ดร.เสรี ฟาดแรง! กลัวส้มจนกล้าอุ้มซากศพ

ดร.เสรี วงษ์มณฑา ฟาดพรรรการเมืองบางพรรคใช้กระแสต้านพรรคส้มบังหน้า เพื่อ “อุ้มซากเน่า” ทางการเมือง ชี้ทั้งพรรคส้มและพรรคแดงต่างทำลายประเทศ

25 มิถุนายน 2568 - ดร.เสรี วงษ์มณฑา นักวิชาการด้านการตลาดและการสื่อสาร  โพสต์ เฟซบุ๊กว่า “กลัวส้มกันมาก แต่ไม่กลัวแดง

ทั้ง 2 พรรคต่างสร้างปัญหาให้ประเทศ

พรรคหนึ่งขี้โกงพร้อมที่จะเอาผลประโยชน์ชาติไปให้คนอื่นเพื่อผลประโยชน์ตน

ออกนโนยายที่มีผลประโยชน์ทับซ้อน คอร์รัปเชิงนโยบาย

อีกพรรคหนึ่งเซาะกร่อนบ่อนทำลายสถาบันพระมหากษัตริย์

แต่อยากชวนคิดว่า 2 นี้พรรคไหนอำมหิตกว่ากัน พรรคไหนเอาเปรียบคนอื่นมากกว่ากัน พรรคไหนจัดการยากกว่ากัน พรรคไหนใช้เงินปูทางในการทำชั่ว พรรคไหนวางขุมข่ายเอาไว้ช่วยทำชั่วมากกว่ากัน

ลองคิดใหม่นะว่าเรากลัวถูกพรรคหรือเปล่า หากจะปราบ หากจะสู้ หากจะจัดการ เราจะจัดการพรรคไหนได้สำเร็จด้วยตุลาการภิวัตน์

การที่เรากลัวส้ม ทำให้พรรคบางพรรคที่กำลังอุ้มซากเน่า เอามาเป็นข้ออ้างในการอุ้มซากเน่าว่าดีกว่าทำงานกับส้ม

การพูดว่าทำเพื่อชาติน่าจะเป็นเพียงวาทกรรมให้คนพูดดูเหมือนเป็นคนหัวใจหล่อ แต่แท้จริงก็เพื่อตนเองแหละน่า”.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

แสนคนด่า...แต่ว่าล้านคนรัก

เมื่อนักการเมืองคนหนึ่งทำตัวชั่วร้ายแบบมีหลักฐานเชิงประจักษ์ชัดเจนจนกลายเป็นคดีความและผ่านการไต่สวนของศาล จนถูกตัดสินว่ามีความผิดจริงต้องติดคุกติดตาราง แต่เขาก็ใช้อำนาจทางการเมืองและทางการเงินเอาชนะกระบวนการยุติธรรมของไทย ทำให้กฎหมายไม่ศักดิ์สิทธิ์ ทำให้คำตัดสินของศาลไร้ความหมาย ประชาชนผู้รักความยุติธรรม

วิกฤตในคราวนี้...สามัคคีคือพลัง

ด้วยความรักและความห่วงใยบ้านเมือง เมื่อเราติดตามสถานการณ์ของบ้านเมืองเรา ก็จะเห็นว่าบ้านเมืองเรากำลังเผชิญกับวิกฤตทั้งศึกนอกและศึกในที่พวกเราต้องสามัคคีและร่วมมือกันในการฝ่าวิกฤตครั้งนี้

ใครทำให้เสือกลายเป็นแมวขี้เซา

ตอนเด็กๆ จำได้ว่าคุณครูบอกว่าประเทศไทยเป็น 1 ในเสือ 3 ตัวของ ASEAN ร่วมกับสิงคโปร์และมาเลเซีย บัดนี้ 2 ประเทศนั้นก็ยังคงเป็นเสือ มีความเจริญก้าวหน้าเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

กว่าจะรู้ตัวก็เกือบจะสาย

จำได้ว่าเมื่อจบปริญญาตรีน้ำหนักตัว 49 กิโลกรัม เอว 22 รู้สึกว่าตัวเองผอมเกร็ง ไปเรียนต่อปริญญาโทที่อเมริกาครั้งแรก กลับมาน้ำหนักตัว 55 กิโลกรัม ก็รู้สึกว่าดูดีขึ้นไม่อ้วนไม่ผอม สอนอยู่ 2 ปี

ทำดีย่อมได้ดี

ช่วงรอยต่อระหว่างปี 2568 กับปี 2569 ได้ดูพลุ Count down จากห้องในโรงพยาบาล เพราะว่ามีอาการเจ็บไข้อย่างรุนแรง ต้องเข้าโรงพยาบาลตั้งแต่วันที่ 11 ธันวาคม

เลวยันเงา

เวลานี้เรามีบุคคลสาธารณะจำนวนมากที่เป็นคนเลวแบบที่เขาพูดกันว่า “เลวยันเงา” หมายความว่า “เลวมาก” ไม่เพียงแต่ตัวเองเลว แม้แต่ “เงา” ก็เลว สำหรับคนประเภทนี้ บางคนด่าว่า