นักวิชาการสุดทน ไล่ส.ส.พรรคส้มทำการบ้านหาความรู้ก่อนวิจารณ์กองทัพรับบริจาค

นักวิชาการสุดทน ไล่ส..พรรคส้ม ทำการบ้าน หาความรู้ก่อนวิจารณ์กองทัพรับบริจาคจากประชาชนฯ ข้องใจตรวจสอบแต่งบทหาร กระทรวงอื่นไม่แตะ

2 พ.ย. 2568 – จากกรณีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสังกัดพรรคประชาชนได้ทำหน้าที่ตรวจสอบการใช้งบประมาณของกองทัพ พร้อมกับตั้งคำถามว่า เมื่อกองทัพได้รับการจัดสรรงบประมาณในปี 2568 เกือบ 2 แสนล้านบาท เหตุใดจึงต้องรับบริจาคจากประชาชนหรือมูลนิธิในระหว่างสงครามไทย-กัมพูชา และภายหลังจากนั้น

ด้านความเห็นของนักวิชาการต่อกรณีดังกล่าว รศ.ดร.ชิดตะวัน ชนะกุล อาจารย์คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ให้ความเห็นว่า เป็นเรื่องน่ายินดีที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้ทำหน้าที่ตรวจสอบการใช้งบประมาณของหน่วยงานรัฐ เพื่อให้เกิดความโปร่งใสและมีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ดี การตรวจสอบและวิพากษ์วิจารณ์ดังกล่าวไม่ได้ตั้งอยู่บนฐานข้อมูลที่ถูกต้องหลายเรื่อง

ประการแรก ข้อมูลงบประมาณรายจ่ายปี 2567 และ 2568 บ่งชี้ว่า กระทรวงกลาโหมได้รับการจัดสรรงบประมาณเป็นลำดับที่ 4 รองจากกระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงการคลัง และกระทรวงมหาดไทย จึงเป็นเรื่องแปลกที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสังกัดพรรคประชาชน ตรวจสอบการใช้จ่ายของกระทรวงกลาโหมอย่างเข้มข้น ในขณะที่ไม่ปรากฏการตรวจสอบกระทรวงอื่น ที่ได้รับการจัดสรรงบประมาณมากกว่ากระทรวงกลาโหมให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน

ประการที่สอง เมื่อพิจารณาข้อมูลระหว่างประเทศพบว่า ปี 2567 ประเทศออสเตรเลียและแคนาดา ซึ่งมีประชากรเพียง 27 และ 41 ล้านคน แต่ใช้งบประมาณด้านการป้องกันประเทศสูงถึง 34 และ 29 พันล้านดอลลาห์สหรัฐ ตามลำดับ เมื่อพิจารณาในภูมิภาคอาเซียน สิงคโปร์มีการใช้จ่ายงบประมาณด้านการป้องกันประเทศสูงที่สุดลำดับที่ 1 เป็นจำนวนเงิน 15 พันล้านดอลลาห์สหรัฐ คิดเป็น 3.2% ของ GDP ตามมาด้วยอินโดนิเซีย ฟิลิปปินส์ และเวียดนาม ส่วนประเทศไทยอยู่เพียงลำดับที่ 5 มีงบประมาณด้านการป้องกันประเทศเป็นจำนวนเงินประมาณ 5.7 พันล้านดอลลาห์สหรัฐ คิดเป็น 1.2% ของ GDP เท่านั้น จะเห็นได้ว่า กองทัพไทยซึ่งทำหน้าที่ป้องกันประเทศได้รับการจัดสรรงบประมาณในระดับที่ต่ำ เมื่อเทียบกับหลายประเทศที่มีศักยภาพทางเศรษฐกิจใกล้เคียงหรือด้อยกว่าประเทศไทย

ประการต่อมา ในสถานการณ์การสู้รบกับอริราชศัตรู พลเมืองของทุกประเทศ อาทิ จีน เกาหลี ญี่ปุ่น อิสราเอล ฯลฯ ต่างเสียสละได้แม้กระทั่งชีวิต เพื่อความอยู่รอดของแผ่นดินมาตุภูมิ สำหรับประเทศเพื่อนบ้านอย่างเวียดนาม ก็เป็นตัวอย่างให้ชาวโลกได้เห็นว่า คนในชาติทุกวัย ทุกเพศ และทุกอาชีพ ต่างเอาชีวิตเข้าแลกเพื่อให้ประเทศรอดพ้นจากการถูกกดขี่ จนทำให้ประเทศมหาอำนาจอันดับ 1 ของโลก ต้องพ่ายแพ้กระเจิงอย่างหมดท่าไปแล้ว และด้วยจิตวิญญานแห่งความเสียสละของชาวเวียดนาม ที่เห็นแก่ประโยชน์ของบ้านเมือง มากกว่าประโยชน์ส่วนตน ก็ทำให้เวียดนามซึ่งเป็นประเทศที่ย่อยยับจากการทำสงครามกับประเทศมหาอำนาจหลายครั้ง สามารถพลิกแผ่นดินจนเจริญรุดหน้าแซงประเทศไทยในหลายมิติ

“ผู้แทนปวงชนชาวไทยสมควรต้องแสวงหาองค์ความรู้ในมิติต่าง ๆ โดยเฉพาะประวัติศาสตร์ของประเทศที่สามารถสร้างชาติให้มีความมั่นคงและเจริญรุ่งเรืองได้ ก่อนที่จะวิพากษ์วิจารณ์”รศ.ดร.ชิดตะวันระบุ

อนึ่ง ส.ส.คนดังกล่าว คือนายปิยรัฐ จงเทพ ส.ส. กรุงเทพมหานคร เขตบางนา พรรคประชาชน หรือโตโต้ อดีตหัวหน้าการ์ดม็อบสามนิ้ว   

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

รัฐสภาประชุมแก้ รธน. 10-11 ธ.ค. เชื่อผ่านวาระสาม สภาสูงไม่ตีตก

ในช่วงวันที่ 10-11 ธันวาคม จะมีการประชุมร่วมกันระหว่างสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภา อันเป็นการประชุมรัฐสภาในช่วงการเปิดประชุมสมัยวิสามัญ

'เด็จพี่' โผล่หยัน 'ปชน.' ไม่กล้าซักฟอก 'อนุทิน' กลัว 'ยุบสภา' ทำแก้รัฐธรรมนูญค้างเติ่ง

‘พร้อมพงศ์’ อัด ปชน. ตรรกกะย้อนแย้ง จี้ ‘อนุทิน’ ปลดรัฐมนตรีทุนเทา ไม่ได้ผล สอนมวย ยื่นอภิปรายใช้เสียงสภาฯ เกินครึ่งโหวตคว่ำ ปลดได้แน่ ผิดหวังห่วงเรื่องแก้รธน. มากกว่า ซักฟอกในสภาฯ ชี้ ทำแฟนคลับผิดหวัง เตรียมโดนลงโทษวันเลือกตั้ง

ส้มขีดเส้นโหวตก่อนปีใหม่!

'อนุทิน' สวนเพื่อไทย ถ้าทำงานห่วย คนตั้งก็แย่สิ ยุครัฐบาล 'อิ๊งค์ - เศรษฐา' ผลโพลชี้ชัดนั่งแท่นอันดับ 2 ทิ้งห่าง พท. หัวเราะให้คะแนนตัวเอง 'เดี๋ยวจะหาว่าคุย'

ปชน. ค้านนัดโหวตแก้ รธน. วาระ 3 หลังปีใหม่ หวั่นกระทบไทม์ไลน์ทำประชามติ

"ณัฐวุติ" ย้ำโหวตแก้ รธน. วาระ 3 ต้องเสร็จก่อนปีใหม่ หวั่นกระทบไทม์ไลน์ทำประชามติ เสี่ยงผิด MOA เชื่อไม่มีเงื่อนไขให้ สว. ควํ่าวาระ 3 เผย หลังโหวตเสร็จ ปชน. เตรียมชง 2 คำถามประชามติให้สภาฯ เคาะทันที

'ไอติม' เลี่ยงยื่นซักฟอก ใช้กลไกอื่นตรวจสอบรัฐบาลแทน

'พริษฐ์' ปัดตอบยื่นซักฟอกรัฐบาล ขอใช้กลไกอื่นของสภาตรวจสอบเข้มข้นแทน เชื่อถกแก้ รธน. วาระ 2 จบภายใน 3 วัน นัดประชุมวิปฝ่ายค้านวางกรอบ 9 ธ.ค.