'ชิดตะวัน' กระทุ้งรัฐบาลยุติการค้าเขมร สยบฮุนเซนให้ราบคาบ

‘ดร.ชิดตะวัน’ กระทุ้งรัฐบาลต้องเข้มแข็งเด็ดขาด ทั้งทางทหาร-เศรษฐกิจ ตัดความช่วยเหลือทั้งหมด จนกว่าระบอบฮุนเซนล่มสลาย

13 ต.ค. 2568 – รศ.ดร.ชิดตะวัน ชนะกุล อาจารย์คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กในหัวข้อ “อวสาน : ฮุนเซน VS ไทย” โดยระบุว่า 10 ตุลาคม 68 วันแห่งเกียรติภูมิของคนไทยทั้งชาติ เมื่อกองทัพภาคที่ 1 ได้เริ่มดำเนินการผลักดันชาวกัมพูชา ที่รุกล้ำพื้นที่ในเขตอธิปไตยของประเทศไทยมาหลายทศวรรษ

อย่างไรก็ดี วันเดียวกันมีรายงานข่าวว่า กระทรวงการต่างประเทศจะเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาช่วยเหลือกลุ่มทุนไทยที่ได้รับผลกระทบจากการที่คนกัมพูชาแบนไม่ซื้อสินค้า เป็นที่น่าสนใจว่า ตามคำสั่งกระทรวงการต่างประเทศที่ 1195/2568 เรื่องแต่งตั้งคณะที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ปรากฏรายชื่อบุคคลจากกลุ่มทุนใหญ่ในประเทศไทย

รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 มาตรา 52 ประกอบมาตรา 3 วรรค 2 มีสาระโดยสรุปว่า คณะรัฐมนตรี รัฐสภา หน่วยงานรัฐ มีหน้าที่พิทักษ์รักษาเขตที่ประเทศไทยมีสิทธิอธิปไตย เกียรติภูมิ ผลประโยชน์ของชาติ และความมั่นคงแห่งรัฐ

อย่างไรก็ดี รัฐบาลไทยหลายยุคมิได้ปฏิบัติหน้าที่ให้เป็นไปตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญข้างต้น จนทำให้กองกำลังกัมพูชาเหิมเกริมทำสงครามกับไทย ระหว่างวันที่ 24-28 กรกฎาคม 2568 แม้ว่าจะมีแสนยานุภาพในการรบด้อยกว่าประเทศไทยเป็นอย่างมาก

โดยปี 2568 กัมพูชาจัดสรรงบประมาณด้านการป้องกันประเทศที่ 739 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในขณะที่ไทยอยู่ที่เกือบ 6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ นั่นคือ ไทยมีการใช้งบประมาณด้านการป้องกันประเทศสูงกว่ากัมพูชาเกือบ 8 เท่า

เมื่อพิจารณาข้อเท็จจริงในปัจจุบันพบว่า ประเทศไทยเผชิญกับการคุกคามจากกองกำลังกัมพูชาอย่างต่อเนื่อง กองทัพภาคที่ 2 รายงานว่า โดรนทางการทหารของกัมพูชาได้บินอยู่เหนือน่านฟ้าของประเทศไทยในหลายพื้นที่ และกัมพูชาเคยใช้โดรนทิ้งระเบิด จนทำให้ทหารไทยต้องบาดเจ็บล้มตายมาแล้ว

การที่รัฐบาลไทยละเลยข้อมูลดังกล่าว นอกจากเป็นการไม่ปฏิบัติตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ ยังไม่สอดคล้องกับการปฏิบัติของประเทศอื่นๆ ที่ต้องดำเนินการอย่างแข็งกร้าวต่อประเทศที่คุกคามเอกราช และเป็นภัยต่อความมั่นคงอย่างร้ายแรง

อาทิ ประเทศญี่ปุ่นได้ตอบโต้ประเทศเพื่อนบ้านอย่างเด็ดขาด โดยยุติการค้าทั้งหมดกับเกาหลีเหนือนับแต่ปี 2552 รวมถึงห้ามชาวเกาหลีเหนือเข้าประเทศตั้งแต่ปี 2559 นอกจากนี้ ยังจำกัดการส่งออกสินค้าเทคโนโลยีขั้นสูงไปยังจีน โดยหนึ่งในเหตุผลสำคัญคือ เพื่อป้องกันการนำไปใช้ในวัตถุประสงค์ทางการทหาร

ในขณะที่ปี 2562 รัฐบาลญี่ปุ่นได้ตอบโต้การกล่าวหาของรัฐบาลเกาหลีใต้ที่หมิ่นเกียรติภูมิประเทศ โดยการงดส่งออกสินค้าที่เกาหลีใต้ต้องการเป็นระยะเวลาถึง 3 ปี จะเห็นได้ว่า ประเทศญี่ปุ่นตอบโต้โดยลดความสัมพันธ์กับประเทศเหล่านี้อย่างจริงจังและแข็งกร้าว แม้ว่ายังมิได้ถูกคุกคามทางการทหารแต่อย่างใด

หากประเทศไทยไม่แสดงความเข้มแข็งและเด็ดขาดทั้งทางทหารและทางเศรษฐกิจให้เป็นที่ประจักษ์ ในอนาคตฮุน เซน ก็จะฮึกเหิมกระทำต่อประเทศไทยรุนแรงและหนักกว่าครั้งที่ผ่านมา

โดยการโจมตีอาจไม่จำกัดอยู่เฉพาะเขตชายแดน เพราะกัมพูชามีประสบการณ์แล้วว่า การยิงระเบิดใส่โรงพยาบาล สถานประกอบการ บ้านเรือนประชาชน จนทำให้เด็กนักเรียน คนไทย รวมถึงทหารไทย บาดเจ็บ พิการ และล้มตายเป็นจำนวนมาก ไม่ส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับกัมพูชา เพราะรัฐบาลไทยอยู่ภายใต้การชี้นำของกลุ่มทุนบางส่วน รวมถึงผู้ใช้อำนาจรัฐบางคนที่หิวเงิน จนละเลยต่อเกียรติภูมิและความมั่นคงของชาติ

ดังนั้น ในขณะที่ฝ่ายความมั่นคงกำลังผลักดันคนกัมพูชาออกจากพื้นที่อธิปไตยของไทย รัฐบาลไทยต้องยุติความสัมพันธ์ทางการค้ากับประเทศกัมพูชา ทั้งทางบก ทางเรือ และทางอากาศ ตลอดจนยกเลิกความช่วยเหลือทางเศรษฐกิจ ซึ่งครอบคลุม 7 โครงการ ที่นางสาวแพทองธาร ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เคยตกลงกับฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ไปจนกว่าระบอบเถื่อนที่ไม่รู้ผิดถูกชั่วดีของฮุน เซน จะล่มสลายจากแผ่นดินกัมพูชา!

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

นักวิชาการ มธ. แนะวิธีเช็กบ้าน รับมือพายุระลอกใหม่ ชงรัฐปล่อยกู้ฉุกเฉินปรับปรุงที่อยู่อาศัย  

นักวิชาการธรรมศาสตร์ เสนอรัฐบาลใช้ “วิศวกรรมป้องกัน” รับมือพายุฤดูร้อน แนะปล่อยเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำหนุนประชาชนปรับปรุงอาคาร-บ้านเรือน พร้อมแนะวิธีตรวจสอบจุดเสี่ยง“หลังคา-รางน้ำ

'สีหศักดิ์' ย้ำ ยกเลิก MOU 44 แต่ไม่ยุติเจรจา หลังกัมพูชาโวย

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรี และรมว.การต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ค

เดินหน้าตามนโยบายนายกฯ ลุยปราบ 'นอมินี' โชว์ไตรมาสแรกกวาดล้างบริษัทกลุ่มเสี่ยงลดลง 60%

โฆษกรัฐบาล แจง รัฐลุยปราบ ‘นอมินี’ มุ่งสร้างธุรกิจโปร่งใส เป็นธรรม ตอกย้ำคำประกาศนายกฯ ‘ไม่มีเคลียร์ เด็ดขาดทุกคดี’ ชวนปชช.แจ้งเบาะแส 1570

รัฐบาลน้อมรับนิด้าโพล 'แลนด์บริดจ์' ต้องสื่อสารวงกว้าง

4 พ.ค. 2569 - นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงผลสำรวจนิด้าโพลในหัวข้อ “คนใต้ว่าไง โครงการแลนด์บริดจ์จะมาแล้ว” ที่พบว่า กลุ่มผู้ที่เคยรับรู้ข้อมูลโครงการ จำนวน 1,333 คน (เคยได้ยิน และเข้าใจดีมาก / เคยได้ยิน และพอจะเข้าใจบ้าง /เคยได้ยิน แต่เข้าใจเพียงเล็กน้อย) ส่วนใหญ่ร้อยละ 67.22 เห็นด้วยกับโครงการ โดยแบ่งเป็น เห็นด้วยมาก 34.21% และค่อนข้างเห็นด้วย 33.01% ขณะที่มีประมาณร้อยละ 32.78 ไม่เห็นด้วย สะท้อนทั้งโอกาสของโครงการ และบทบาทของภาครัฐในการสื่อสารข้อมูลอย่างต่อเนื่องและโปร่งใส ส่วนกรณีพบว่าเกินครึ่งหรือร้อยละ 54.53 เคยได้ยินแต่เข้าใจเพียงเล็กน้อยเกี่ยวกับโครงการแลนด์บริดจ์นั้น นางสาวรัชดา กล่าวว่า นี่คือโจทย์ที่รัฐบาลต้องเร่งสื่อสารสร้างการรับรู้ ทั้งกลุ่มประชาชนที่ยังไม่เคยได้ยินหรือไม่เข้าใจ ให้เข้าถึงความข้อมูลมากยิ่งขึ้น “นายกรัฐมนตรี ได้กำชับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งสร้างความเข้าใจต่อสาธารณชนเกี่ยวกับโครงการแลนด์บริดจ์ ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของประเทศ พร้อมเปิดรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การตัดสินใจและการขับเคลื่อนโครงการเป็นไปอย่างรอบด้าน และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศ” โฆษกประจำสำนักนายกฯ ระบุ สำหรับนักวิชาการและผู้สนใจหลายฝ่ายออกมาแสดงความคิดเห็นทั้งสนับสนุนและตั้งข้อสังเกตต่อโครงการอย่างต่อเนื่อง แต่ความเห็นที่สอดคล้องกัน คือ โครงการแลนด์บริดจ์เป็นยุทธศาสตร์สำคัญในการยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของไทย ทั้งด้านโลจิสติกส์ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การสร้างงาน และการดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ ซึ่งอาจเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญต่อเศรษฐกิจในระยะยาว อย่างไรก็ตาม ภาครัฐยังให้ความสำคัญกับข้อคำถามสำคัญ อาทิ มูลค่าการลงทุน ความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ รวมถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชนในพื้นที่ โดยทุกประเด็นต้องถูกศึกษาในรายละเอียด เพื่อกำหนดมาตรการรองรับอย่างเหมาะสม ให้โครงการสามารถดำเนินไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ โปร่งใส และตรวจสอบได้ “นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำให้ทุกประเด็นต้องอธิบายได้อย่างชัดเจน แม้ภาพรวมจะได้รับการสนับสนุน แต่ยังมีข้อกังวลจากประชาชน ภาครัฐจึงต้องเร่งสื่อสาร สร้างความเข้าใจ และเปิดรับฟังความคิดเห็นอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การขับเคลื่อนโครงการเป็นไปอย่างรอบคอบและได้รับการยอมรับ” นางสาวรัชดา กล่าว.

นักวิชาการด้านสิ่งแวดล้อม ชี้ 'แบตเตอรี่ลิเธียม' ประโยชน์มหาศาล แต่มีโทษอนันต์ใช้งานระวัง

เหตุไฟไหม้รถบรรทุกที่บรรทุกแบตเตอรี่ลิเทียม สำหรับรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าจำนวนมากบนถนนบางนา-ตราด ขาเข้า ช่วงกิโลเมตรที่ 40 ดับไฟยาก ไหม้จนมอดทั้งคัน ก๊าซพิษฟุ้ง

เขมรตกใจ! 'มท.2' จุดบั้งไฟสิบล้าน บวงสรวงเจ้าพ่อศรีนครเตาฯ

นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย นายจำเริญ แหวนเพชร ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ นางสาวสุรีย์ ธัมมาตร สส.สุรินทร์ เขต 4