ผบ.ทสส. แจง กมธ.งบประมาณ ปราบแก๊งคอลเซนเตอร์กัมพูชา ประสานนานาชาติ ตัดคน-กลุ่มทุน-เทคโนโลยี ย้ำ แก้ปัญหาชายแดนยึดทวิภาคี
27 มิถุนายน 2568 - ที่รัฐสภา พล.อ.ทรงวิทย์ หนุนภักดี ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.ทสส.) กล่าวในการชี้แจงงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณงบประมาณ พ.ศ. 2569 ในส่วนของกองทัพไทย ตอนหนึ่งว่า สถานการณ์ภัยคุกคามในปัจจุบันยังเป็นเรื่องของการ แข่งขันการขยายอำนาจ และกำลังทางทหาร ในภูมิภาค รวมถึงภัยคุกคามกลุ่มทุนสีเทา ที่มีความรุนแรงมากขึ้น ทั้งนี้บทบาทหน้าที่ของกองทัพไทยในการดำเนินการให้ 3 เหล่าทัพปฏิบัติร่วมกันได้ ในการส่งผ่านข้อมูลกับกองทัพบก สามารถรู้ได้ว่าหน่วยปฏิบัติการกลยุทธ์อยู่ณจุดใด รวมถึงมีระบบที่สามารถเชื่อมต่อข้อมูลได้ ซึ่งจะนำไปสู่ภาพรวมการปฎิบัติ ในกระทรวงกลาโหม และกองบัญชาการกองทัพไทย
สำหรับในงบประมาณปี 2569 กองทัพไทยได้ของบประมาณเพื่อไปดำเนินการเช่นเดียวกันกับกองทัพเรือ และกองทัพอากาศ เพื่อให้รู้การปฏิบัติงานทั้ง 3 มิติ รวมถึงการปฎิบัติการด้านไซเบอร์
พล.อ.ทรงวิทย์ ย้ำอีกว่าโครงการคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า มีความจำเป็น ซึ่งเป็นโครงการเริ่มตั้งแต่ปี 2568 ไปจนถึงปี 2570 ซึ่งทุกแพลตฟอร์มของ3 เหล่าทัพ หากไม่สามารถครองคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าได้ ไม่สามารถติดต่อสื่อสารระบบอาวุธได้ การเอาชนะสงครามในปัจจุบัน ต้องครองคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าให้ได้
พล.อ.ทรงวิทย์ กล่าวอีกว่า สำหรับสถานการณ์ตามแนวชายแดนกองทัพยืนยัน ยึดมั่นตามกฏหมายระหว่างประเทศและเราต้องการการเจรจาในระดับทวิภาคี ทั้งระดับรัฐมนตรีกลาโหม ระดับผู้บัญชาการทหารสูงสุด และระดับกองทัพภาค ซึ่งงบประมาณที่ได้มา จะนำไปขับเคลื่อนการดำเนินการดังกล่าว จะเห็นได้ว่าเนื้อหาการประชุมจะเพิ่มขึ้นทุกปีเพราะปัญหามีความซับซ้อน อย่างไรก็ตามกองทัพไทยยังเป็นพาร์ทเนอร์สนับสนุนการสร้างสันติภาพให้กับสหประชาชาติ ไปประเทศเซาท์ซูดาน
พล.อ.ทรงวิทย์ ยังกล่าวถึงการปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์ซึ่งยืนยันว่าไม่สามารถหยุดได้ เนื่องจากว่ามีการเปลี่ยนพื้นที่ไปตลอดเวลา ซึ่งการปฎิบัติการในปัจจุบัน ยังไม่สามารถทำให้คดีการหลอกลวงจากแก๊งคอลเซ็นเตอร์ลดลง ยังต้องอาศัยการปฏิบัติการที่ต่อเนื่อง ซึ่งในเร็ววันนี้จะมีการพูดคุยกับนานาชาติ เพื่อขอความร่วมมือ ในการช่วยกันสนับสนุน ปราบปราม โดยจะมีจเรตำรวจแห่งชาติ นำทีมปฏิบัติ
สิ่งที่ต้องจัดการก็คือ ตัดคนที่อยู่ในกระบวนการ กลุ่มทุนเทา พร้อมตัดเทคโนโลยี รวมถึงระบบการเงิน การฟอกเงิน หากทำ 3 เรื่องนี้ได้ ปัญหาจะลดลง ซึ่งยืนยันว่ามีการย้ายฐานอยู่ตลอดเวลา
ขณะที่การแก้ไขปัญหายาเสพติด เรามีการกวาดล้างจับกุมได้มากขึ้น แต่ไม่ได้แก้ปัญหา เนื่องจากยาเสพติดผลิตจากนอกประเทศ สิ่งที่ต้องทำ คือตัดพลังงาน ที่ใช้ในการผลิต รวมถึงสารตั้งต้น สำหรับขบวนการค้ามนุษย์ ยืนยันว่าที่ผ่านมา จับกุม หัวขบวนการใหญ่ได้น้อยมาก
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
โมเดลไทยผงาด! ระบบ 'SHIELD' สกัดแก๊งคอลเซ็นเตอร์
โมเดลไทยผงาดเวทีโลก สำนักงานตำรวจแห่งชาติโชว์ความสำเร็จ 'IAC Warroom' ดันระบบ 'SHIELD' สกัดแก๊งคอลเซ็นเตอร์และค้ามนุษย์
รวบขาใหญ่ยากูซ่าคาสนามบิน หลอกโอนเงินกว่า 200 ล้านบาท ก่อนหนีซุกไทย
กองบังคับการปฏิบัติการพิเศษ (บก.ปพ.) ร่วมกับ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง โดย กองกำกับการสืบสวนสอบสวน (บก.สส.) และเจ้าหน้าที่ตำรวจศูนย์ ACSC ร่วมกันควบคุมตัว นายทาคาฟุมิ (MR.TAKAFUMI) อายุ 31 ปี สัญชาติญี่ปุ่น เป็นบุคคลต้องห้ามตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2522 มาตรา 12(7) มีพฤติการณ์เป็นที่น่าเชื่อถือว่าเป็นบุคคลที่เป็นภัยต่อสังคมหรือจะก่อเหตุร้ายให้เกิดอันตรายต่อความสงบสุข
สายด่วน 1441 ช่วยเหยื่อสแกมเมอร์ พบโทรแจ้งเพิ่ม ตัวเลขเสียหายลดลง
'ศูนย์ AOC 1441' ด่านหน้าช่วยเหลือประชาชน หนุนรัฐบาลลุยปราบสแกมเมอร์ ย้ำหลัก 'ปิดชื่อ ถือพฤติกรรม' ไม่มีข้อยกเว้น
รวบหัวหน้าแก๊งคอลเซ็นเตอร์ชาวญี่ปุ่น ตั้งฐานปฏิบัติการอยู่ในกัมพูชา
ตำรวจ ตม.สืบสวนจับกุมหัวหน้าแก๊งคอลเซ็นเตอร์ชาวญี่ปุ่น ตั้งฐานสแกมเมอร์ในกัมพูชาหลอกลวงคนในประเทศเสียหายหลายพันล้านเยน ตำรวจญี่ปุ่นประสานความร่วมมือตามรวบได้ย่านทองหล่อ
รวบแก๊งคอลเซ็นเตอร์ 'นายร้อยปอยเปต' หลอกโอนเงิน 76 คดี เสียหาย 123 ล้าน
ตำรวจปฏิบัติการ The Red Line เส้นตาย สายกดเงินนายร้อยปอยเปต ลวงหมออ้างเกี่ยวข้องกับการฟอกเงินบังคับวีดีโอคอลโดยมีฉากหลังเป็นสถานีตำรวจ พบประวัติพัวพัน 76 คดี เสียหาย 123 ล้าน

