"ศูนย์ปฎิบัติการทุ่นระเบิดแห่งชาติ" แจงคลิปที่กัมพูชานำมาเผยแพร่บิดเบือนใส่ร้ายไทยวางกับระเบิด พบเป็นการสอนกำลังพลฝึกภาคสนามหลักสูตรตรวจค้นและทำลายทุ่นระเบิดเมื่อปี 2567
21 กรกฎาคม 2568 - ศูนย์ปฎิบัติการทุ่นระเบิดแห่งชาติออกแถลงการณ์มีเนื้อหา ระบุว่า ศูนย์ปฎิบัติการทุ่นระเบิดแห่งชาติ ขอชี้แจงกรณีที่ปรากฎข่าวกัมพูชา กล่าวหาว่า ทหารไทย เป็นผู้ฝังทุ่นระเบิด บริเวณพื้นที่ที่เกิดเหตุทหารไทยเหยียบทุ่นระเบิด เมื่อ 16 ก.ค. 68 โดยอ้างว่ามีภาพถ่ายและคลิปวิดีโอยืนยันนั้น ศูนย์ปฎิบัติการทุ่นระเบิดแห่งชาติ ขอยืนยันว่า ข้อมูลดังกล่าวเป็นข้อมูลเท็จ ซึ่งมีข้อเท็จจริง ดังนี้
1.ทุ่นระเบิดที่พบในที่เกิดเหตุเป็นระเบิดชนิด PMN-2 ซึ่ง เป็นระเบิด สังหารบุคคล ผลิตจากประเทศรัสเซีย โดย กองทัพไทย ไม่มีระเบิดชนิดนี้อยู่ในครอบครอง
2.ศูนย์ปฎิบัติการทุ่นระเบิดแห่งชาติ ได้มีการปฎิบัติตามพันธกิจที่ระบุในอนุสัญญาออตตาวา ในหัวข้อ การทำลายทุ่นระเบิดสังหารบุคคลที่สะสมไว้คงคลังอย่างเคร่งครัด โดยได้มีการทำลายทุ่นระเบิด คงคลังในประเทศไทยให้หมดสิ้นไป เมื่อวันที่ 6 ส.ค. 62
3.ภาพถ่ายและคลิปวิดีโอที่นำมาเผยแพร่ เป็นภาพของกำลังพลที่เข้ามารับการศึกษา ในหลักสูตร สงครามทุ่นระเบิด ของไทยซึ่งจัดให้มีการเรียนการสอนที่ สนามฝึกจารุมณี อ.เมือง จ.ราชบุรี เมื่อ 24 พ.ค. 67 โดยเป็นภาพการฝึกภาคสนาม ไม่ใช่เป็นการวางกับระเบิดในพื้นที่แนวชายแดนแต่อย่างใด การนำเสนอข้อมูลดังกล่าวเป็นการบิดเบือนข้อเท็จจริง มุ่งหวังเพื่อสร้างความเสียหายต่อประเทศไทยอย่างร้ายแรง
ศูนย์ปฎิบัติการทุ่นระเบิดแห่งชาติ ขอยืนยันว่าได้ปฎิบัติภารกิจด้านการเก็บกู้ทุ่นระเบิดเพื่อมนุษย์ธรรมภายใต้กรอบตามพันธกรณี ของสนธิสัญญา ว่าด้วยการห้ามใช้ สะสม ผลิต โอน และการทำลาย ทุ่นระเบิดสังหารบุคคล ( MINE BAN COVENTION ) หรือ อนุสัญญาออตตาวา อย่างเคร่งครัด และยึดมั่นในผลประโยชน์ของชาติและความสงบสุขของพี่น้องประชาชนเป็นหลัก
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
กองทัพบก กำชับกำลังพล 'อดทนอดกลั้น' ทหารเขมรยั่วยุหวังขยายผลทำลายไทยในเวทีสากล
พลตรี วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก เปิดเผยถึงความคืบหน้าสถานการณ์บริเวณชายแดนไทย–กัมพูชา และแนวทางการดำเนินงานของกองทัพบก เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ประชาชนต่อจุดยืนอันมั่นคงของฝ่ายไทย โดยกองทัพบกขอยืนยันเจตนารมณ์อันแน่วแน่ในการยึดถือข้อตกลงตามถ้อยแถลงร่วมจากการ
รบรอบสาม ไทย-เขมร มีแน่ ต้องไม่เลี้ยงไข้กัมพูชา
สถานการณ์"ไทยVSกัมพูชา"ยังคงต้องติดตามอย่างต่อเนื่อง โดยหลังจากไทยเข้าสู่กระบวนการประนอมภาคบังคับตามอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล ค.ศ. 1982 (UNCLOS)
แม่ทัพภาค 2 มอบเหรียญ 'ยุทธบดินทร์-ศตวรรษ' เชิดชูทหารกล้าพิทักษ์อธิปไตย
พล.ท.วีระยุทธ รักศิลป์ แม่ทัพภาคที่ 2 เดินทางลงพื้นที่บริเวณปราสาทตาควาย อำเภอพนมดงรัก จังหวัดสุรินทร์ เพื่อมอบวัตถุมงคลรุ่น “ยุทธบดินทร์-ศตวรรษ” จำนวน 20,000 เหรียญ (ชุดแรก) แก่กำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่ตามแนวชายแดน เพื่อสร้างขวัญกำลังใจและความเป็นสิริมงคลแก่ผู้ปฏิบัติภารกิจปกป้องอธิปไตยของชาติ
เพจดังขุดตำนาน 'จารชนขายชาติ' ไทยเสียพระวิหาร ระวังประวัติศาสตร์อาจซ้ำรอย ปมเจรจาเขตแดนทางทะเล
เพจเฟซบุ๊ก Thai Burma railway ทางรถไฟสายมรณะ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า จารชนคนขายชาติในคดีพิพาทเขาพระวิหารปี 2505 กับสถานการณ์ปี2569 ที่เรากำลังจะสู้คดีทางทะเลกับเขมรในเวทีโลก มันจะมีจารชนและคนขายชาติแบบเหตุการณ์นั้นอีกหรือไม่? บางคนคงคิดว่าข้าราชการไทยที่กินขี้เขมรมันมีอยู่แค่ในทฤษฎีสมคบคิด แต่ผิดแล้วครับ เรื่อง
นักวิชาการกฎหมายระหว่างประเทศ เปิดข้อเท็จจริง-มุมมอง เกม UNCLOS ศึกเขตแดนทางทะเลไทย-กัมพูชา
ผศ. ดร.ธนภัทร ชาตินักรบ ผู้ช่วยคณบดีฝ่ายวิชาการ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) ให้ข้อมูลผ่านเพจเฟซบุ๊ก "Take A Walk, Talk International Law ท่องโลกกว้างด้วยกฎหมายระหว่างประเทศ" ระบุว่า คณะรัฐมนตรีตั้งหัวหน้าและรองหัวหน้าคณะเจรจาและผู้ประนอมฝ่ายไทย เพื่อเข้าร่วมกระบวนการประนอมภาคบังคับภายใต้ UNCLOS เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2569 ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีมีมติที่น่าสนใจเกี่ยวกับการตั้งหัวหน้าและรองหัวหน้าคณะเจรจาฝ่ายไทย รวมถึงผู้ประนอมฝ่ายไทย 2 ท่าน เพื่อเข้าร่วมกระบวนการประนอมภาคบังคับภายใต้ UNCLOS ซึ่งกัมพูชาได้ยื่นไว้ตั้งแต่เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2569 โดยมีรายละเอียดโดยสรุปดังนี้
'สีหศักดิ์' นั่งหัวหน้าคณะเจรจา UNCLOS ตั้ง 2 อดีตประธานศาลทะเลสากล ชาวแอฟริกาใต้-เยอรมันร่วมทีม
นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีแล้วรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบให้ตนเป็นหัวหน้าคณะเจรจาฝ่ายไทย และนายทรงชัย ชัยปฏิยุทธ เอกอัครราชทูต ณ กรุงคูเวต รองหัวหน้า เข้าร่วมคณะกรรมาธิการประนอมภาคบังคับ ตามอนุสัญญา สหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทางทะเล (UNCLOS)

