'เทพไท' เปิด 3 เหตุผลที่พรรคเพื่อแม้ว มั่นใจอุ๊งอิ๊งไปต่อ

24 ส.ค. 2568 – นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต สส.นครศรีธรรมราช ได้โพสต์คลิปพร้อมข้อความลงบนเฟซบุ๊ก “เทพไท – คุยการเมือง” ในหัวข้อ

3เหตุผล พรรคเพื่อแม้ว มั่นใจอุ๊งอิ๊งไปต่อ

ช่วงนี้ถ้าใครได้ติดตามความเคลื่อนไหวของแกนนำพรรคเพื่อไทย ตั้งแต่ระดับรัฐมนตรี ประธานรัฐรัฐบาล หรือแกนนำคนอื่นๆ ซึ่งเป็นบุคคลสำคัญในรัฐบาลและในพรรคเพื่อไทย ก็จะเห็นการแสดงท่าทีต่อคดีคลิปเสียงหลุด ของนางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ที่ศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัย ในวันที่ 29 สิงหาคม 2568 ในลักษณะมีความเชื่อมั่น มั่นใจ เชื่อว่านางสาวแพทองธารจะไม่ลาออกก่อนวันตัดสินคดี และเชื่อว่าศาลรัฐธรรมนูญจะตัดสินให้นางสาวแพทองธาร ยังคงดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีต่อไป

คำถามคือ บุคคลเหล่านี้เอาความมั่นใจมาจากไหน หรือมีความเชื่อมั่นต่อคดีนี้ว่า นางสาวแพทองธารจะรอดพ้นไปได้อย่างไร คงน่าจะมาจากเหตุผล3ข้อ คือ

1.ปรากฏการณ์ที่นางสาวแพทองธาร เดินทางไปศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อไต่สวนพยานคดีคลิปเสียงหลุดด้วยตัวเอง ท่ามกลางการคาดคะเนว่าไม่กล้าไป ซึ่งแสดงให้เห็นว่า นางสาวแพทองธารมีความมั่นใจ เพราะโดยปกตินางสาวแพทองธาร มักจะหลีกเลี่ยงการตอบคำถาม แต่เมื่อกล้าที่จะไปไต่สวนพยาน ก็แสดงว่านางสาวแพทองธาร มีความมั่นใจ และมีกระแสข่าวว่านางสาวแพทองธาร สามารถตอบข้อซักถามของศาลรัฐธรรมนูญได้ดี เตรียมตัวมาดี มีความคล่องแคล่วในการตอบ จึงน่าจะเป็นสัญญาณที่ดี

2.น่าจะมาจากกรณีที่ศาลอาญา ตัดสินคดีการกระทำความผิดตามประมวลอาญา มาตรา 112 ของนายทักษิณ ชินวัตร มีคำพิพากษาให้ยกฟ้อง ซึ่งพรรคเพื่อไทยประเมินว่า น่าจะเป็นสัญญาณเบื้องต้นของคดีแรก ที่นายทักษิณชนะคดีไปได้ และมีความเชื่อว่า 2คดีที่เหลือ คือคดีคลิปเสียงหลุดของนางสาวแพทองธารในศาลรัฐธรรมนูญ และคดีชั้น 14 ของนายทักษิณ ในศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ก็สามารถจะชนะคดีได้ ซึ่งเป็นความมั่นใจของคนพรรคเพื่อไทย

3.เนื่องจากมีกระแสข่าวปล่อย กระแสข่าวลือ กระแสข่าววิเคราะห์ว่า มติของศาลรัฐธรรมนูญ จะออกมาในลักษณะ 5:4 ให้นางสาวแพทองธาร รอดจากคดีนี้ ซึ่งก่อนหน้านี้มีกระแสว่าจะหลุดจากตำแหน่ง 9:0 บ้าง 7:2 บ้าง 6:3 บ้าง ล่าสุดมีกระแสข่าวว่า พลิกกลับมาเป็น 5:4 ผลเป็นคุณต่อนางสาวแพทองธาร

คงน่าจะมาจากเหตุผล3ข้อนี้ จึงทำให้สมาชิกและแกนนำพรรคเพื่อไทย มีความมั่นใจ และออกมายืนยันกับสื่อมวลชนว่า ปิดประตูตาย ไม่มีการลาออกก่อนวันมีคำวินิจฉัย และเชื่อมั่นว่าจะผ่านพ้นคดีนี้ไปได้ นางสาวแพทองธาร ยังเป็นนายกรัฐมนตรีต่อไป พรรคเพื่อไทยไม่ต้องเตรียมการใดๆ ตามที่มีข่าวว่า ถ้าหากนางสาวแพทองธาร หลุดพ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี จะดันนายนายชัยเกษม นิติสิริ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทยขึ้นเป็นนายกคนต่อไป และพรรคเพื่อไทยจะไม่สนับสนุนพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา หรือนายอนุทิน ชาญวีรกุล ขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีอย่างแน่นอน

ผมเห็นว่าไม่ว่านางสาวแพทองธาร จะออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ก่อนมีคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญหรือไม่ นางสาวแพทองธารก็ต้องพ้นจากตำแหน่งอยู่ดี เพราะวันที่ 29 สิงหาคมนี้ ผมเชื่อมั่นว่า ศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัยให้นางสาวแพทองธาร พ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีอย่างแน่นอนครับ

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ราชกิจจาฯ ประกาศ 15 รายชื่อตรวจสอบประวัติผู้ได้รับเสนอชื่อเป็นตุลาการศาลรธน.

ราชกิจจานุเบกษษ เผยแพร่ประกาศวุฒิสภา เรื่อง ตั้งคณะกรรมาธิการสามัญเพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบประวัติ ความประพฤติและพฤติกรรมทางจริยธรรมของบุคคลผู้ได้รับการเสนอ

ดร.ณัฎฐ์ ชี้ยึดคำวินิจฉัยศาล รธน. ปมเลือกตั้ง สสร. ความเห็นส่วนตัวไม่มีผลผูกพัน

“ดร.ณัฏฐ์” ระบุกรณีมีกระแสอ้างว่าประธานศาลรัฐธรรมนูญเห็นว่าสามารถเลือกตั้ง สสร.จากประชาชนได้ 100% ว่า หากเป็นเพียงความเห็นส่วนตัว ย่อมไม่มีผลผูกพันทางกฎหมาย พร้อมย้ำต้องยึดคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ 18/2568 ซึ่งกำหนดให้รัฐสภาไม่มีอำนา

'เพื่อไทย' นัดถกปรับโมเดล 'สสร.' หลังประธานศาลรธน. ยันเลือกตั้ง 100% ทำได้

พรรคเพื่อไทยเตรียมหารือผู้บริหารพรรค 23 มิ.ย. เพื่อพิจารณาปรับร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ หลังประธานศาลรธน. ระบุเลือกตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ จากประชาชนสามารถทำได้ 100%

กมธ.สว.-สส. เผยผลหารือตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ชี้เลือกตั้ง 'สสร.' ได้ไม่ขัดคำวินิจฉัย

กมธ.สส.-สว. เข้าหารือกับตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อขอความชัดเจนคำวินิจฉัยที่ 18/2568 ก่อนสรุปแนวทางว่า การเลือกสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ หรือ สสร. จากประชาชนโดยตรงสามารถดำเนินการได้ แต่คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญไม่อาจมาจากการเลือกตั้งโดยตรงของประชาชน

ปชป. ยื่นศาลรัฐธรรมนูญ คัดค้านคำชี้แจงรัฐบาลออก พรก.กู้เงิน 4 แสนล้าน ชี้ทำลายวินัยทางการคลัง

นายกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้เดินทางมาที่ศาลรัฐธรรมนูญเพื่อยื่นคัดค้านคำชี้แจงของคณะรัฐมนตรีในเรื่องการออกพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) การกู้ยืมเงิน 400,000 ล้านบาท  โดยนายกรณ์  กล่าวว่า จากคำชี้แจงของคณะรัฐมนตรี