไม่เคยพบว่ามีนักโทษคนใดสามารถร้องขอเพื่ออยู่คนเดียวในเรือนนอนปกติได้เนื่องจากความแออัดของเรือนจำ

3. โดยปกติในเรือนนอนแต่ละห้องจะมี ผตข/นักโทษ นอนรวมกันหลายคน โดยจะเปิดไฟส่องสว่างทั้งคืน เวลามีใครเจ็บป่วย ผตข จะช่วยกันตะโกนเรียกผู้คุม อย่างไรก็ดีในยามวิกาลผู้คุมมีจำนวนน้อย ทำให้ผู้คุมมักไม่ขึ้นเรือนนอน อาจเนื่องจากกลัวถูก ผตข ทำร้าย ทำให้ต้องรอจนเช้าจึงจะได้รับการรักษา หรือหากมีการเสียชีวิต ก็มักต้องรอจนเช้าจึงจะนำศพออกไปได้ เรื่องนี้ ผตข/นักโทษ ทุกคนทราบดี

4. ในเรือนจำมักมี #ขาใหญ่ ซึ่งเป็นนักโทษที่อยู่มานานและได้รับความไว้วางใจจากผู้คุมให้เป็นผู้ช่วยดูแล ผตข/ นักโทษ ที่เข้าไปใหม่ ซึ่งหลายครั้งพบมีการทำร้ายกันเอง รวมถึงการล่วงละเมิดทางเพศ กรณีทำร้ายถึงตายก็มีมาแล้ว โดยเฉพาะ ผตข ที่เป็นตำรวจ มักมีคู่กรณีที่ถูกจำคุกอยู่และพร้อมเอาคืน เรื่องนี้โดยมากเรือนจำมักมีมาตรการป้องกันอยู่แล้ว

กรณีการเสียชีวิตของอดีต ผกก โจ้ แม้จะเป็นนักโทษคดีอุจฉกรรจ์ แต่ก็ต้องได้รับการสอบข้อเท็จจริงอย่างโปร่งใสและเป็นธรรม เพราะทุกคนมีสิทธิในชีวิตและร่างกายเท่าเทียมกัน และจะต้องไม่ถูกทรมานทารุณกรรมโดยปราศจากการคุ้มครองทางกฎหมาย

ดังนั้น สังคมจึงไม่ควรซ้ำเติมครอบครัว หรือมองว่าเป็นการสมควรแล้ว เพราะหากมีการทรมานเกิดขึ้นจริงตามข้อร้องเรียนของครอบครัว ครอบครัวก็มีสิทธิเข้าถึงความยุติธรรม และได้รับการเยียวยาตามกฎหมาย

อยากเห็นบทบาทของคณะกรรมการทรมานซึ่ง รมต ยุติธรรม เป็นประธาน ตรวจสอบเรื่องนี้อย่างจริงจัง ไม่ใช่มีเรื่องร้องเรียนจากครอบครัวถึงหน่วยงานต้นสังกัดโดยคณะกรรมการไม่ทราบเรื่อง เพราะนั่นหมายถึงความล้มเหลวในการบังคับใช้ พรบ.ทรมานอุ้มหาย ในประเทศไทย

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เรือนจำกลางคลองเปรม เคาะ 'ทักษิณ' ติด 1 ใน 10 รายชื่อ คุณสมบัติผ่านเกณฑ์พักโทษ

คกก.พักโทษเรือนจำกลางคลองเปรม มีมติที่ประชุมเห็นชอบ "ทักษิณ" ติด 1 ใน 10 รายชื่อผู้ต้องขังผ่านเกณฑ์พักโทษกรณีทั่วไป ส่งต่อ คกก.พักโทษระดับกรมราชทัณฑ์

'ศรีสุวรรณ' บุกกระทรวงยุติธรรม ค้านพักโทษ 'ทักษิณ' จี้ต้องดำเนินคดีต่อกับพวกกว่า 5 คน

นายศรีสุวรรณ จรรยาผ็นำองค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน ได้เดินทางมายื่นหนังสือถึง รมว.กระทรวงยุติธรรม ปลัดกระทรวงยุติธรรม และอธิบดีกรมราชทัณฑ์ เพื่อคัดค้านการพิจารณาพักการลงโทษ นช.ทักษิณ ชินวัตร

'พินทองทา' เผย 'ทักษิณ' นับวันรอได้พักโทษอีก 2 เดือน

"โอ๊ค-เอม" ตัวแทนครอบครัวเยี่ยม "ทักษิณ" ครั้งที่ 48 หลังคุมขังมาแล้ว 6 เดือน 7 วัน "พินทองทา" เผย “ทักษิณ” นับวันรอพักโทษ อีกเพียง 2 เดือน ถือคติต้องไม่เครียด ส่งกำลังใจให้กันและกัน เชื่อ คนข้างในกำลังใจดี-ไม่เศร้า คนรอก็กำลังใจดีตามไปด้วย ส่วน “สภา สส.” เตรียมโหวตชื่อนายกฯ “ทักษิณ” ยังไม่ได้ฝากอะไรถึงพรรคเพื่อไทย ส่วนใหญ่คุยเรื่องหลานและสุขภาพ ไม่คุยการเมือง

ราชทัณฑ์ แจงกรณี 'แอมป์ ณวรรษ' ผู้ต้องขังคดี112

กรมราชทัณฑ์ออกแถลงการณ์ตามที่ปรากฏข้อมูลในสื่อสังคมออนไลน์เกี่ยวกับกรณีผู้ต้องขัง “นายณวรรษ เลี้ยงวัฒนา”หรือ “แอมป์” ผู้ต้องขังคดีมาตรา 112 ซึ่งถูกคุมขังอยู่ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร มีอาการป่วยและถูกกักโรคภายในเรือนจำ โดยมีข้อกังวลเกี่ยวกับการติดเชื้อโรคฝีดาษวานร (Monkeypox) นั้น

'รุทธพล' แจงปมค้านพักโทษ 'ทักษิณ' รอราชทัณฑ์ชี้แจงเพิ่ม ย้ำให้พิจารณาตามกฎหมาย

พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม กล่าวถึงกรณีที่กลุ่ม คปท. มีหนังสือต่อ รมว.ยุติธรรม เรื่องการขอให้ทบทวนการพักโทษ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เพราะในการต้องโทษจำคุกครั้งแรกไม่ได้รับการคุมขังจริง