“บิ๊กเล็ก” แนะนำ “บิ๊กดุลย์” ช่วยสางปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา เชื่อประสบการณ์เคยเป็นอดีต มทภ.2 ทำให้แก้ปัญหาราบรื่น พร้อมเน้นจัดหา อาวุธยุทโธปกรณ์เชิงรุก เสริมเขี้ยวเล็บกองทัพ พร้อมขอร่นเวลาจัดซื้อ เสร็จปีนี้
2 ตุลาคม 2568 - พลเอก ณัฐพล นาคพาณิชย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวภายหลังเสร็จสิ้นการประชุมสภากลาโหมว่า เมื่อช่วงเช้าได้เชิญผู้บัญชาการเหล่าทัพชุดใหม่ และพลโท อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม รับประทานอาหารว่าง และพูดคุยกันนอกรอบ
โดยการแถลงข่าววันนี้พลเอก ณัฐพล ได้เชิญพลโท อดุลย์ มาแนะนำตัวกับสื่อมวลชน พร้อมระบุว่า จะมาช่วยงาน เพื่อแก้ไขปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา เพราะเป็นอดีตแม่ทัพภาคที่ 2 ซึ่งจะดูแลพื้นที่ของกองทัพภาคที่ 1, กองทัพภาคที่ 2 และกองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด หรือ กปช.จต. และตนก็รู้จักมาเป็นอย่างดี ในช่วงที่ปฏิบัติงาน ก็คือ พูดคุยประสานงาน ซึ่งเชื่อว่า จะมาช่วยงานในกระทรวงกลาโหม ให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย และราบรื่นมากยิ่งขึ้น ส่วนตนจะดูแลในภาพรวม และในวันพรุ่งนี้ (3 ต.ค.68) ก็จะลงพื้นที่ไปกับนายกรัฐมนตรี
นอกจากนี้พลเอก ณัฐพล ยังย้ำว่า การทำงานต่อจากนี้จะเน้นเรื่องของความมั่นคงเป็นหลัก และดำเนินการตามนโยบายของนายกรัฐมนตรี ที่ให้ไว้อย่างชัดเจน ดังนั้นการปฎิบัติงานจะมุ่งไปที่ความมั่นคง ด้านการทหาร
พลเอก ณัฐพล ยังย้ำว่า ในที่ประชุมสภากลาโหมวันนี้ ได้ให้นโยบายเรื่องการแก้ไขปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา โดยจะเร่งเสริมสร้างความพร้อมรบ ให้มากยิ่งขึ้น ผ่านการจัดหาอาวุธยุทธโธปกรณ์ ซึ่งที่ผ่านมาการจัดหาแนวป้องกันประเทศ แต่จากนี้ไปจะเน้นเชิงรุก เพื่อเสริมเขี้ยวเล็บของกองทัพให้มากยิ่งขึ้น
ส่วนแผนการสร้างความพร้อมรบ ที่สานต่อจากรัฐบาลชุดที่แล้ว ในการของบกลางจัดซื้อเครื่องกระสุนอาวุธยุทโธปกรณ์ต่าง ๆ นั้น พลเอก ณัฐพล ระบุว่า ตอนนี้กำลังเร่งรัดดำเนินการ ซึ่งปัจจุบันได้ให้กรมบัญชีกลาง อนุโลมให้ เพราะเป็นการจัดหาเฉพาะ ซึ่งจากเดิมต้องใช้ระยะเวลา 3 เดือน 6 เดือน และ 1 ปี โดยให้ผ่อนผันในเรื่องหลักเกณฑ์ ในห้วง 2-3 ปีนี้ เพื่อทำให้การจัดซื้อรวดเร็วขึ้น ซึ่งปัจจุบันนี้ทยอยที่จะได้รับแล้ว โดยคาดว่า จะแล้วเสร็จภายในสิ้นปีนี้
สำหรับกรณีที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเพิ่งอนุมัติงบประมาณ 800 กว่าล้านบาท เพื่อใช้ภารกิจชายแดนไทย-กัมพูชานั้น มีทั้งเรื่องเบี้ยเลี้ยงกำลังพล และยุทธโธปกรณ์ แต่ไม่ขอลงรายละเอียด
พลเอก ณัฐพล ยังกล่าวถึงการดูแลสวัสดิการทหารหมุนเวียนกำลังพล จะให้มาพักผ่อน ในสถานที่พักผ่อนทางทหาร เช่น สวนสนประดิพัทธ์ หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
รบรอบสาม ไทย-เขมร มีแน่ ต้องไม่เลี้ยงไข้กัมพูชา
สถานการณ์"ไทยVSกัมพูชา"ยังคงต้องติดตามอย่างต่อเนื่อง โดยหลังจากไทยเข้าสู่กระบวนการประนอมภาคบังคับตามอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล ค.ศ. 1982 (UNCLOS)
เปิดงบ กห.ปี70 2แสนล้านบาท ตั้งรับภัยทุกมิติ
เปิด "งบ.กลาโหม 70” เม็ดเงิน 2.03 แสนล้าน รับมือภัยคุกคามทุกมิติ เติมของ-เสริมสร้างขีดความสามารถกำลังรบ หลังศึก “ไทย-กัมพูชา” ทบ.เล็งซื้อ HIMARS จากสหรัฐ “ทอ.”เดินหน้าระบบป้องกันภัยทางอากาศ Barak MX ระยะ 2 ด้าน ทร.ติดหล่มเพดานหนี้ “เรือฟริเกต” ลำที่ 2 ยังฝืด
แม่ทัพภาค 2 มอบเหรียญ 'ยุทธบดินทร์-ศตวรรษ' เชิดชูทหารกล้าพิทักษ์อธิปไตย
พล.ท.วีระยุทธ รักศิลป์ แม่ทัพภาคที่ 2 เดินทางลงพื้นที่บริเวณปราสาทตาควาย อำเภอพนมดงรัก จังหวัดสุรินทร์ เพื่อมอบวัตถุมงคลรุ่น “ยุทธบดินทร์-ศตวรรษ” จำนวน 20,000 เหรียญ (ชุดแรก) แก่กำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่ตามแนวชายแดน เพื่อสร้างขวัญกำลังใจและความเป็นสิริมงคลแก่ผู้ปฏิบัติภารกิจปกป้องอธิปไตยของชาติ
เปิดงบ 'กลาโหม' ปี 70 วงเงิน 2 แสนล้าน รับมือภัยคุกคามทุกมิติ
เปิดงบประมาณกระทรวงกลาโหม 2.03 แสนล้านบาท รับมือภัยคุกคามทุกมิติ เติมของ-เสริมสร้างขีดความสามารถกำลังรบ หลังศึก “ไทย-กัมพูชา”ทบ.”เล็งซื้อHIMARS จากสหรัฐฯ “ทอ.”เดินหน้า ระบบป้องกันภัยทางอากาศ Barak MX ระยะ 2 ด้่าน ทร.ติดหล่มเพดานหนี้ ”เรือฟริเกต”ลำที่ 2 ยังฝืด
เพจดังขุดตำนาน 'จารชนขายชาติ' ไทยเสียพระวิหาร ระวังประวัติศาสตร์อาจซ้ำรอย ปมเจรจาเขตแดนทางทะเล
เพจเฟซบุ๊ก Thai Burma railway ทางรถไฟสายมรณะ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า จารชนคนขายชาติในคดีพิพาทเขาพระวิหารปี 2505 กับสถานการณ์ปี2569 ที่เรากำลังจะสู้คดีทางทะเลกับเขมรในเวทีโลก มันจะมีจารชนและคนขายชาติแบบเหตุการณ์นั้นอีกหรือไม่? บางคนคงคิดว่าข้าราชการไทยที่กินขี้เขมรมันมีอยู่แค่ในทฤษฎีสมคบคิด แต่ผิดแล้วครับ เรื่อง
นักวิชาการกฎหมายระหว่างประเทศ เปิดข้อเท็จจริง-มุมมอง เกม UNCLOS ศึกเขตแดนทางทะเลไทย-กัมพูชา
ผศ. ดร.ธนภัทร ชาตินักรบ ผู้ช่วยคณบดีฝ่ายวิชาการ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) ให้ข้อมูลผ่านเพจเฟซบุ๊ก "Take A Walk, Talk International Law ท่องโลกกว้างด้วยกฎหมายระหว่างประเทศ" ระบุว่า คณะรัฐมนตรีตั้งหัวหน้าและรองหัวหน้าคณะเจรจาและผู้ประนอมฝ่ายไทย เพื่อเข้าร่วมกระบวนการประนอมภาคบังคับภายใต้ UNCLOS เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2569 ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีมีมติที่น่าสนใจเกี่ยวกับการตั้งหัวหน้าและรองหัวหน้าคณะเจรจาฝ่ายไทย รวมถึงผู้ประนอมฝ่ายไทย 2 ท่าน เพื่อเข้าร่วมกระบวนการประนอมภาคบังคับภายใต้ UNCLOS ซึ่งกัมพูชาได้ยื่นไว้ตั้งแต่เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2569 โดยมีรายละเอียดโดยสรุปดังนี้

