09 ก.ค.2568 – นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์คลิปพร้อมเนื้อหาในหัวข้อ “ท้าเพื่อไทย ใช้นโยบาย“กาสิโน”หาเสียง” ระบุว่า การประชุมคณะรัฐมนตรีเ มื่อวันอังคาร(8 ก.ค. 2568) ที่ผ่านมา ที่ประชุมได้มีมติให้ถอนร่าง พ.ร.บ.สถานบันเทิงครบวงจร หรือเอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ ตามที่กระทรวงการคลังเสนอ โดยให้เหตุผลว่า หลังจากมีการปรับ ครม.ใหม่แล้ว ก็เป็นประเด็นที่เกี่ยวข้องกับภาคสังคม ต้องให้เวลาในการทำความเข้าใจกับสังคมด้วย ซึ่งแสดงให้เห็นว่า รัฐบาลไม่พร้อมที่จะเดินหน้า พ.ร.บ.สถานบันเทิงครบวงจร หรือบ่อนกาสิโน ท่ามกลางเสียงคัดค้านจากทุกภาคส่วนของสังคม และเสียงคัดค้านจากพรรคร่วมรัฐบาลบางพรรค ทำให้ไม่มีความเป็นเอกภาพ จึงทำให้คณะรัฐมนตรีได้มีมติถอนร่าง พ.ร.บ.สถานบันเทิงครบวงจรไปก่อน
ผมเคยวิเคราะห์เรื่องนี้ว่า พ.ร.บ.สถานบันเทิงครบวงจร หรือบ่อนกาสิโน รัฐบาลเดินหน้าต่อไปไม่ได้ นอกจากทุกภาคส่วนคัดค้านแล้ว ยังมีพรรคการเมืองร่วมรัฐบาลบางพรรคไม่เห็นด้วย ไม่สนับสนุนอีก แต่สัญญาณที่ชัดเจน คือฝ่ายอนุรักษ์นิยม ได้ส่งสัญญาณว่าไม่เอาบ่อนกาสิโน จึงเห็นจากการแสดงออก และท่าทีของนายไชยชนก ชิดชอบ เลขาธิการพรรคภูมิใจไทย ได้แสดงออกประกาศจุดยืนกลางที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร นั่นคือสัญญาณสำคัญ ที่รัฐบาลจะต้องเลื่อนออกไป หรือถอยออกไปก่อน ซึ่งความหมายก็คือ การเลื่อนก็เท่ากับเลิก ถ้าถอยก็เท่ากับถอน ซึ่งวันนี้รัฐบาลก็พยายามที่จะรักษาหน้า โดยใช้คำว่าถอน พ.ร.บ.สถานบันเทิงครบวงจรออกไปก่อน ทั้งที่รัฐบาลควรที่จะยกเลิกกฎหมายฉบับนี้ไปทันที
ถ้าพรรคเพื่อไทยต้องการที่จะเดินหน้า ผลักดันการสร้างสถานบันเทิงครบวงจร หรือบ่อนกาสิโนจริง ก็ควรนำเรื่องนี้ไปเป็นนโยบายหาเสียงกับพี่น้องประชาชนในการเลือกตั้งครั้งหน้า ซึ่งจะได้คำตอบระดับหนึ่ง เพราะพรรคเพื่อไทยยืนกระต่ายขาเดียวไม่ยอมทำประชามติ เมื่อไม่ยอมทำประชามติโดยตรง ก็ต้องเป็นประชามติทางอ้อม นั่นก็คือใช้เป็นนโยบายหาเสียงของพรรคเพื่อไทย ถ้าประชาชนเห็นด้วย และพรรคเพื่อไทยได้เสียงสนับสนุนมาเป็นอันดับหนึ่ง ได้จัดตั้งรัฐบาล ก็สามารถดันโครงการสถานบันเทิงครบวงจร หรือบ่อนกาสิโนได้ทันที
แต่ที่ผ่านมา พรรคเพื่อไทยไม่ได้มีนโยบายหาเสียง เรื่องสถานบันเทิงครบวงจรหรือบ่อนกาสิโนเลย แต่พยายามผลักดันแบบลุกลี้ลุกลน ซึ่งทำให้สังคมสงสัย และคลางแคลงใจ ในเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน และวาระซ่อนเร้น
ขอสนับสนุนให้รัฐบาลถอนร่าง พ.ร.บ.สถานบันเทิงครบวงจร หรือบ่อนกาสิโนฉบับนี้ออกไป แนวทางที่ดีที่สุด ไม่ควรจะนำเข้ามาอีก รัฐบาลควรจะประกาศว่า ในสมัยของรัฐบาลชุดนี้ หรือสภาผู้แทนราษฎรชุดนี้ จะไม่มีกฎหมายสถานบันเทิงครบวงจรหรือบ่อนกาสิโน เข้าสู่วาระการประชุมของสภาผู้แทนราษฎรอีก เพื่อทำให้ประชาชนได้มีความสบายใจมากยิ่งขึ้น
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'กรวีร์' กระตุกปม 'สสร.' หวั่นซ้ำรอยประชามติ
“กรวีร์” มองปม สสร.ไม่อยากเห็นการเดินหน้าแก้รธน.แล้วโดนแพ้ฟาล์ว ชี้ความเห็นไม่ใช่คำวินิจฉัยหวั่นซ้ำรอยประชามติ
'ดร.ณัฏฐ์' ชี้กับดักแก้ รธน. ต้องผ่านด่าน สว. 67 เสียง
นักกฎหมายมหาชนชื่อดังวิเคราะห์ แม้ประชามติรอบแรกมีผู้เห็นชอบกว่า 21.2 ล้านเสียง แต่การแก้รัฐธรรมนูญเพื่อนำไปสู่ฉบับใหม่ยังติด “กฎเหล็ก 2 ชั้น” ตามมาตรา 256 ต้องได้เสียง สว. ไม่น้อยกว่า 67 คนทั้งวาระ 1 และวาระ 3 มองโอกาสผ่านร่างแทบเป็นศูนย์หากรวบรวมเสียงวุฒิสภาไม่ได้
'ไอติม' เล่นใหญ่! ปลุก 21 ล้านเสียง ชน 'ระบอบสีน้ำเงิน'
ที่รัฐสภา นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) ให้สั
กางไทมไลน์จัดทำรธน.ฉบับใหม่ คาดประกาศใช้กลางปี 72
“นิกร" เผยไทม์ไลน์จัดทำ รธน.ฉบับใหม่ คาดประกาศใช้ เม.ย.-พ.ค.72 เข้าวาระแรก มิ.ย.69 โหวตวาระ 2-3 ต.ค. 69 ทำประชามติครั้งที่สอง ม.ค.- ก.พ. 70 ประชามติครั้งที่สาม ก.พ. 72
'ภราดร' ลั่นภูมิใจไทย พรรคแรกประกาศตัวจัดทำ รธน.ใหม่ ขานรับผลประชามติ
นายภราดร ปริศนานันทกุล รมต.ประจำสำนักนายกฯ ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคภูมิใจไทยว่า วันที่ 19 พ.ค. จะเสนอร่างให้ที่ประชุมสส.ของพรรคพิจารณา หากที่ประชุมเห็นชอบจะเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคภูมิใจไทยต่อประธานรัฐสภาวันที่ 20 พ.ค.
'จาตุรนต์' จี้นายกฯพูดให้ชัดจริงใจแก้ รธน. อย่าให้สังคมมองรัฐบาลเล่นตุกติก
นายจาตุรนต์ ฉายแสง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย อภิปรายว่า ผลประชามติเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา มีประชาชนเห็นชอบให้จัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ถึง 21.6 ล้านเสียง แต่ปรากฎว่าหนึ่งในร่างที่ ครม. ถูกตีตกไปคือร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยมีคำชี้แจงของนายกรัฐมนตรีระบุว่า เรื่องนี้ไม่ใช่นโยบายแต่เป็นคำสั่งของประชาชน หากท่านมองว่าเรื่องนี้ใหญ่กว่านโยบายจริงก็ต้องตอบให้ชัดว่ารัฐบาล

