
9 ก.ย.2568- นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์ข้อความหัวข้อ ถ้า ครม.ยี้ จะอยู่ไม่ครบ4เดือน มีรายละเอียดดังนี้
ถ้าใครได้ติดตามความเคลื่อนไหวการฟอร์มคณะรัฐมนตรี ของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ซึ่งประกาศว่าการจัดตั้งครม.ของรัฐบาล มีรายชื่อคณะรัฐมนตรีเกือบครบ มีความคืบหน้าไป 99.9725% แล้ว ล่าสุดมีการเคลื่อนไหวเปิดเผยรายชื่อบุคคล ที่เข้ามาเป็นคณะรัฐมนตรีชุดใหม่หลายคน เป็นบุคคลภายนอกที่มีประวัติน่าสนใจ และเป็นมืออาชีพ ซึ่งมีการประกาศออกมาเรื่อยๆ ที่น่าสนใจมากที่สุด น่าจะเป็นชื่อของคุณศุภจี สุธรรมพันธ์ ว่าที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ส่วนบุคคลอื่นๆที่ประกาศก่อนหน้านี้ ไม่ว่านายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาส หรือนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว ถือว่าเป็นบุคคลมืออาชีพทั้งสิ้น และรวมไปถึงอาจารย์บวรศักดิ์ อุวรรณโณ ถือว่าเป็นมือกฏหมายอันดับ2 รองมาจากเนติบริกรอย่างอาจารย์วิษณุ เครืองาม
สำหรับในส่วนของฝ่ายการเมือง ที่ใช้โควตาของพรรคการเมืองมาเป็นคณะรัฐมนตรี จะเห็นได้ว่ามีหลายหลายคนที่ยังไม่ถูกใจสังคม ยังมีข้อกังขา ถูกวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างหลากหลาย และการจัดคณะรัฐมนตรีที่มีสัดส่วนบุคคลภายนอกจำนวนน้อย ซึ่งสังคมคาดหวังต้องการจะให้จัดตั้งคณะรัฐมนตรีที่มีบุคคลภายนอก และมืออาชีพครึ่งหนึ่ง ตามโควตาของพรรคประชาชนที่ปฎิเสธไป ก็ไม่สามารถเกิดขึ้นได้ จะทำให้ประชาชนผิดหวัง
การแต่งตั้งคณะรัฐมนตรีในรัฐบาลของนายอนุทิน ก็ไม่ต่างกับการเมืองเก่าๆที่ผ่านมา ซึ่งปรากฏให้เห็นอยู่ใน3ส่วน คือ
1.ใช้โอกาสการมีโควต้ารัฐมนตรีว่าง จากสัดส่วนของพรรคประชาชนที่สละสิทธิ์เป็นจำนวนมาก มีการแจกจ่าย สมนาคุณ ตั้งแบบต่างตอบแทนให้ก๊วนการเมือง ขั้วการเมือง พรรคการเมืองอย่างทั่วถึง โดยใช้โควต้าสัดส่วน 4:1 ซึ่งสามารถแต่งตั้งได้หลายคนหลายตำแหน่ง
2.มีการแต่งตั้งรัฐมนตรีในลักษณะนอมินี เมื่อพ่อเป็นไม่ได้ก็แต่งตั้งลูกมาเป็นแทน พี่เป็นไม่ได้แต่งตั้งน้องก็มาเป็นแทน ลาออกจากส.ส.ไม่ได้ก็ให้เพื่อนมาเป็นแทน ซึ่งเหมือนกับวังวนการเมืองเก่าๆที่ผ่านมา ที่ใช้ระบบเครือญาติ เพื่อนฝูง หรือตัวแทนเข้ามาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี
3.มีการแต่งตั้งบุคคลที่มีข้อกล่าวหาเรื่องด้านจริยธรรมเป็นรัฐมนตรี ซึ่งถือว่าเป็นความกล้าหาญของนายอนุทิน คิดจะนำรายชื่อบุคคลที่สุ่มเสี่ยงต่อถูกร้องเรื่องมาตรฐานจริยธรรมมาเป็นรัฐมนตรี แม้ว่ามีบางคนไม่ผ่านการตรวจสอบของสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี หรือคณะกรรมการกฤษฎีกาก็ตาม แต่ยังมีบางคนที่อาจมีเงื่อนไขข้อตกลงกัน จนนายอนุทินต้องเสี่ยงแต่งตั้ง ซึ่งเป็นเรื่องที่นายอนุทินจะต้องรับผิดชอบในวันข้างหน้า
เพราะฉะนั้นหน้าตาของรัฐบาลอนุทิน1 จะออกมาเช่นไร จะสื่อความหมายหรือบ่งบอกถึงคุณภาพ และเสถียรภาพของรัฐบาลชุดนี้ด้วย อย่าคิดว่ามีเวลาแค่เพียง4เดือน จะไม่เกิดปัญหาอะไรต่อรัฐบาล ซึ่งทางการเมืองอะไรก็เกิดขึ้นได้ มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา วันต่อวัน ถ้าหากรัฐบาลชุดนี้ประมาท ย่ามใจ ไม่แคร์ความรู้สึกของประชาชน อาจจะอยู่ไม่ถึง4เดือน ก็เป็นไปได้.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'พีระพันธุ์' หวั่นปลดล็อก 8 ธุรกิจคนต่างด้าว ตัดอำนาจพาณิชย์ กระทบความมั่นคงชาติ
นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ กล่าวแสดงความกังวลต่อกรณีคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติอนุมัติร่างกฎหมาย 2 ฉบับ ภายใต้ พ.ร.บ.ประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ.2542 ที่เปิดทางยกเว้นธุรกิจบริการ 8 ประเภท
'อนุทิน' ถึงเกาะพะงัน ชาวบ้านชูป้ายต้อนรับ ดีใจนายกฯมาปัญหาจบ
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เดินทางถึงท่าอากาศยานนานาชาติสมุย ก่อนเดินทางต่อด้วยรถโตโย้ต้าอัลพาร์ด สีดำ ทะเบียน 4 กร 5577 กรุงเทพมหานคร เพื่อมาลงเรือที่ท่าเรือบางรักษ์ อ.เกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี
นายกฯ สั่งคกก.นโยบายที่ดินฯ เร่งรับรองสถานะโฉนดชุมชนให้เสร็จใน 60 วัน
โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงข้อสั่งการนายกรัฐมนตรีว่า เรื่องที่ดินทำกินเป็นนโยบายของรัฐบาลที่มุ่งมั่นให้เกษตรกรและประชาชนมีที่ดินทำกินเป็นของตัวเองเพื่อความมั่นคงในการดำเนินชีวิต โดยในสัปดาห์ที่แล้วมีการยกเลิกระเบียบ
'ดีเอสไอ' ลุยสอบเชิงลึก 34 บริษัท เกาะสมุย-พะงัน ส่อใช้คนไทยถือหุ้นบังหน้า
พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ พร้อมด้วย พ.ต.ท.ชาญชัย ลิขิตคันทะสร ผอ.กองคดีความมั่นคง ได้หารือร่วมกับนายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เพื่อกำหนดแนวทางความร่วมมือในการตรวจสอบและปราบปรามการประกอบธุรกิจ
ครม. โละบอร์ดสรรหา 'คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน'
ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบให้ยกเลิกมติ ครม.เดิมเมื่อวันที่ 29 ต.ค.67 ที่เคยอนุมัติแต่งตั้งคณะกรรมการสรรหา กรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.)
เช็กมติครม. แต่งตั้งกรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรี ข้าราชการ และบุคคลให้ดำรงตำแหน่งต่าง ๆ
ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติอนุมัติตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเสนอ แต่งตั้ง นายต่อ ศรลัมพ์ ข้าราชการพลเรือนสามัญ ตำแหน่ง กงสุลใหญ่ สถานกงสุลใหญ่

